แฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะทำงานถูกกระแทกเสียงดังลั่นจนรินสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตตวัดมองร่างสูงสง่าของท่านประธานหนุ่มที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้วยความไม่พอใจ กลีบปากบางเม้มเข้าหากันแน่นอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
"นี่คุณธันวา! ผมทำงานนี้เสร็จทันกำหนดส่งตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะครับ จะหาเรื่องอะไรอีก" รินเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบฉายแววพยศชัดเจน ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวอำนาจมืดของคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
ธันวาแค่นเสียงหึ in คอ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึง ดวงตาคมปลาบจ้องมองบัณฑิตจบใหม่ที่ปากเก่งไม่เคยเปลี่ยน "เสร็จเหรอ? คุณเรียกรายงานฉบับนี้ว่าเสร็จสมบูรณ์แล้วสินะ ตัวเลขขาดทุนโครงการย่อยสามจุดร้อยแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์นี่คุณเอาสมองส่วนไหนคิดถึงปล่อยผ่านมาได้ หรือคิดว่าบริษัทผมเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กจบใหม่สมองกลวงกันแน่"
คำพูดเชือดเฉือนพ่วงด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากทำเอาเส้นเลือดในขมับของรินเต้นตุบๆ ความเหน็ดเหนื่อยจากการอดหลับอดนอนติดต่อกันสามวันเพื่อเคลียร์เอกสารกองโตพังทลายลงในพริบตา แทนที่จะรู้สึกผิด รินกลับรู้สึกเหมือนไฟลุกโชนอยู่ในอก
"ถ้าสมองกลวงของผมมันทำให้คุณขัดหูขัดตาขนาดนี้ ทำไมไม่ไล่ผมออกไปซะล่ะครับ!" รินกระแทกเสียงใส่ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อให้ส่วนต่างของส่วนสูงไม่เป็นรองจนเกินไป แม้ไหล่บางจะสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและอัดอั้นตันใจ แต่แววตาที่มองตรงมากลับไม่มีความหวาดกลัวเจือปนเลย "จะได้ไม่ต้องมานั่งทนเห็นหน้าเด็กเส้นอย่างผมในบริษัทระดับประเทศของคุณ!"
ห้องทำงานกว้างขวางตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายความหยาดเยิ้มคลอหน่วยในดวงตากลมโตคู่สวยนั้น ร่างสูงผ่อนลมหายใจออกทางจมูกแรงๆ ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่แปลเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดใจที่บอกไม่ถูก มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะโยกเอกสารอีกแฟ้มหนึ่งลงบนโต๊ะกระแทกเบาๆ
"อ่านซะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งห้วนๆ
รินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง มือเรียวเปิดแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลออกอย่างไร้ความเต็มใจ สายตากวาดมองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นแรกผ่านๆ ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความตกตะลึง
นั่นไม่ใช่เอกสารประเมินงาน... แต่มันคือเอกสารยกเลิกคำสั่งฟ้องร้องและอายัดทรัพย์สินของครอบครัวเขา!
หนี้สินก้อนโตที่พ่อเลี้ยงนำบ้านไปจำนองนอกระบบจนเกือบทำให้ครอบครัวต้องล้มละลายและไร้ที่ซุกหัวนอน หนี้ที่รินพยายามวิ่งเต้นหาเงินมาใช้หนแทบตายแต่ก็ไม่เคยทันดอกเบี้ยมหาศาล บัดนี้... มันถูกเคลียร์จนสะอาดหมดจดด้วยลายเซ็นของบริษัทในเครือข่ายของธันวา แถมยังเป็นการซื้อหนี้ทั้งหมดมาไว้ในมือโดยที่ทางเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หัวมาทวงถามอีกเลย
"นี่มัน..." รินเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า สมองประมวลผลแทบไม่ทัน "คุณ... คุณทำแบบนี้ทำไม"
ธันวาเบือนหน้าหนีไปทางกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงเบื้องล่าง สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความพิรุธ หูทั้งสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกจับได้ไล่ทัน
"อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยน่า" ธันวาเค้นเสียงพูดด้วยท่าทีเย่อหยิ่งเช่นเคย แม้หัวใจจะเต้นโครมครามด้วยความเขินอายที่ถูกมองทะลุปรุโปร่ง "ผมแค่ไม่อยากให้ลูกน้องในความดูแลต้องมีสติหลุดลอยมานั่งร้องไห้ฟูมฟายในเวลาทำงานจนงานของบริษัทเสียหาย ผมซื้อหนี้พวกนั้นไว้ในราคาถูกเพื่อตัดปัญหาไม่ให้เจ้าหนี้ชั้นต่ำพวกนั้นมารบกวนเวลาทำงานของผมก็แค่นั้นแหละ"
คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลยทำเอารินถึงกับพูดไม่ออก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็ว จนความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น รินมองสำรวจท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่พยายามทำตัวนิ่งขรึมของชายหนุ่มตรงหน้า... ปากบอกว่ารำคาญ ปากบอกว่าทำเพื่อธุรกิจ แต่กลับยอมเอาเงินก้อนโตมาโปะหนี้ทั้งหมดให้เงียบๆ โดยไม่เคยเอ่ยปากทวงบุญคุณสักคำ
พ่อไมโครเวฟปากแข็งชัดๆ...
รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "แล้ว... เรื่องที่ผมเคยพูดจาไม่ดีใส่คุณเรื่องคุณเมฆาเมื่อวันก่อนล่ะครับ"
ธันวาหันขวับกลับมามองทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจเมื่อได้ยินชื่อคู่ปรับตัวฉกาจ "อย่าเอาไอ้สารเลวนั่นมาเทียบกับผม ริน คุณคิดว่ามันหวังดีกับคุณเหรอ? มันแค่อยากใช้คุณเป็นเครื่องมือสะกิดความรู้สึกผมก็เท่านั้นแหละ ทำไม? โง่ให้มันหลอกใช้ซ้ำสองหรือไง"
แม้คำพูดจะยังคงเผ็ดร้อนและบาดหูเหมือนเดิม แต่วินาทีนี้รินกลับไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเลยสักนิด ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิดจนระยะห่างระหว่างกันลดลงอย่างน่าใจหาย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบกับดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มตรงๆ
"แล้วถ้าผมบอกว่า... ผมไม่ได้สนใจคุณเมฆาเลยล่ะครับ" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ
ธันวาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของคนตรงหน้าลอยเข้าแตะจมูก ร่างสูงก้าวถอยหลังไม่ได้เมื่อขอบโต๊ะชนเข้ากับสะโพก ขณะที่รินก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน มือเรียวยื่นออกไปแตะลงบนปกเสื้อสูทเนื้อดีของอีกฝ่ายเบาๆ
"ขอบคุณนะครับ... ท่านประธานปากร้าย" รินกระซิบชิดริมหูด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่มุมปาก
ธันวาเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวรากับกลองชุดจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มือหนารีบคว้าข้อมือเรียวที่แตะอยู่บนอกเสื้อไว้แน่นเพื่อรักษาระยะห่าง แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อذنญาต
"ขอโทษทีครับท่านประธาน... พอดีผมมีเรื่องด่วนจะ..."
เสียงของเมฆาที่เอ่ยแทรกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ธันวาตวัดสายตาดุด่าคมกริบใส่ผู้มาใหม่ทันทีด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ขณะที่รินหันขวับไปมองหน้าคู่แข่งทางธุรกิจของเจ้านายด้วยแววตาที่เย็นเยียบขึ้นมาในทันที
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้นะครับ!
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 3
ปากร้ายใจร้ายที่ไหนกัน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!