“เก็บดาบของท่านลงไปก่อนเถอะครับ เลือดกำเดาที่ไหลออกมานั่นน่ะ ถ้าหยดลงบนพื้นร้านผมเมื่อไหร่ ค่าทำความสะอาดคูณสามนะครับ”
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับราวกับก้อนหินนับหมื่นตัน ปลายคมดาบสีเงินวาวโรจน์สั่นระริกอยู่ห่างจากกระดุมเม็ดบนสุดของผมเพียงไม่กี่เซนติเมตร บุรุษภายใต้หน้ากากเหล็กสีดำสนิทนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเสียงแหบพร่าดุจเสียงเหล็กครูดกับหิน
“แกดูใจเย็นเกินไปนะ คิน... ในเวลาที่ความตายมาจ่อคอหอยแบบนี้ คนธรรมดาเขาต้องกรีดร้อง ไม่ใช่มาห่วงเรื่องพื้นร้าน”
ผมคลี่ยิ้มกว้าง สองมือยกขึ้นเหนือหัวในท่าทีที่ดูยอมจำนน แต่ภายใต้โต๊ะทำงาน ผมกำลังเร่งความเร็วของเตาแม่เหล็กไฟฟ้าเวทมนตร์ด้วยจังหวะที่แม่นยำ ลูน่าที่แอบอยู่ในเงามืดหลังตู้แช่เนื้อกระต่ายคลั่งส่งสายตามาหาผม—มันคือสัญญาณว่าเธอเตรียมพร้อมสำหรับ 'แผนสำรอง' แล้ว
“เหตุผลที่ผมไม่กลัว เพราะผมรู้ครับว่าท่านไม่ได้มาเพื่อสังหารผม แต่ท่านมาเพราะ 'ความหิว' ที่ไม่อาจอดกลั้นได้ต่างหาก” ผมก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ช้าๆ และมั่นคง “กลิ่นซุปกระดูกมังกรที่ผมเคี่ยวไว้สามวันสามคืน มันไม่ใช่สิ่งที่คนมีเหตุผลจะทนไหวหรอกครับ จริงไหม?”
ชายสวมหน้ากากชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศที่ผมแอบใส่ลงไปในหม้อต้มลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว มันคือกลิ่นที่สกัดจากสมุนไพรหายากที่ส่งผลต่อระบบประสาทโดยตรง—มันไม่ได้ทำร้ายใคร แต่มันช่วยลดสัญชาตญาณการฆ่าฟันลงเหลือเพียงความอยากอาหาร
ทันใดนั้น เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นจากชั้นบนของดันเจี้ยน แรงสั่นสะเทือนทำให้จานชามบนชั้นวางกระทบกันจนเกิดเสียงดังระงม ผู้คนนับสิบชีวิต ทั้งนักผจญภัยที่บาดเจ็บและชาวบ้านที่หนีตายจากสงครามต่างทะลักเข้ามาในเขตพื้นที่ร้านของผม พวกเขาหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นดิน
“เปิดประตูรับพวกเขาเข้ามาเดี๋ยวนี้ ลูน่า!” ผมตะโกนลั่นโดยไม่ละสายตาจากคมดาบของศัตรู
ลูน่าพุ่งตัวออกมาพร้อมกับร่ายเวทมนตร์กางอาณาเขตคุ้มกันทันที ประตูร้านที่ทำจากไม้โอ๊คโบราณถูกกระแทกเปิดออก กลุ่มคนนับสิบทรุดลงกับพื้นด้วยความหมดแรง กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นไอความตายที่ติดตัวมานั้นรุนแรงจนน่าคลื่นไส้ แต่ในวินาทีที่พวกเขาเข้าสู่เขตรัศมีของห้องครัว บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที—ความอบอุ่นจากเตาไฟเข้าแทนที่ความหนาวเหน็บของสงคราม
“ที่นี่... ที่นี่ปลอดภัยงั้นเหรอ?” หญิงชราคนหนึ่งกอดหลานตัวน้อยไว้แน่น แววตาของเธอมองมาที่ผมด้วยความสงสัยระคนหวัง
“ตราบใดที่ผมยังเป็นคนถือตะหลิว ที่นี่คือพื้นที่ปลอดสงครามครับ” ผมตอบกลับพลางหันไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมทับ “ลูน่า แจกซุปกระดูกมังกรให้ทุกคน คนละหนึ่งถ้วย... ไม่สิ เพิ่มพริกไทยดำไปอีกนิด จะได้เรียกสติ!”
ศัตรูภายใต้หน้ากากลดดาบลงเล็กน้อย เขามองดูผู้คนที่กำลังล้อมวงกันหน้าเตาผิง แววตาที่จ้องมองผมเริ่มเปลี่ยนไป จากความเกลียดชังกลายเป็นความสับสน
“แกทำเพื่ออะไร คิน? ปกป้องพวกมดปลวกพวกนี้? แกก็รู้อยู่เต็มอกว่าถ้ากษัตริย์รู้ว่าแกขัดคำสั่งและซ่อนตัวพวกกบฏไว้ หัวของแกจะไม่ได้วางอยู่บนบ่าเช้าวันพรุ่งนี้”
ผมหยิบหม้อใบเล็กออกมา จัดการตอกไข่ลงในกระทะเสียงดังฉ่า กลิ่นเนยหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว ผมตั้งใจทำข้าวผัดไข่จานหนึ่งโดยไม่มองหน้าเขา แต่ทุกการเคลื่อนไหวของผมคือศิลปะ
“กษัตริย์อาจจะต้องการอาณาจักรที่ว่างเปล่าเพื่อครองอำนาจ แต่สำหรับเชฟ... อาณาจักรที่ไร้ซึ่งผู้คนที่จะลิ้มรสอาหาร จะไปมีความหมายอะไรครับ?” ผมเลื่อนจานข้าวผัดไข่สีทองอร่ามไปวางตรงหน้าเขา “ลองชิมดูเถอะครับ ก่อนที่จะตัดสินใจว่าผมสมควรตายหรือไม่”
เขานิ่งไปเป็นเวลานาน เสียงฝีเท้าของทหารหลวงที่ตามล่าผู้ลี้ภัยเริ่มใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ บนพื้นหินภายนอกร้าน ความตึงเครียดในร้านพุ่งสูงถึงขีดสุด ลูน่ากำกริชในมือแน่น ส่วนชาวบ้านเริ่มตัวสั่นด้วยความกลัว
ชายสวมหน้ากากมองข้าวผัดไข่ตรงหน้า สลับกับมองไปที่ประตูร้านที่เริ่มมีเสียงกระแทกจากทหารด้านนอก เขาหยิบช้อนขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วตักเข้าปาก รสสัมผัสของข้าวที่เรียงเม็ดสวยผสานกับไข่ที่หอมละมุนทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นภายใต้หน้ากากนั้น
“อร่อย...” เขาพึมพำออกมาเพียงคำเดียว แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ เสียงประตูไม้โอ๊คก็พังทลายลงพร้อมกับแสงสว่างวาบจากเวทมนตร์โจมตีที่พุ่งตรงเข้ามา!
ชายสวมหน้ากากลุกขึ้นยืนทันควัน แต่แทนที่จะพุ่งเข้าหาผม เขาหันหลังกลับแล้วตวัดดาบในมือเข้าปะทะกับเวทมนตร์ของผู้บุกรุกจนเกิดประกายไฟสีม่วงกระจายไปทั่วร้าน
“ข้ายังกินไม่อิ่ม!” เขาคำรามลั่น “ใครก็ตามที่กล้ามาขัดจังหวะมื้ออาหารของข้า... จงเตรียมตัวรับความโกรธแค้นของกอร์กอนได้เลย!”
ผมเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างมหึมาที่แผ่ออกมาจากหลังของเขา—ไม่ใช่แค่ศัตรูทั่วไป แต่เขาคือ 'ราชาปีศาจกอร์กอน' ที่ปลอมตัวมา! และทหารที่บุกเข้ามาไม่ได้มาเพื่อจับกบฏธรรมดา แต่พวกมันกำลังชักดาบสีดำที่สลักอักขระต้องห้าม... ดาบที่ถูกออกแบบมาเพื่อสังหารราชาปีศาจโดยเฉพาะ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของผมและเมนูอาหารในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้นะครับ
พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ•ตอนที่ 39
ที่หลบภัยคือห้องครัว
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อค้าอาหารดันเจี้ยน: เมนูเด็ดพิชิตมอนสเตอร์ระดับพระกาฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!