รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบยาพิษของเมฆาไม่ได้ทำให้รินรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเป็นเสมือนชนวนระเบิดที่จุดประกายความเด็ดเดี่ยวในแววตาคู่สวย บรรยากาศภายในห้องรับรองหรูหราของคฤหาสน์ตระกูลธนกุลตึงเครียดจนแทบจะหยิบจับเป็นรูปธรรม เสียงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความระอาของหญิงสูงวัยผู้ทรงอิทธิพลดังขึ้นอย่างไม่ไยดี ขณะที่ธันวากลับยืนนิ่งรากับรูปปั้นหินแกรนิตที่ถูกแช่แข็งด้วยความโกรธกริ้ว ทว่าดวงตาคมกริบกลับแดงก่ำและสั่นระริกอย่างปิดไม่มิด
"คุณเมฆาคงเข้าใจอะไรผิดไปกระมังครับ ผมไม่ใช่สินค้าที่จะส่งต่อให้ใครเอาไปเป็น 'คู่ขา' เล่นแก้เบื่อตามใจชอบ"
รินเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากังวานชัดเจนและเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ดวงตาคู่คมจ้องมองผู้มาใหม่โดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย บัณฑิตจบใหม่ที่ใคร ๆ ต่างมองว่าไร้ทางสู้ในยามนี้ กลับยืนหยัดอย่างองอาจท่ามกลางดงเสือและราชสีห์
"โอ๊ะ... ปากกล้าใช้ได้นี่ครับ ผมชอบคนมีของแบบนี้แหละ ถึงได้น่าสนุกหน่อย" เมฆายกยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปใกล้รินอีกนิดด้วยท่าทีคุกคาม แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเรียวของนักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งจะเอื้อมไปแตะไหล่บาง ร่างสูงใหญ่ของธันวาก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางราวกับพายุหมุน มือหนาคว้าข้อมือของเมฆาไว้แน่นจนเกิดเสียงกระดูกกระทบกันเบา ๆ แรงบีบที่อัดแน่นด้วยโทสะทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเมฆาเจื่อนลงเล็กน้อย
"ถอยมือสกปรกของคุณออกไปจากตัวเขา ไม่งั้นผมไม่รับรองว่าคุณจะได้เดินออกจากบ้านหลังนี้ด้วยสภาพครบสามสิบสองไหม เมฆา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาของธันวานั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ความหึงหวงและหวาดกลัวที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกทำให้เส้นเลือดที่ขมับของซีอีโอหนุ่มปูดโปน ดวงตาคมกริบฉายแววฆ่าฟันอย่างชัดเจน
"ฮึ... โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้เชียวหรือครับท่านประธานธันวา? ทั้งที่แม่ของคุณประกาศกร้าวอยู่ทนโท่ว่าไม่อนุญาตให้เด็กกะโปโลคนนี้เฉียดเข้ามาใกล้ตระกูลคุณอีก คุณต่างหากที่เป็นฝ่ายกักขังเขาไว้ในกรงทองด้วยความเห็นแก่ตัว... ถ้าคุณรักเขาจริง ทำไมไม่ปล่อยให้เขาเป็นอิสระเสียล่ะครับ?" เมฆาหัวነในลำคออย่างเย้ยหยัน สายตาคมกริบเหลือบมองไปยังคุณหญิงมารศรีที่นั่งหน้าตึงเครียดอยู่บนโซฟาตัวยาว
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ธันวาชะงักไปชั่วขณะ แรงบีบที่ข้อมือของเมฆคลายลงโดยไม่รู้ตัว ธันวาหันขวับกลับมามองริน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจในยามนี้กลับฉายแววสั่นไหวและหวาดกลัวอย่างที่รินไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"ริน... อย่าไปฟังเขา นายจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่า..."
ธันวาเอ่ยเสียงสั่น มือหนาเอื้อมไปคว้ามือเรียวของรินมาจับไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากเผลอปล่อยเพียงนิดเดียว คนตรงหน้าจะสลายหายไปในอากาศ
รินก้มมองมือใหญ่ที่กำลังสั่นระริกของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายและ... คนในหัวใจ ความอบอุ่นที่เคยแผ่ซ่านในยามที่ถูกโอบกอดฉายชัดขึ้นในความทรงจำ แต่มันก็แลกมาด้วยเสียงซุบซิบนินทา การเหยียดหยามศักดิ์ศรี และอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ชื่อว่า 'ครอบครัว' ซึ่งไม่มีวันยอมรับคนธรรมดาอย่างเขาได้เลย
"คุณธันวาครับ..." รินเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เคยทำมา ดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังร้อนรนและเจ็บปวด
"นายจะพูดอะไร ริน ห้ามพูดคำนั้นนะ..." ธันวาผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวราวกับรู้ทันว่าอีกฝ่ายกำลังจะเอ่ยอะไรออกมา แววตาที่เคยแข็งกร้าวของซีอีโอหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความวิงวอนและอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา
"ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน คุณปกป้องผมมามากพอแล้วครับ คุณต้องทะเลาะกับคุณแม่ ต้องเอาชื่อเสียงของบริษัทมาเสี่ยงกับเรื่องข่าวฉาวของผม... ทั้งหมดนี้ มันไม่ใช่ทางเดินที่คนธรรมดาอย่างผมควรจะเข้ามาตั้งแต่แรกแล้ว" รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเครือในน้ำเสียง พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ปล่อยให้น้ำตาหยดใสที่คลออยู่ริมขอบตาไหลออกมาประจานความอ่อนแอ
"ฉันไม่แคร์! ใครจะพูดอะไร ฉันไม่สนทั้งนั้น!" ธันวาตะคอกออกมาอย่างเหลืออด ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงไม่เป็นท่า เขาเขย่าไหล่บางทั้งสองข้างเบา ๆ "นายอยากได้อะไร ฉันหาให้ได้หมด ขอแค่ให้นายอยู่ข้างฉัน... ริน ได้โปรด"
คุณหญิงมารศรีเบือนหน้าหนีด้วยความขัดแย้งในใจ แม้จะโกรธลูกชายที่ดื้อรั้น แต่ลึก ๆ แล้ว ภาพของชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมกำลังก้มหัวอ้อนวอนคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ก็ทำให้หัวใจคนเป็นแม่กระตุกวูบอย่างประหลาด
"แต่ผมแคร์ครับ..." รินพูดตัดบทด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่แสนเศร้า มือเรียวยกขึ้นแกะมือหนาที่เกาะกุมไหล่ตนไว้ออกทีละนิ้วอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "ผมไม่อยากเห็นคุณต้องกลายเป็นลูกอกตัญญู และผมก็ไม่อยากเป็นตัวถ่วงที่คอยฉุดรั้งอนาคตของคุณอีกต่อไปแล้วครับ"
"ริน!"
"ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับคุณธันวา... ขอบคุณที่เคยปกป้องเด็กจบใหม่คนนี้"
พูดจบ รินก็หันหลังให้ธันวาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ฝ่ายเมฆาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความพึงพอใจรีบก้าวเข้ามาขนาบข้าง พร้อมจะยื่นมือเข้าฉวยโอกาสทองนี้ทันที
"ตัดสินใจได้ฉลาดมากครับคนสวย ไปกับผมเถอะ รับรองว่าผมจะดูแลคุณให้ดีกว่า..."
"หุบปากของแกไปซะ เมฆา!" ธันวาคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้นสุดขีด พุ่งตัวเข้าไปหมายจะกระชากคอเสื้อคู่ปรับ แต่ทว่ายังไม่ทันที่หมัดของซีอีโอหนุ่มจะกระทบใบหน้าของเมฆา รินก็ก้าวมาขวางไว้เสียก่อน
"หยุดเถอะครับคุณธันวา... การใช้กำลังไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกครับ" รินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับเมฆา "ส่วนคุณเมฆา... ขอบคุณสำหรับข้อเสนออันแสน 'ใจกว้าง' ของคุณนะครับ แต่ขอโทษที รินคนนี้ ต่อให้ต้องเดินตากฝนข้างถนนจนตาย ผมก็ไม่มีวันลดตัวไปเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ให้ใครทั้งสิ้น!"
คำพูดที่เผ็ดร้อนและเด็ดเดี่ยวทำเอาเมฆาถึงกับหุบยิ้มสนิท ดวงตาคมของนักธุรกิจหนุ่มฉายแววประหลาดใจแกแกมทึ่งที่ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะมีพิษสงรอบตัวขนาดนี้
รินสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่เพื่อรวบรวมเศษเสี้ยวความเข้มแข็งที่เหลืออยู่ ก่อนจะก้าวเดินผ่านร่างของธันวาและคุณหญิงมารศรีมุ่งตรงไปยังประตูทางออกของคฤหาสน์ ท่ามกลางความเงียบงันและสายตาทุกคู่ที่มองตามราวกับถูกสะกด
ธันวายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ หัวใจชาดิ่งราวกับตกลงไปในเหวลึก เสียงฝีเท้าที่ก้าวออกไปไกลทุกทีเปรียบเสมือนเสียงมีดกรีดลงบนเนื้อสด ๆ ความรู้สึกพ่ายแพ้และสูญเสียถาโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดซึมไหลออกมาแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
ทว่า... ในวินาทีที่รินกำลังจะเอื้อมมือไปผลักบานประตูไม้สักบานใหญ่เพื่อก้าวพ้นอาณาเขตของตระกูลธนกุล เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากพร้อมกับเสียงโวยวายของบอดี้การ์ดด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน
*ปัง!*
ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางทางรินไว้ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยอำนาจล้นเหลือ ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วห้องรับรองก่อนจะมาหยุดที่ร่างของธันวา
"จะรีบไปไหนกันล่ะครับคุณริน... ในเมื่อแขกคนสำคัญที่สุดของงานแต่งงานในอีกสามวันข้างหน้าเพิ่งจะมาถึงทั้งที"
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายของผู้มาใหม่ ส่วนธันวาถึงกับผงะ ถอยหลังไปสองก้าวด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น!
----------------------------------------
*ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความฟินแซ่บนี้ด้วยกันเสมอมานะครับ* — **ปราณธาตุเก้าสุริยัน**
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 29
ทางแยกของความรัก
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!