รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ระบายอยู่บนใบหน้าคมคายของเมฆา ช่างบาดตาบาดใจคนมองเสียจนเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานดังฮึ่มฮั่มราวกับจะระเบิดออกมาเสียให้ได้ รินสะดุ้งสุดตัวเมื่อเอกสารในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น แรงดึงดูดบางอย่างจากสายตาของธันวาที่ยืนแผ่รังสีอำมหิตอยู่หลังโต๊ะทำงาน ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวลึก
"คุณเมฆา... มาทำอะไรที่นี่ครับ" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง พร้อมกับขยับถอยหลังออกห่างจากร่างสูงของคู่แข่งทางธุรกิจที่จงใจก้าวล้ำเข้ามาประชิดตัวเกินความจำเป็น
"ผมก็บอกแล้วไงครับว่าเอาเอกสารโปรเจกต์ร่วมทุนมาให้" เมฆายักไหล่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาคมกวาดมองสำรวจรินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่แสดงออกชัดเจนว่ากำลังคุกคาม "แต่ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีตของคุณรินกับท่านประธานเข้าสินะครับ บรรยากาศถึงได้มาคุพิกล"
"รู้ตัวก็ดีนี่ครับ" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันดังขึ้นก่อนที่ธันวาจะก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวรินอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าเอวบางของรินเข้าหาตัวด้วยแรงที่มากพอจะแสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องเอ่ยปาก รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวประธานหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "แต่เผื่อคุณจะความจำสั้น ที่นี่คือบริษัทของผม และคนที่คุณกำลังยืนคุกคามอยู่... คือคนของผมครับ"
รินเบิกตากว้าง หูผึ่ง หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตกใจกับคำว่า 'คนของผม' ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากแข็งอย่างธันวา ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบใช้ศอกสะกิดสีข้างอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงปราม แต่ธันวากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก ไม่ยอมปล่อยให้เขาขยับหนีไปไหน
เมฆาหรี่ตามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสนุกสนาน รอยยิ้มเยาะหยันฉาบอยู่บนใบหน้า "โอ๊ะ... คำก็คนของผม สองคำก็คนของผม ท่านประธานธันวาผู้เย่อหยิ่ง ยอมรับความสัมพันธ์นี้แล้วอย่างนั้นเหรอครับ? ผมนึกว่าคุณรินเป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราวที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งซะอีก"
"ปากดีนักนะเมฆา" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดโกนจ้องมองคู่ปรับตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว "ต่อให้สัญญาจ้างจะหมดลงไปนานแค่ไหน รินก็ไม่มีวันไปเหยียบที่บริษัทของคุณหรอกครับ เลิกฝันกลางวันแล้วไสหัวออกไปจากห้องของผมซะ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ระบบรักษาความปลอดภัยโยนคุณออกไปจริงๆ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มือตัดได้ เมฆายังคงยืนยิ้มระรื่น ไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ของประธานหนุ่มแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองรินอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"น่าเสียดายจดนะครับคุณริน ข้อเสนอบริหารโครงการของผมยังเปิดต้อนรับคุณเสมอ... สนใจเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ ติดต่อผมได้ทุกเมื่อนะครับ" เมฆาโค้งตัวเล็กน้อยอย่างกวนประสาท ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าออกไปจากห้องอย่างไม่รีบร้อน ทิ้งให้ความเงียบงันและระเบิดเวลาทางอารมณ์อบอวลอยู่ภายในห้อง
ปัง!
ทันทีที่บานประตูห้องปิดสนิท ธันวาก็กดร่างของรินให้แนบชิดกับผนังห้องทันทีโดยไม่มีการลังเล มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของรินขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างประคองคางมนให้เงยขึ้นมารับสายตาดุดันที่กำลังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวง
"ใครอนุญาตให้ยิ้มให้มัน" ธันวาเค้นเสียงถามชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนรินต้องเบือนหน้าหนีด้วยความขัดเคือง
"ผมไปยิ้มให้เขาตอนไหนเล่า!" รินเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตัวโตกว่าอย่างไม่เกรงกลัว "คุณนี่มันประสาทกลับหรือไง หึงไม่เข้าเรื่อง เอกสารก็แค่งานไหมล่ะ!"
"งาน?" ธันวาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินราวกับต้องการจะค้นหาความจริง "สายตาสัปดนของมันมองคุณทะลุเสื้อผ้าอยู่แล้ว คุณยังจะมีหน้ามายืนคุยดีด้วยอีกเหรอ หืม?"
"ผมไม่ได้คุยดีด้วยสักหน่อย! ปล่อยนะธันวา คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผมนะ" รินดิ้นรนขัดขืน พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ แต่วิถีกอดรัดของคนตรงหน้ากลับแน่นหนาราวกับคีมเหล็ก ยิ่งดิ้น ยิ่งเหมือนเป็นการยั่วโมโหอีกฝ่ายให้ทวีความรุนแรงขึ้น
"ไม่มีสิทธิ์เหรอ?" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนชิด กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำ "เมื่อกี้ผมเพิ่งประกาศต่อหน้ามันไปหยกๆ ว่าคุณเป็น 'คนของผม' หรือคุณอยากให้ผมทบทวนความจำด้วยวิธีอื่นอีก คุณริน?"
คำพูดกำกวมและแววตาวาววับที่สื่อความหมายชัดเจน ทำให้รินหน้าร้อนผ่าวขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความโกรธที่สั่งสมมาตั้งแต่ต้นถูกแทนที่ด้วยความประหม่าอย่างรุนแรงเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะแนบชิด
"คุณ... คุณมันคนฉวยโอกาส" รินพึมพำเสียงเบาลงอย่างคนจนมุม เมื่อรู้ตัวว่าต่อปากต่อคำไปก็มีแต่จะเสียเปรียบ
ธันวายกยิ้มมุมปาก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาพราวระยับที่มองสำรวจใบหน้าหวานอย่างไม่วางตา นิ้วโป้งหนาเกลี่ยไล้เบาๆ บนพวงแก้มเนียนอย่างลืมตัว สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนขัดกับท่าทางดุดันเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
"รู้ตัวก็ดีครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าดวงตายังคงประกายความดื้อรั้น "แล้วจำใส่สมองไว้ด้วยว่า อย่าไปยิ้มแบบนั้นให้ใครเห็นอีก ไม่ว่าจะเป็นไอ้เมฆาหรือใครหน้าไหนทั้งนั้น เพราะรอยยิ้มของคุณ... มีไว้ให้ผมมองคนเดียว"
รินชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ทอประกายความจริงจังและความหวงแหนอย่างเปิดเผย ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในช่องท้องจนต้องเม้มปากแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยเถียงออกไปสักคำ
บรรยากาศในห้องเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ท่ามกลางความใกล้ชิดที่เกือบจะหลอมละลายกำแพงทิฐิของทั้งสองฝ่าย ธันวาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าใกล้เรียวปากบางของรินเรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับที่บานประตูห้องทำงานเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต ร่างของเลขานุการสาวหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นระริก
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!"
ปราณธาตุเก้าสุริยันขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 8
ใครอนุญาตให้ยิ้มให้คนอื่น
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!