กริաբดช้อนเงินกระทบจานกระเบื้องเคลือบราคาแพงดังขึ้นเบา ๆ ทว่าในห้องอาหารส่วนตัวที่เงียบกริบรากเหง้าแห่งความอึดอัดนี้ เสียงนั้นกลับบาดลึกราวกับคมมีด
"ฉันคิดว่าเราคุยกันเคลียร์แล้วนะ คุณธันวา"
สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนคนฟังต้องขบกรามแน่นดังมาจากประมุขหญิงแห่งตระกูลวรโชติไพศาล คุณหญิงรัตนาวางแก้วชาลงบนจานรองอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าตึงกระชับกวาดมองร่างโปร่งของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลูกชายด้วยแววตาเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ริน เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวที่วางอยู่ใต้โต๊ะประสานเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์พثุ่งพล่านที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก เขาไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่ากำลังโดน "ตบหน้ากลางอากาศ" ด้วยความสุภาพ
"คุณแม่ครับ!" เสียงทุ้มต่ำของธันวาตวาดลอดไรฟัน ดวงตาคมกราดเกรี้ยวฉายแววคุกรุ่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของรินมาบีบไว้หลวม ๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยมือเด็ดขาด "ผมพา rริน มาทานข้าวในฐานะคนรัก ไม่ใช่ให้คุณแม่มานั่งไต่สวนคดีแบบนี้"
"คนรักงั้นเหรอ?" คุณหญิงรัตนาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมจ้องมองรินราวกับมองเศษฝุ่นผง "เด็กจบใหม่ที่บ้านล้มละลาย ติดหนี้ท่วมหัวจนต้องมาขัดดอกทำงานใช้หนี้กับลูกชายฉันเนี่ยนะ ธันวา... แกเอาสมองส่วนไหนคิด ถึงคิดจะเอาคนแบบนี้มาเชิดหน้าชูตาเคียงข้างในสังคมไฮโซ"
เพล้ง!
ธันวาตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนถ้วยชาสั่นสะเทือน ความอดทนของซีอีโอหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครขาดผึงลงตรงนั้น เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างโปร่งของรินไว้มิดชิดราวกับต้องการปกป้องจากสายตาพิฆาตของมารดา
"พอได้แล้วครับ!" ธันวาคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว "รินไม่ใช่ลูกหนี้ธรรมดา และผมก็ไม่ได้มองเขาเป็นเครื่องมือแก้เบื่อ รินมีความสามารถ มีศักดิ์ศรี และที่สำคัญ... ผมรักเขา! ถ้ารสนิยมการเลือกคู่ชีวิตของผมมันขัดหูขัดตาคุณแม่นัก งั้นผมก็คงต้องขอตัวพาคนของผมกลับก่อน"
รินเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมฝนให้อย่างคาดไม่ถึง หัวใจที่กำลังถูกเหยียบย่ำกลับกระตุกวูบไหวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ความโกรธที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความซาบซึ้งและปวดหน่วงในอก ธันวาในยามนี้นอกจากจะปากร้ายและเผด็จการอย่างเคยแล้ว เขายังกลายเป็นโล่กำบังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกสำหรับเด็กจบใหม่ไร้ต้นทุนอย่างเขา
มือเรียวยื่นไปดึงชายเสื้อสูทราคาแพงของธันวาเบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้าช้า ๆ รินสูดหายใจเข้าลึก, เพื่อเรียกสติและน้ำเสียงที่นิ่งสงบที่สุดกลับคืนมา ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นยืนเคียงข้างชายหนุ่ม
"คุณท่านครับ..." รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่นและกังวานก้องไปทั่วห้องอาหาร ดวงตากลมโตสบตากับคุณหญิงรัตนาตรง ๆ โดยไม่มีอาการหลบเลี่ยงแม้แต่น้อย "ผมเข้าใจความกังวลของคุณท่านดีครับ คนระดับตระกูลวรโชติไพศาลย่อมต้องการสะใภ้ที่เพียบพร้อมทั้งชาติตระกูลและทรัพย์สิน เพื่อรักษาหน้าตาทางสังคม"
คุณหญิงรัตนากรอกตามองบนอย่างรำคาญใจ "รู้ตัวก็ดี งั้นก็ควรตักน้ำใส่กะโหลกชะดูเงาตัวเองซะบ้าง ว่าคู่ควรกับลูกชายฉันตรงไหน"
"แต่คุณท่านครับ..." รินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจจนคุณหญิงต้องชะงัก "ศักดิ์ศรีของคนเราไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขในบัญชีธนาคาร หรือนามสกุลที่ต่อท้ายชื่อหรอกครับ เงินที่ผมติดบริษัทของคุณธันวา ผมทำงานใช้คืนทุกบาททุกสตางค์ด้วยหยาดเหงื่อและความสามารถของตัวเอง ไม่ได้แบมือขอใครกิน และที่สำคัญที่สุด..."
รินขยับเข้าไปใกล้ธันวาอีกนิด มือเรียวเอื้อมไปประสานเข้ากับมือหนาที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัว ปลายนิ้วเกี่ยวพันกันแน่นเพื่อส่งผ่านความกล้าหาญให้แก่กันและกัน
"...ผมไม่ได้เข้ามาในชีวิตคุณธันวาเพราะเงินทอง แต่ผมรักเขาที่ตัวตนของเขา และเขาก็รักผมที่ตัวตนของผม ความรู้สึกนี้มันบริสุทธิ์เกินกว่าที่คุณท่านจะใช้คำว่า 'ผลประโยชน์' มาตีค่ามันได้นะครับ"
ธันวาหันขวับมามองคนข้างกาย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความอึ้งระคนทึ่ง หัวใจของพ่อไมโครเวฟหนุ่มที่ซ่อนความคลั่งรักไว้ภายใต้มาดขรึมตอนนี้เต้นระรัวราวกับกลองเพล เขารู้ว่ารินสู้คนและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แต่ไม่คิดเลยว่าเวลาหน้าสิ่วหน้าขวัญ รินจะเปล่งประกายความงดงามและเข้มแข็งได้ถึงเพียงนี้
คุณหญิงรัตนาหน้าตึงเปรี๊ยะ ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ผู้หญิงทรงอิทธิพลไม่เคยถูกเด็กเมื่อวานซืนต่อปากต่อคำด้วยความเจ็บแสบและมีเหตุผลเช่นนี้มาก่อน
"บังaอาจนัก!" คุณหญิงตบโต๊ะลุกขึ้นยืนบ้าง ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด "คิดว่าพูดจาฉลาดเฉลียวแล้วฉันจะยอมรับงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ! ตราบใดที่ฉันยังลมหายใจอยู่ ไม่มีทางที่เด็กกะโปโลไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอจะได้ก้าวเข้าบ้านวรโชติไพศาลเด็ดขาด!"
"ผมไม่ได้ขออนุญาตครับ..." ธันวาโต้กลับเสียงกร้าว ดวงตาดุดันจ้องมารดาเขม็ง "เพราะชีวิตนี้ผมตัดสินใจเองว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับใคร ต่อให้คุณแม่จะประกาศตัดหางปล่อยวัดผม สมบัติทุกบาททุกสตางค์ผมไม่เอาสักแดงเดียว ผมก็ยังจะเลือก... ริน!"
บรรยากาศในห้องอาหารตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นจุล แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ รินสะท้านในอกเมื่อได้ยินคำประกาศิตที่เดิมพันด้วยอนาคตทั้งชีวิตของชายหนุ่ม เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจและซาบซึ้งใจจนขอบตาร้อนผ่าว
ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดแง้มไว้ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะในลำคอที่ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
"โอ้โห... บรรยากาศอบอุ่นครอบครัวดีจังเลยนะครับเนี่ย ขอผมแจมด้วยคนสิครับ คุณธันวา คุณหญิงรัตนา"
ร่างสูงโปรغاتในชุดสูทราคาแพงของ เมฆา คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมปลาบกวาดมองธันวา ริน และคุณหญิงรัตนาสลับกันไปมาด้วยแววตาสمเพชแกมสมน้ำหน้า
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง เมฆาโผล่มาที่นี่ทำไม และที่สำคัญ... มันรู้เรื่องการนัดพบนี้ได้อย่างไร!
เมฆาก้าวเข้าไปใกล้รินมากขึ้นอีกนิด ส่งยิ้มพราวเสน่ห์ที่แฝงความร้ายกาจให้คนตัวเล็ก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเดือดพล่านจนแทบพุ่งเข้าใส่
"ในเมื่อคุณหญิงไม่ต้อนรับหนุ่มน้อยคนนี้ งั้นผมขออนุญาตรับเขาไปดูแลต่อเองจะดีไหมครับ พอดีผมกำลังขาด... 'คู่ขา' ฝีปากกล้าแบบนี้พอดีเลย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาเติมเต็มพลังใจให้ผมในทุกๆ ตอนนะครับ
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 28
อุปสรรคจากครอบครัว
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!