กองเอกสารบนโต๊ะทำงานราคาแพงระยับสูงท่วมหัว จนแทบจะบังใบหน้าคมคายที่เคยเรียบตึงและเปี่ยมด้วยรัศมีแห่งความเป็นผู้นำของธันวาจนมิดชิด ผู้บริหารหนุ่มผู้ไม่เคยพลาดเป้าหมายทางธุรกิจ ไม่เคยแม้แต่จะปล่อยให้ตัวเลขในบัญชีลดลงแม้แต่สตางค์แดงเดียว ในเวลานี้กลับนั่งเหม่อลอย ปล่อยให้สายตาคู่คมทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดอย่างไร้จุดหมาย
ภาพเหตุการณ์เมื่อค่ำคืนก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด ริน… คนที่เขาเคยคิดว่าตนเองเป็นเจ้าเหนือหัว เป็นผู้ควบคุมเกมทั้งหมด กลับยืนเคียงข้างกับเมฆา คู่ปรับตัวฉกาจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เขามาโดยตลอด รอยยิ้มที่อีกฝ่ายมอบให้กัน และแววตาที่รินใช้มองชายคนนั้น มันบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนที่มั่นใจในตัวเองมาตลอดชีวิต ยิ่งกว่าใบมีดโกนอาบยาพิษเสียอีก
ก็อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่เลขาคนสนิทจะผลักเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านประธานครับ... เอกสารอนุมัติงบประมาณโครงการแลนด์마크ที่ต้องเซ็นภายในเที่ยงนี้ ยังไม่ได้ดำเนินการเลยนะครับ แล้วก็... ทางบอร์ดบริหารฝากถามมาว่า ทำไมคุณธันวาถึงปฏิเสธการประชุมร่วมกับพาร์ทเนอร์จากญี่ปุ่นเมื่อเช้าล่ะครับ มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ"
ธันวาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะเชื่องช้า ดวงตาที่เคยคมปราบกลับแดงก่ำและไร้ประกายชีวิตชีวา
"ยกเลิกการประชุมทั้งหมดไปก่อน... วันนี้ผมไม่มีอารมณ์จะเซ็นอะไรทั้งนั้น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแหบแห้ง ราวกับคนอดนอนมาสามวันสามคืน
"แต่ว่า... ท่านประธานครับ ถ้าทำแบบนี้โปรเจกต์ร้อยล้านนั่นอาจจะ..."
"ฉันบอกว่าให้ยกเลิกไง! หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยิน!" ธันวาตวาดลั่นพร้อมกับกวาดแฟ้มเอกสารตรงหน้าจนร่วงหล่นลงระเนระนาดบนพื้นพรมราคาแพง เอกสารกระจัดกระจายราวกับหัวใจที่แตกสละของเขาในเวลานี้
เลขาหนุ่มสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ เพราะนี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเห็นเจ้านายผู้เยือกเย็นและไร้ช่องโหว่ สติหลุดลอยและเกรี้ยวกราดได้ถึงเพียงนี้ ได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาแล้วรีบถอยหลังออกจากห้องไปเงียบๆ
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องทำงานใหญ่อีกครั้ง ธันวาซบใบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ลมหายใจร้อนผ่าวพรูออกมาเพื่อระบายความอึดอัดที่สุมอก เขารู้สึกเหมือนคนจมน้ำ ดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่มืดมิดและไร้ทางออก ความอีโก้ ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมี มันพังทลายลงไม่เป็นท่า เพียงเพราะคิดว่ารินจะไม่มีวันเดินจากไปไหน... เพียงเพราะคิดว่าเด็กดื้อคนนั้นจะรอเขาอยู่ตรงนี้เสมอ
"นายใจร้ายเกินไปแล้วนะริน..." เสียงพึมพำลอดไรฟันออกมาด้วยความเจ็บปวด
โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสั่นครืดคราดอยู่บนโต๊ะ หน้าจอสว่างวาบพร้อมกับชื่อของเมฆาที่ปรากฏขึ้น ธันวาเหลือบมองด้วยหางตา ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะกดรับและกรอกเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันลงไปทันที
"แกต้องการอะไร เมฆา"
(น้ำเสียงดูแย่จังนะครับ ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่... สงสัยว่าช่วงนี้คงงานยุ่งจนไม่มีเวลาดูแลคนข้างกายสินะครับ ถึงปล่อยให้เขาต้องมานั่งเหงาอยู่กับผมแบบนี้) ปลายสายหัวเราะเยาะในลำคอ น้ำเสียงกวนประสาทที่ตั้งใจยั่วโมโหกันอย่างชัดเจน
ธันวาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงดังกรอด มือที่ถือโทรศัพท์กำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน "อย่าแตะต้องตัวริน... ถ้าแกกล้าทำอะไรเขาแม้แต่ปลายเล็บ ฉันสาบานว่าบริษัทแกจะไม่เหลือแม้แต่ซากให้ฝัง!"
(อุ๊ย... น่ากลัวจังครับ) เมฆายังคงลอยหน้าลอยตาพูดต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ (แต่ความจริงแล้ว คนที่ผลักเขาออกมาเองไม่ใช่คุณหรอกเหรอครับ? คนที่เย่อหยิ่ง ปากไม่ตรงกับใจ และผลักไสคนที่เขารักคุณสุดหัวใจไปให้คนอื่น... สุดท้ายแล้ว พอเขาไปจริงๆ ทำไมถึงมานั่งหมาตรอมใจอยู่แบบนี้ล่ะครับ คุณธันวา)
คำพูดราดน้ำมันลงบนกองไฟ ทำให้ธันวาทุบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นด้วยความโมโห
"หุบปากซะ! แกมันก็แค่ไอ้ขี้โกงที่คอยฉวยโอกาส!"
(ผมจะรอวันที่คุณสำนึกได้นะครับ... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่ารินในตอนนี้ เขาไม่ได้มีแค่คุณเป็นตัวเลือกอีกต่อไปแล้ว)
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด!
สายถูกตัดไปดื้อๆ ทิ้งให้ธันวานั่งหายใจหอบกระชั้นอยู่ท่ามกลางซากเอกสารบนพื้น หัวใจของเขาบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบไปหมด ความรู้สึกผิด ความเสียใจ และความโกรธแค้นตีรวนกันจนแยกไม่ออก รินกลายเป็นแผลเป็นที่ไม่มีวันรักษาหาย เป็นคนที่เขาทั้งรัก ทั้งโกรธ และโหยหามากที่สุดในเวลาเดียวกัน
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงของเลขาคนเดิม ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างโปร่งบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าแผ่วเบา รินยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตู กวาดสายตามองสภาพห้องที่ยับเยินและชายหนุ่มผู้มีสภาพไม่ต่างอะไรกับซากศพไร้จิตวิญญาณ
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม ดวงตาสองคู่ประสานกันในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความอึดอัด รินขยับริมฝีปากน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของธันวาหยุดหมุนลงในทันที
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาเหยียบที่นี่อีก... แต่พอดีมีเอกสารสำคัญที่ต้องมาเคลียร์ให้จบ คุณจะเซ็นให้ผมดีๆ หรือจะให้ผมเอาเรื่องนี้ไปคุยกับทางทนายของคุณล่ะครับ... ท่านประธาน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 30
ความเจ็บปวดของการจากลา
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!