กลิ่นอายความอับชื้นของชั้นใต้ดินระดับห้าสิบห้าในดันเจี้ยนอาณาจักรเงา ไม่ได้ชวนให้อยากเจริญอาหารเลยแม้แต่น้อย ทว่าไอร้อนระอุที่พวยพุ่งขึ้นมาจากกระทะเหล็กกล้าคาร์บอนสูง กลับหอมฟุ้งจนกลบกลิ่นคาวเลือดของซากอสูรไปเสียสิ้น
“ข้าบอกแล้วไงซิกมุนด์... ว่าข้าวของข้า... แกไม่มีสิทธิ์แย่งกินคนเดียว!”
เสียงตะคอกที่เจือด้วยเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมัวของซากเสาหินโบราณ คินยืนหยัดด้วยขาข้างหนึ่งที่สั่นเทา เสื้อคลุมสีขาวเปรอะเปื้อนคราบซอสและรอยแผลจากคมดาบ ใบหน้าคมคายมีหยาดเหงื่อไหลย้อยผสมกับคราบเขม่าควันไฟ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนขวางทางหนีออกสู่ประตูเทเลพอร์ต
ซิกมุนด์ หัวหน้ากองกำลังรับจ้างแห่ง "กิลด์มาเฟียคริมสัน" ยิ้มเหี้ยมเกรียม รอยแผลเป็นยาวจากกกหูพาดผ่านริมฝีปากทำให้รอยยิ้มนั้นดูบิดเบี้ยว ในมือของมันถือดาบใหญ่ชุ่มเลือดที่เพิ่งสังหารมอนสเตอร์ระดับบอสเพื่อแย่งชิงวัตถุดิบไปหมาดๆ แววตาของมันเต็มไปด้วยความริษยาและความแค้นเคืองที่สะสมมานาน
"แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะไอ้เชฟเร่ร่อน!" ซิกมุนด์คำราม เสียงทุ้มต่ำราวกับสัตว์ร้ายบาดเจ็บ "พวกเราเสียสละเลือดเนื้อนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อล่าวัตถุดิบระดับตำนานในดันเจี้ยนนี้ แต่แก... แกกลับใช้แค่ข้าวสวยเก่าๆ กับไข่ไก่บ้านี่ ปรุงมันออกมาแล้วแย่งชิงหัวใจของลูกค้าชั้นยอดไปหมดแม้กระทั่ง... ราชาปีศาจกอร์กอน!"
คินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แม้จะแห้งผากแต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ความกะล่อนและอารมณ์ดีไว้ได้ไม่เสื่อมคลาย เขายกทัพพีไม้ในมือขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว
"เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ฝีมือและหัวใจครับคุณซิกมุนด์" คินแย้มยิ้มมุมปาก ดวงตาฉายแววท้าทาย "วัตถุดิบชั้นยอดจะไม่มีทางแสดงศักยภาพสูงสุดออกมาได้เลย หากปราศจากความใส่ใจและความเข้าใจในรสชาติ... พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อให้แกมีเนื้อราชาดราก้อนอยู่ในมือ แกก็ทำได้แค่วางมันให้เน่าคาเขียงเท่านั้นแหละครับ"
"สามห่าว!"
ซิกมุนด์ตวัดดาบฟาดฟันเข้าใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยว คลื่นพลังมานาสีดำสนิทพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าหาคินอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ลูน่า ภูติดันเจี้ยนตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่หลังกระทะ ก็พุ่งตัวออกมาพร้อมกับกางบาเรียมานาสีทองอร่ามรับคมดาบเอาไว้ได้ทันท่วงที เกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นผงหินร่วงหล่นลงมาจากเพดานดันเจี้ยนราวกับฝน
"คิน! ระวังตัวด้วยนะ เจ้านี่มันพก 'ศิลาต้องคำสาป' มาด้วย มันไม่ได้มาแค่คนเดียว!" เสียงหวานใสของลูน่าตะโกนเตือนด้วยความร้อนรน ปีกโปร่งแสงของเธอกระพือถี่รัวเพื่อประคองพลังป้องกัน
คินหรี่ตามองเศษควันสีดำที่ลอยออกมาจากกระเป๋าคาดเอวของซิกมุนด์ รอยยิ้มบนใบหน้าของเชฟหนุ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจัง ศิลาต้องคำสาป... ไอเทมต้องห้ามที่กิลด์ใต้ดินใช้เพื่อดูดกลืนพลังชีวิตของมอนสเตอร์และสิ่งมีชีวิตรอบข้างเพื่อเพิ่มพละกำลังชั่วขณะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซิกมุนด์ถึงตามรังควานเขาไม่เลิกราตั้งแต่ชั้นที่สิบจนถึงชั้นนี้
"แกเล่นสกปรกอีกแล้วสินะครับ..." คินพึมพำเสียงเบาแต่เย็นเยียบ "การทำอาหารด้วยความเคารพต่อวัตถุดิบคือหัวใจของผม แต่การทำลายล้างความตั้งใจของคนอื่นแบบนี้... ผมในฐานะพ่อค้าและเชฟ ย่อมให้อภัยไม่ได้"
ซิกมุนด์แสยะยิ้มกว้างขึ้นเมื่อพลังงานสีดำจากศิลาไหลทะลักเข้าสู่ร่าง กล้ามเนื้อของมันขยายใหญ่ขึ้นจนชุดเกราะเหล็กส่งเสียงลั่นเอี๊ยด ดวงตากลายเป็นสีแดงฉานไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์
"แกไม่มีวันเข้าใจหรอกคิน... อำนาจเงินและชื่อเสียงในดันเจี้ยนนี้ มันเป็นของกิลด์มาเฟีย ไม่ใช่ของไอ้ร้านข้างทางแบบแก!"
ร่างยักษ์ของซิกมุนด์หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า คินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรคำนวณสูตรอาหาร เขารู้ดีว่าการปะทะกันตรงๆ ในสภาพที่ร่างกายบาดเจ็บจากการต่อสู้กับฝูงออร์คก่อนหน้านี้มีแต่จะเพลี่ยงพล้ำ
*หมุนตัว... ถอยหลังครึ่งก้าว... ใช้ไอร้อนจากกระทะเป็นม่านบังตา...*
คินสะบัดข้อมือ ขว้างไข่ไก่เวทมนตร์อัคคีที่เหลืออยู่ลูกสุดท้ายลงในกระทะที่ยังตั้งไฟคุอยู่ น้ำมันเดือดพล่านปะทะกับเปลือกไข่แตกกระจายเกิดเป็นกลุ่มควันไฟและกลิ่นหอมฉุยของเนยสดผสมพริกไทยดำพวยพุ่งขึ้นบังทัศนวิสัยทันที ซิกมุนด์ที่พุ่งเข้ามาด้วยความมืดบอดชะงักไปชั่วขณะเพราะความหอมที่รubกônจมูกโดยไม่รู้ตัว
นี่คืออาวุธลับของเชฟ—กลิ่นหอมที่สามารถสะกดจิตนักล่าผู้กระหายเลือดให้เคลิบเคลิ้มได้แม้ในยามคับขัน!
"อึก... กลิ่นนี่มันอะไรกัน..." ซิกมุนด์พึมพำด้วยความมึนงง สติที่เคยถูกครอบงำด้วยความแค้นเริ่มสั่นคลอน
ทว่า ในวินาทีที่คินกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเพื่อใช้ด้ามทัพพีฟาดจุดตายของอีกฝ่ายเพื่อยุติเรื่องราว...
*ตึง! ตึง! ตึง!*
พื้นห้องโถงใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาเคลื่อนที่ดังขึ้นจากความมืดเบื้องลึกหลังม่านหมอก เสียงโซ่ตรวนเหล็กกล้าลากถูไปกับพื้นหินกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก
ซิกมุนด์เบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจ แม้แต่คินก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ ลูน่าบินมาหลบอยู่หลังไหล่ของคินตัวสั่นเทา
เงาสะท้อนจากคบเพลิงเผยให้เห็นร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจพบเจอได้ทั่วไปในชั้นนี้ ดวงตาสสีทองอร่ามคู่มหึมาจ้องมองมายังพวกเขาทั้งสองจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ
ไม่ใช่แค่มอนสเตอร์... แต่เป็นแขกไม่ได้รับเชิญผู้ทรงอำนาจที่สุดในดันเจี้ยนแห่งนี้
ราชาปีศาจกอร์กอนก้าวเท้าออกมาจากเงาสมืด ในมือข้างหนึ่งลากซากมอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติมาอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่มันจะกวาดสายตาดุดันมาหยุดอยู่ที่กระทะข้าวผัดไข่ในมือของคิน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น
"ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ... ว่ามื้อเย็นของวันนี้... ห้ามให้ใครหน้าไหนมาขัดจังหวะเด็ดขาด"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับรสชาติแห่งการเอาชีวิตรอดในดันเจี้ยนนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ•ตอนที่ 42
ความแค้นของกิลด์มาเฟีย
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!