เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเนื้อดีดังขึ้นจนสะเทือนไปถึงหัวใจคนมอง ธันวาไม่ได้ตั้งใจจะทำมันรุนแรงขนาดนั้น แต่นิ้วเรียวยาวที่กำลังกำสันแฟ้มจนข้อต่องอขาวซีด มันฟ้องชัดเจนว่าความอดทนของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้านกำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้วจริงๆ
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีตวัดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับร่างโปร่งของริน ที่ตอนนี้กำลังยืนจัดเรียงเอกสารรายงานการประชุมประจำสัปดาห์ด้วยท่าทางสบายอกสบายใจเสียเหลือเกิน บัณฑิตจบใหม่สู้ชีวิตคนนี้มีพลังงานบางอย่างที่คอยแต่จะกระชากสติหลุดๆ ของเขาให้กระเจิงอยู่เรื่อย... และยิ่งได้ยินประโยคบอกเล่าเมื่อครู่จากปากอีกฝ่ายด้วยแล้ว เลือดในกายของธันวาก็แทบจะเดือดพล่านขึ้นมาทันที
"คุณธันวาครับ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ ปวดหัวหรือเปล่า" รินเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันระคนขบขันนิดๆ ชelว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามซ่อนอาการหงุดหงิดเอาไว้ใต้หน้ากาก CEO ผู้เยือกเย็น
"ผมสบายดี" ธันวากดเสียงต่ำ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนร่างสูงโปร่งสง่างามทาบทับลงมาบังแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ "แต่ดูเหมือนว่าตารางงานของคุณช่วงเย็นนี้จะว่างเกินไปจนมีเวลาไปรับปากฟлัคอินไร้สาระกับคนอื่นสินะครับ คุณริน"
รินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน มือบางยังคงจัดระเบียบปากกาบนโต๊ะต่ออย่างใจเย็น "คุณหมายถึงพี่กรณ์ แผนกการตลาด หรือครับ... เขาแค่ชวนไปกินข้าวต้มปลาหน้าบริษัทเองครับ ไม่เห็นว่ามันจะไร้สาระตรงไหนเลย ได้กินของอร่อยแถมประหยัดงบด้วย"
คำว่า 'พี่กรณ์' ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับมีหนามแหลมคมพุ่งเข้าใส่โสตรประสาทของธันวาเต็มแรง
ไอ้หมอนั่น... หัวหน้าแผนกการตลาดที่ชอบส่งยิ้มหวานเลี่ยนให้รินตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้ามาทำงาน ตาบ้านั่นคิดจะทำอะไร เขารู้ทันหมดไส้หมดพุง!
"ข้าวต้มปลาหน้าบริษัทมันมีอะไรดีนักหนา ถึงขั้นต้องถ่อสังขารไปกินกับผู้ชายอื่นทั้งๆ ที่งานกองอยู่ท่วมหัวเนี่ยนะ" ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของรินทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ความกดดันแผ่ซ่านจนรินต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
"งานผมเคลียร์เสร็จหมดแล้วครับ ตั้งแต่บ่ายสองแล้วด้วย... อีกอย่าง ผมจะเป็นอิสระหลังเวลาเลิกงานนะครับ ท่านประธานไม่มีสิทธิ์มาควบคุมชีวิตส่วนตัวของผมขนาดนั้นหรอกครับ" รินเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาคู่สวยจ้องสบตากับประธานหนุ่มตรงๆ ไม่มีหลบ
ให้ตายเถอะ... รินเก่งเหลือเกินในการทำให้เขาอยากจะจับตัวมาดุให้เข็ดหลาบ แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันเข้าจริงๆ
ธันวาผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งขัดใจ และ... ยอมรับเถอะธันวา นายกำลังหึงจนแทบคลั่งอยู่แล้ว
"ใครบอกว่าไม่มีสิทธิ์" ธันวาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบใกล้ใบหูขาวสะอาด เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเจือกระแสความเอาแต่ใจเต็มพิกัด "ในฐานะเจ้านาย... ผมมีสิทธิ์สั่งให้คุณอยู่เคลียร์งานเอกสารย้อนหลังสามปีได้ถ้าผมต้องการ"
รินเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ "คุณมันใช้อำนาจบาทใหญ่รังแกผมชัดๆ!"
"ใช่ครับ ผมกำลังใช้อำนาจ" ธันวายืดตัวกลับมามองผลงานความตกใจบนใบหน้าหวานด้วยความสะใจเล็กๆ "เลือกเอาครับว่าจะอยู่ทำงานล่วงหน้ากับผมที่ห้องนี้... หรือจะไปกินข้าวต้มปลากับไอ้กรณ์ แล้วพรุ่งนี้เตรียมตัวรับใบเตือนข้อหาบกพร่องต่อหน้าที่ได้เลย"
"คุณธันวา!" รินกัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ไอ้นายหน้าเลือด! เผด็จการ! เอาเรื่องงานมาขู่กันหน้าด้านๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกันเล่า
ธันวายืนกอดอกมองท่าทีฮึดฮัดของคนตัวเล็กกว่าด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ ความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความพึงพอใจประหลาด รินในยามที่โมโหจนแก้มใสแดงก่ำนี่แหละที่ทำให้เขารู้สึกว่าโลกใบนี้ยังมีสีสันขึ้นมาบ้าง
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างใหญ่เริ่มกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้า หากแต่เป็นความเงียบที่อบอวลไปด้วยกระแสเคมีอันร้อนรุ่มที่พุ่งชนกันจนแทบจะจุดประกายไฟได้ ธันวาก้าวเข้าไปใกล้รินอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นกายหอมสะอาดอ่อนๆ ของคนตรงหน้าลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของประธานหนุ่มสั่นคลอน
รินเงยหน้าขึ้นมองตามเมื่อเงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมกראที่ฉายแววอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัว ความโกรธเคืองเมื่อครู่พลันมลายหายไป เหลือเพียงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดเพี้ยนไปหมด
"มองอะไรครับ..." รินกระซิบถามเสียงแผ่วโดยไม่รู้ตัว ความกล้าที่เคยมีเมื่อครู่เริ่มระเหิดหายไปเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ
"มองคนที่กำลังจะทำให้ผมเป็นบ้าอยู่แล้ว..." ธันวาตอบเสียงพร่า สายตาจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปลายนิ้วเรียวของเขาเผลอยื่นออกไปหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าหวานนั้น
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวราวกับมีใครตั้งใจจับเวลา ธันวาสบถในลำคออย่างหัวเสีย ผละถอยหลังออกห่างจากรินอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมกลับมาเรียบตึงเป็นปกติในเสี้ยววินาที
รินสะดุ้งสุดตัว รีบก้าวถอยหลังไปจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อตระหนักว่าเกือบจะเผลอใจไปกับบรรยากาศอันตรายเมื่อครู่เข้าเสียแล้ว
"เข้ามาครับ" ธันวาปรับน้ำเสียงให้กลับมาเข้มงวดดังเดิม
ประวัติการเปิดประตูไม่ได้มาจากเลขานุการหน้าห้องอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ และเป็นคนที่ธันวาไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุดในเวลานี้
เมฆาก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยรอยยิ้มพรายที่เคลือบความเจ้าเล่ห์เอาไว้เต็มเปี่ยม ในมือถือกล่องของขวัญผูกโบว์สีแดงเพลิงสะดุดตา
"สวัสดีครับท่านประธานธันวา... พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารโปรเจกต์ร่วมทุนมาให้คุณรินตรวจสอบด้วยตัวเองซะหน่อย หวังว่าผมคงไม่ได้มารบกวนเวลา 'ส่วนตัว' ของพวกคุณหรอกนะครับ"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ! — ปราณธาตุเก้าสุริยัน
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 7
หวงก้างแบบซึนๆ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!