พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ•ตอนที่ 31

เจ้าเมืองดันเจี้ยนท้าดวล

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"จะยืนมองอยู่อีกนานไหม ยัยตัวดี? กลับเข้าที่ของเธอได้แล้ว... งานเลี้ยงรอบสองกำลังจะเริ่มขึ้น" เสียงกังวานราวกับระฆังเงินสั่นระรัวในห้องโถงกว้างของดันเจี้ยนชั้นที่ 10 บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันระดับมหาศาลจนอากาศแทบจะกลายเป็นของเหลวหนืด ลูน่าสะดุ้งสุดตัว ปีกใสของภูติดันเจี้ยนลู่ลงแนบแผ่นหลัง ดวงตากลมโตฉายแววหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเหลือบมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด ผม—คิน พ่อค้าอาหารและเชฟจำเป็นแห่งดันเจี้ยน—ไม่ได้ถอยหนี ผมยังคงยืนถือตะหลิวเหล็กคู่ใจนิ่งสนิท ไอความร้อนจากเตาถ่านเวทมนตร์ยังคงลอยกรุ่นเคล้ากลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและต้นหอมซอยที่เพิ่งสะเด็ดออกจากกระทะเมื่อครู่ เบื้องหน้าของเราไม่ใช่สัตว์ประหลาดหน้าตาอัปลักษณ์ที่พ่นไฟหรือถือกระบองหนามเหมือนชั้นอื่นๆ แต่เป็น "เธอ" — บอสประจำชั้นที่ 10 ผู้มีนามว่า "เลดี้วาเลริีย" อดีตจอมเวทย์หลวงผู้ถูกคำสาปแห่งดันเจี้ยนกลืนกิน ร่างของเธองดงามเย้ายวนในชุดราตรียาวสีดำสนิท ประดับด้วยอัญมณีเรืองแสงสีม่วงเข้ม ทว่าแววตาคู่นั้นกลับว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ยินดีต้อนรับสู่ห้องครัวชั่วคราวของผมครับ ท่านเลดี้" ผมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลแบบสุภาพบุรุษที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก "ดูเหมือนว่าอาหารจานแรกของผมเมื่อครู่ จะยังไม่สามารถทลายกำแพงในใจของท่านได้สินะครับ" วาเลริียหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากสีชาดแย้มยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข ทว่ามันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อจนมุม เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบหัวใจคนฟังให้เต้นรัวระรึก "เจ้าเด็กมนุษย์... เจ้ากล้ามากนะที่ใช้คำว่า 'อาหาร' มาลบหลู่ความทรงจำอันขมขื่นของข้า" วาเลริียหยุดยืนห่างจากโต๊ะเตรียมอาหารของผมเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายความตายและเวทย์มนตร์โบราณโชยเข้าจมูกจนแสบขื่น "ข้าวผัดไข่ใส่ต้นหอมเหยาะซีอิ๊วขาวเมื่อครู่... มันธรรมดาสิ้นดี ไม่มีชั้นเชิง ไม่มีมิติของเวทย์มนตร์ มีเพียงรสชาติบ้านๆ ที่ชวนให้คิดถึงเรื่องไร้สาระในอดีตที่ข้าพยายามจะลืม" "อืม..." ผมพยักหน้ารับอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย กลับกัน รอยยิ้มมุมปากของผมค่อยๆ กว้างขึ้น "นั่นสินะครับ สำหรับท่านที่ติดอยู่ในดันเจี้ยนนี้มานับร้อยปี รสชาติของความเรียบง่ายอาจจะเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าบาดแผลจากดาบเวทมนตร์เสียอีก" ลูน่าดึงชายเสื้อผ้ากันเปื้อนของผมเบาๆ พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ "คิน... อย่าไปยั่วโมโหเธอนะ! นั่นคือเลดี้วาเลริีย ผู้ใช้เวทย์พิพากญากลืนวิญญาณเชียวนะ! หล่อนฆ่าปาร์ตี้ฮันเตอร์ระดับ S-Rank มาแล้วสามทีมโดยไม่ต้องขยับตัวด้วยซ้ำ!" ผมยกมือขึ้นลูบหัวภูจิตัวน้อยเบาๆ เป็นการปลอบโยน ก่อนจะหันไปสบตากับบอสสาวระดับพระกาฬอย่างตรงไปตรงมา "ท่านเลดี้ครับ..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "ในฐานะเชฟและพ่อค้า อาหารไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าฟัน หรือแสดงแสนยานุภาพ แต่มันมีไว้เพื่อ 'เยียวยา' และถ้าหากข้าวผัดไข่จานนั้นมันธรรมดาเกินไป... งั้นเรามาลองเมนูที่สอง ที่จะทำให้ท่านต้องยอมจำนนต่อรสชาติ จนลืมแม้กระทั่งความแค้นที่สั่งสมมานับร้อยปีกันดีกว่าครับ" วาเลริียเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววสนใจอย่างปิดไม่มิด "โอ้? เจ้ายังมีหน้ามาคุยโวอีกงั้นรึ? ไหนลองบอกข้าซิว่า เจ้าจะเอาวัตถุดิบอะไรมาปรุงให้ข้ากิน ในเมื่อคลังสมบัติของดันเจี้ยนชั้นนี้มีแต่ซากกระดูกและศิลาเวทมนตร์" ผมหันไปคว้าวัตถุดิบที่เตรียมไว้ใต้เคาน์เตอร์ มันคือชิ้นเนื้อสีม่วงเข้มที่ยังมีประกายแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน — "เนื้อสันนอกมังกรวารีทมิฬ" ที่ได้มาจากบอสชั้นที่ 9 ซึ่งถูกผมเฉือนมาสดๆ ร้อนๆ ก่อนลงมาถึงที่นี่ "วัตถุดิบชิ้นนี้มีความพิเศษตรงที่ มันเต็มไปด้วยไอความเย็นยะเยือกที่กักเก็บความกดดันใต้ท้องทะเลลึกนับหมื่นเมตร" ผมอธิบายพลางวางมันลงบนเขียงไม้เนื้อแข็ง "หากปรุงโดยใช้ความร้อนแบบปกติ เนื้อนี้จะเหนียวราวกับหนังยางและมีกลิ่นคาวคละคลุ้ง แต่ถ้าหากเราใช้เทคนิคการซอยบางเฉียบระดับกระดาษสา แล้วนำไปคลุกเคล้ากับพริกไทยดำป่นสดและน้ำมันงาป่า ก่อนจะนำไปย่างบนหินภูเขาไฟร้อนๆ เพียงแค่สามวินาที..." ผมเงียบเสียงลงเล็กน้อย ปล่อยให้จินตนาการและกลิ่นอายของวัตถุดิบทำงานร่วมกับจังหวะการหายใจ "...รสชาติของมันจะระเบิดความฉ่ำหวานละมุนลิ้น ออกมาตัดกับความเผ็ดร้อนซ่าบซ่านของพริกไทยดำ เหมือนกับไฟที่ลุกโชนท่ามกลางพายุหิมะ" ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเธออีกครั้ง "ผมขอตั้งชื่อเมนูนี้ว่า 'เนื้อทมิฬสะท้านภพย่างหินลาวา' ครับ" ห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ วาเลริียจ้องมองชิ้นเนื้อในมือผม นัยน์ตาของเธอด้านชาแต่กลับไหววับคล้ายคนกำลังต่อสู้กับห้วงลึกแห่งความทรงจำ ภาพเหตุการณ์ในอดีต—งานเลี้ยงเฉลิมฉลองในราชสำนักเมื่อร้อยปีก่อน กลิ่นหอมของเนื้อย่างและเสียงหัวเราะของผู้คนที่เธอเคยรักและสูญเสียไป—ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ที่ถูกกดปุ่มเล่นซ้ำ "เจ้า..." วาเลริียเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อย "เจ้ามนุษย์... เหตุใดเจ้าจึงรู้ว่าข้าชอบรสชาติแบบไหน..." "พ่อค้าที่ดี ย่อมอ่านความต้องการของลูกค้าได้จากแววตาครับ" ผมตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพ "เชิญนั่งรอที่โต๊ะอาหารก่อนนะครับ ท่านเลดี้ การทำสเต็กหินลาวาให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด จำเป็นต้องใช้เวลาและความตั้งใจอย่างสูง... หวังว่าท่านจะให้เกียรติลิ้มลองฝีมือของผมอีกครั้งนะครับ" ลูน่ารีบวิ่งไปจัดเตรียมเก้าอี้หินอ่อนและจานชามเงินอย่างกระตือรือร้น แม้เธอจะยังกลัวๆ กล้าๆ อยู่ก็ตามที ผมหันกลับมาตั้งสมาธิกับหน้าเตา ไฟสีฟ้าจากเปลวเพลิงเวทมนตร์ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง มือซ้ายถือมีดทำครัวแล่เนื้ออย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกย่างก้าวของการปรุงอาหารถูกขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นที่จะสยบความดุร้ายของบอสตรงหน้าด้วยศาสตร์แห่งรสชาติ ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะโรยเกลือสมุทรลงบนชิ้นเนื้อที่วางบนหินลาวาร้อนระอุ จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง! *เปรี้ยง!* เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องทั้งที่ดันเจี้ยนใต้ดินไม่มีแม้แต่หน้าต่าง แสงสีแดงฉานสาดส่องลงมาจากเพดานห้องโถง พร้อมกับม่านพลังงานปริศนาที่พุ่งกระแทกเข้าใส่กำแพงห้องจนแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ วาเลริียผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความตกใจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน "บ้าน่า... มันมาเร็วกว่ากำหนด..." ผมหรี่ตาลง มองผ่านกลุ่มควันและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายไปยังทางเข้าห้องโถง ร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะสีเงินยวงประดับตราสัญลักษณ์รูปดาบไขว้กากบาทกำลังก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆ ออร่าพลังเวทมนตร์ระดับ SSS-Rank แผ่ขยายออกมาราวกับคลื่นสึนามิที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องครัวชั่วคราวของผม เขากวาดสายตามองเลดี้วาเลริียด้วยแววตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันมาจ้องมองผมด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน และเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงในพริบตา— "เจอตัวสักที... เชفชั้นต่ำผู้บังaaniอาจมาตั้งร้านขายอาหารเล่นสนุกในเขตหวงห้ามของสมาคมฮันเตอร์ ส่งหัวของแกมาซะ เจ้าของร้านคิน!" (โปรดติดตามตอนต่อไป) --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความสนุกไปพร้อมกับผมเสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%