กลิ่นอายกาแฟอเมริกาโน่เย็นที่ละลายจนเจือจางบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึมครึมภายในห้องประชุมใหญ่ของธันวากรุ๊ปเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย รินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สองมือประสานกันแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด สายตาคมกริบของธันวาที่มองตรงมาจากเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวเหมือนวันแรกที่ก้าวเข้ามาทำงาน แต่สิ่งที่กำลังกัดกินหัวใจเขายามนี้ คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เมฆาพยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อดึงตัวเขาไปร่วมงาน ทั้งข้อเสนอระดับผู้บริหาร เงินเดือนที่สูงลิ่ว และคำสบประมาทว่าเขาเป็นได้แค่เงาของธันวา แต่ในวินาทีที่เมฆายื่นข้อเสนอสุดท้ายเมื่อคืนนี้... หัวใจของรินกลับไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เหตุผลเดียวที่ทำให้เขายังยืนหยัดอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะสัญญาจ้างห้าปี หรือตำแหน่งเลขาฯ หน้าห้องที่ใครต่างอิจฉา แต่เป็นเพราะผู้ชายปากร้ายที่กำลังนั่งขมวดคิ้วมองเขาด้วยแววตาคาดคั้นต่างหาก
"ถ้าคุณยังยืนเหม่อแบบนี้ ผมคงต้องพิจารณาไล่ออกจริงๆ นะครับ คุณริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด ธันวาวางปากกาในมือลงอย่างแรงจนเกิดเสียงกระทบกับกระจกโต๊ะ "หรือว่าข้อเสนอของไอ้เมฆามันน่าสนใจจนคุณเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกเงินก้อนโต หรือเลือกอยู่เป็นเบี้ยล่างให้ผมใช้งานกันแน่"
รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากล้าสบตากับประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งโดยไม่หลบเลี่ยง ปากเรียวบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะพ่นคำพูดที่ทำให้คนฟังถึงกับชะงัก
"ท่านประธานครับ... เลิกปากร้ายสักวันจะได้ไหมครับ" รินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสั่นไหวด้วยประกายความกล้า "ผมไม่ได้สนใจเงินของบริษัทคุณเมฆา และไม่ได้สนใจตำแหน่งอะไรทั้งนั้น... ที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ ก็เพราะว่าผม... ผมเป็นห่วงคุณต่างหากล่ะครับ!"
ธันวาชะงัก ร่างสูงใหญ่ที่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ค่อยๆ ยืดตัวตรง แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจระคนไม่อยากเชื่อ "คุณว่าอะไรนะ... เป็นห่วงผม?"
"ใช่ครับ ผมเป็นห่วง" รินยอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเองในที่สุด หยดน้ำตาแห่งความอัดอั้นรื้นขึ้นที่ขอบตา แต่เขาไม่ได้กะพริบตาเพื่อไล่มันออกไป "ผมยอมรับแล้วก็ได้ครับว่าผมบ้าไปแล้ว ผมเผลอเอาหัวใจตัวเองมาผูกไว้กับผู้ชายเผด็จการ ปากจัด และชอบสั่งให้ผมทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา... ทั้งที่รู้ว่ามันอันตราย ทั้งที่รู้ว่าเราต่างกันฟ้ากับเหว แต่ผมก็ยัง... ห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้เลย"
ห้องประชุมทั้งห้องเหมือนตกอยู่ในสุญญากาศ ธันวานิ่งค้างไปสนิท นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพของบัณฑิตจบใหม่ที่เคยเถียงเขาฉอดๆ เมื่อหลายเดือนก่อนซ้อนทับกับคนตรงหน้า ผู้ชายที่กำลังสารภาพความในใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่จริงใจจนน่าตกใจ
ความเงียบงันดำเนินไปเพียงไม่กี่วินาที แต่สำหรับคนทั้งคู่มันกลับยาวนานราวกับเป็นปี ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหารินทีละก้าว ช้าๆ แต่หนักแน่น กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมผสานกับความอบอุ่นเฉพาะตัวที่รินคุ้นเคยโชยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส
"คุณริน..." ธันวาเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้ามาดขรึม นิ้วเรียวหนายื่นออกไปแตะที่ปลายคางของรินแผ่วเบา บังคับให้ใบหน้าหวานแหงนขึ้นสบตา "พูดใหม่อีกทีซิครับ... เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ"
รินใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาไฟมาสุม เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม
"ผม... บอกว่าผมรักคุณครับ ธันวา" รินหลับตาลงครึ่งหนึ่ง ยอมจำนนต่อพันธนาการทางความรู้สึกที่เขาดิ้นรนหนีมาตลอด "พอใจหรือยังครับ คุณประธานคนบ้า"
ธันวาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยความคลั่งรักจนรินต้องใจสั่น
"คนบ้าอะไรกันครับ... เขาเรียกคนที่คลั่งรักคุณต่างหากล่ะ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าชิดริมฝีปาก "คุณรู้ไหมว่าผมรอให้คุณพูดคำนี้มานานแค่ไหน... ตั้งแต่วันแรกที่คุณเถียงผมในห้องทำงานแล้วล่ะครับ"
ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ แรงดึงดูดระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนต้านทานไม่ไหว เปลือกตาทั้งสองคู่เริ่มปิดลงเพื่อเตรียมรับสัมผัสที่รอคอย หัวใจสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่หวานล้ำและเต็มไปด้วยความโหยหา
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแตะสัมผัสกันนั้นเอง
ปัง!
เสียงประตูกระจกห้องประชุมถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือใครบางคน พร้อมกับเสียงปรบมือดังสนั่นและน้ำเสียงกวนประสาทที่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ
"โอ้โห ภาพบาดตาบาดใจอะไรขนาดนี้ครับเนี่ย ท่านประธานกับเลขาฯ คนเก่ง... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?"
ธันวาผละออกจากรินทันที นัยน์ตาดุดันเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากวาดสายตามองผู้มาใหม่ที่ยืนยันรอยยิ้มเยาะเย้ยอยู่ที่หน้าประตู
เมฆายืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาดุร้ายกวาดมองทั้งสองคนด้วยความสมเพชและริษยาในเวลาเดียวกัน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
- ปราณธาตุเก้าสุริยัน -
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 27
เผชิญหน้ากับความจริง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!