“ถ้าท่านยังไม่ลดดาบลง ผมเกรงว่าเนื้อวากิวระดับตำนานชิ้นนี้จะไหม้จนเสียของนะครับ ท่านกิลด์มาสเตอร์”
ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย มือหนึ่งถือตะหลิวเหล็กกล้า อีกมือหนึ่งกำลังตวัดกระทะให้เนื้อวากิวจากมังกรปฐพีคลุกเคล้ากับซอสสูตรลับจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วโถงทางเดินดันเจี้ยนชั้นที่ 15 กลิ่นหอมเข้มข้นของไขมันแทรกซึมผ่านอากาศที่เย็นเฉียบ ราวกับจะสยบทุกความขัดแย้งให้หยุดลงตรงหน้าเตาถ่านของผม
เบื้องหน้าของผมไม่ใช่ลูกค้าธรรมดา แต่คือ ‘คาร์ลอส’ หัวหน้ากิลด์พยัคฆ์ทมิฬ ผู้มีอำนาจสั่งเป็นสั่งตายฮันเตอร์ทั่วทั้งเขตแดน เขากำลังยืนค้ำหัวผมพร้อมกับลูกสมุนนับสิบที่วางมือบนด้ามดาบ เตรียมพร้อมจะพังร้าน ‘คินคิทเช่น’ ของผมให้ย่อยยับเพียงเพราะผมปฏิเสธที่จะขายข้าวผัดไข่ให้เขาก่อนคิวของราชาปีศาจกอร์กอน
“แกคิดว่าอาหารจานเดียวจะช่วยชีวิตแกได้งั้นรึ เจ้าพ่อค้ากระจอก?” คาร์ลอสแค่นหัวเราะ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณระดับ S “ฉันคือคนที่คุมเส้นทางเดินทัพในดันเจี้ยนนี้ ถ้าฉันอยากให้แกหายไป แกก็แค่ธุลีดินใต้รองเท้าเท่านั้น”
ผมยิ้มบางๆ ไม่ได้สะทกสะท้าน สายตาเหลือบมอง ‘ลูน่า’ ที่ลอยตัวอยู่ข้างๆ เธอไม่ได้ตกใจเลยสักนิด กลับกัน เธอใช้ปีกเล็กๆ พัดกลิ่นหอมจากกระทะให้ลอยฟุ้งไปปะทะจมูกของคาร์ลอสมากขึ้นเรื่อยๆ
“ธุลีดินอาจจะไร้ค่าครับ แต่ถ้าธุลีดินนั้นรู้วิธีปรุงเนื้อให้ละลายในปากได้โดยไม่ต้องเคี้ยว ผมว่าท่านคงไม่อยากให้มันหายไปหรอกจริงไหมครับ?” ผมพลิกเนื้อชิ้นสุดท้ายลงบนข้าวญี่ปุ่นที่หุงจนขึ้นเงา ราดด้วยซอสคาราเมลโชยุที่เคี่ยวมานานกว่าหกชั่วโมง
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน!” คาร์ลอสชักดาบออกมาจนสุดแรง เสียงโลหะกระทบอากาศดังหวีดหวิว แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะฟาดลงมา กลิ่นหอมที่เข้มข้นจนเกือบจะเรียกว่ารุนแรงก็โถมเข้าปะทะประสาทสัมผัสของเขาอย่างจัง
เขาชะงัก ดาบที่ควรจะฟันฉับลงบนโต๊ะไม้กลับค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ คาร์ลอสกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แววตาที่เคียดแค้นเปลี่ยนเป็นสับสนและโหยหาอย่างปิดไม่มิด
“นี่มัน… กลิ่นอะไรกัน?” เสียงของเขาแผ่วลง ความดุดันหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่
“ข้าวหน้าเนื้อวากิวซอสสูตรพิเศษครับ” ผมวางชามกระเบื้องเคลือบลงบนเคาน์เตอร์ไม้ด้วยท่าทีสงบนิ่ง “ผมไม่ได้ปฏิเสธที่จะขายให้ท่านเพราะผมถือตัว แต่เพราะเนื้อส่วนนี้มีจำกัดและผมรับปากลูกค้าท่านอื่นไว้แล้ว แต่ถ้าท่านอดใจรอไม่ได้ ผมก็มี ‘ของแถม’ ให้เล็กน้อย เพื่อเป็นการขออภัยที่ทำให้ต้องรอนาน”
ผมคีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่จานเล็กๆ แล้วเลื่อนไปข้างหน้า ลูน่ากระซิบข้างหูผมเบาๆ “คิน เจ้าหมอนี่มันไม่ได้มาดีหรอกนะ ระวังตัวด้วย”
ผมพยักหน้าเล็กน้อยให้เธอรู้ว่าผมเข้าใจดี ฮันเตอร์ระดับกิลด์มาสเตอร์ไม่ได้มาหาเรื่องแค่เพราะเรื่องคิวอาหาร แต่พวกเขากำลังหาข้ออ้างที่จะ ‘ยึด’ ร้านของผมไปเป็นของส่วนตัว เพื่อที่จะได้ครอบครองเมนูที่ช่วยเพิ่มพลังให้ราชาปีศาจกอร์กอนจนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
คาร์ลอสหยิบตะเกียบด้วยมือที่สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาคีบเนื้อชิ้นนั้นเข้าปากทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ร่างกายที่เคยเกร็งขึงผ่อนคลายลงราวกับถูกปลดปล่อยจากโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น กลิ่นหอมของเนื้อที่ผ่านการย่างด้วยไฟจากมังกรผสมผสานกับความหวานเค็มของซอสแทรกซึมไปทั่วทุกรูขุมขน
“อึก... รสชาติแบบนี้...” คาร์ลอสพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าอย่างลืมตัว “มันเหมือนกับ... ความทรงจำในวัยเด็กที่ฉันลืมไปแล้ว”
ผมกอดอกพิงเคาน์เตอร์ “อาหารไม่ใช่แค่พลังงานครับท่านกิลด์มาสเตอร์ แต่มันคือการเตือนสติว่าก่อนที่จะกลายเป็นคนที่ไล่เข่นฆ่าคนอื่นเพื่ออำนาจ ท่านเคยเป็นคนที่มีความสุขกับการกินข้าวหนึ่งมื้อมากแค่ไหน”
บรรยากาศรอบๆ เปลี่ยนไปทันที ลูกสมุนของคาร์ลอสที่ถืออาวุธอยู่ต่างลดระดับลง พวกเขาจ้องมองมาที่จานเนื้อด้วยสายตาหิวโหย ความกดดันมหาศาลที่คาร์ลอสปล่อยออกมาเมื่อครู่จางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันที่มีเสียงฟู่ของกระทะเป็นฉากหลัง
“แก... แกทำอะไรกับเนื้อนี่กันแน่?” คาร์ลอสเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากนักล่า เป็นเพียงชายที่หลงรักในรสชาติอาหาร
“ผมแค่ใส่ ‘ความจริงใจ’ ลงไปครับ” ผมตอบพลางยิ้ม “และถ้าท่านชอบ ผมก็พร้อมจะปรุงให้ท่านอีก ในฐานะลูกค้า ไม่ใช่กิลด์มาสเตอร์ที่มาพร้อมกับดาบ”
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลาย ลูน่าที่เงียบอยู่นานก็ตัวสั่นเทา เธอขยับมาเกาะไหล่ผมแน่น ปีกของเธอหรี่ลงด้วยความตื่นตระหนก ผมขมวดคิ้วสงสัย ก่อนจะสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้นใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่การสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของมอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันคือการบิดเบี้ยวของมิติ
“คิน... ดูนั่น...” ลูน่าชี้ไปยังทางเข้าดันเจี้ยนที่อยู่ด้านหลังคาร์ลอส
ม่านหมอกสีดำมืดมิดปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีเงินยวบยาบราวกับของเหลวจะก้าวออกมา ใบหน้าภายใต้หน้ากากเหล็กนั้นยิ้มกว้าง แต่มันคือรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบ
คาร์ลอสที่เพิ่งจะดื่มด่ำกับข้าวหน้าเนื้อถึงกับวางตะเกียบลงทันที สีหน้าของเขามีแต่ความหวาดกลัวอย่างสุดขีดเมื่อเห็นผู้มาเยือนคนใหม่
“นึกว่าจะไม่ได้ทานข้าวหน้าเนื้อซะแล้ว” เสียงทุ้มต่ำและกังวานดังก้องไปทั่วโถง “เจ้าพ่อค้า... เจ้ากล้าดียังไงถึงทำอาหารให้ ‘สุนัขรับใช้’ ของข้ากินก่อนข้าล่ะ?”
ราชาปีศาจกอร์กอนไม่ได้มาคนเดียว เขามาพร้อมกับกองทัพเงาที่ปิดล้อมร้านของผมไว้ทุกทิศทาง และดูเหมือนว่ามื้อเที่ยงวันนี้... จะกลายเป็นมื้อที่ไม่มีใครได้กลับออกไปง่ายๆ
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
ด้วยความเคารพจากใจ
พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยนครับ
พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ•ตอนที่ 20
ปฏิเสธด้วยข้าวหน้าเนื้อ
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!