พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 4

กฎเหล็กของคนในบ้าน

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
รอยยิ้มพราวระยับบนมุมปากของเมฆาไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทำให้อุณหภูมิรอบกายของธันวาร่วงดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในชั่วพริบตา ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดตวัดมองคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจด้วยความรู้สึกอยากกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้หลุดออกไปจากสายตาเสียเดี๋ยวนี้ "ดูเหมือนว่าผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาอันมีค่าของคุณธันวากับเลขาฯ คนเก่งสินะครับ" เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากึ่งเย้ย ดวงตาแพรวพราวคู่นั้นกวาดมองรินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง รินขยับตัวถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แม้ในใจจะเต้นระรัวด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะ แต่ใบหน้าหวานกลับเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวกำชายเสื้อสูทของตัวเองแน่นเพื่อระบายความตึงเครียด เขารู้ดีว่าเมฆาไม่ใช่คนสะอาดสะอ้าน และการปรากฏตัวของอีกฝ่ายในยามวิกาลแบบนี้ย่อมมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่นอน "รู้ตัวก็ดีนี่ครับ คุณเมฆา" ธันวาแค่นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยแรงกดดันที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างโปร่งของรินไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง "ที่นี่คือบริษัทของผม การที่คุณบุกรุกเข้ามาอย่างไร้มารยาทแบบนี้ มันบ่งบอกถึงการขาดการอบรมที่ดีสินะครับ" เมฆาหัวเราะในลำคอเบาๆ สีหน้าของเขาไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำพูดเชือดเฉือนนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขากล้าดึงสายตากลับมามองที่รินโดยตรง "ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทหรอกครับคุณธันวา... เพียงแต่ผมบังเอิญได้ยินมาว่า เลขาฯ คนใหม่ของคุณมีความสามารถรอบด้าน จนผมอดไม่ได้ที่จะอยากลองชวนมาร่วมงานกันดูสักตั้ง ผลตอบแทนที่ผมให้นั้นรับรองว่าคุ้มค่ากว่าการทนทำงานรับใช้เจ้านายจอมเผด็จการอย่างคุณแน่นอน" ประโยคนั้นทำให้ธันวากรามกระตุก รังสีความหึงหวงและโทสะพวยพุ่งขึ้นมาจนดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เขาเกลียดรอยยิ้มของเมฆา เกลียดสายตาที่อีกฝ่ายใช้มองริน และที่สำคัญที่สุด... เขาเกลียดความคิดที่ว่าจะมีใครกล้าอาจหาญมาแย่งชindคนของเขาไป "ฝันไปเถอะครับ" รินเป็นฝ่ายสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ดวงตากลมโตฉายแววดูแคลนอย่างไม่ไว้หน้า "คนอย่างผมมีศักดิ์ศรีพอที่จะเลือกเจ้านาย และต่อให้บริษัทของคุณจะเสนอเงินเดือนให้เป็นร้อยล้าน ผมก็ไม่มีวันลดตัวไปร่วมงานกับคนไร้มารยาทที่ต้องอาศัยวิธีสกปรกในการแย่งชิงผลงานหรอกครับ" คำตอบที่ตรงไปตรงมาและเจ็บแสบถึงทรวงทำให้เมฆาหุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขัดเคือง แต่ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น ธันวาได้ยื่นมือไปคว้าข้อแขนเรียวของรินไว้ แล้วออกแรงดึงให้เดินตามตนเองออกไปจากห้องประชุมทันทีโดยไม่1เอื้อนเอ่ยคำลาใดๆ อีก แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กักเก็บความขุ่นเคืองเอาไว้จนรินต้องรีบก้าวเท้าตามแรงจูงนั้นเพื่อไม่ให้สะดุดล้ม ทั้งคู่เดินจ้ำอ้าวผ่านโถงทางเดินยาวจนกระทั่งเข้ามาหลบอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่ม และทันทีที่ประตูปิดลง ธันวาก็ปล่อยมือจากข้อมือบางราวกับสัมผัสนั้นร้อนรุ่ม บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ธันวาหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับริน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ใครอนุญาตให้คุณพูดจาต่อปากต่อคำกับมันแบบนั้น" ธันวาเปิดฉากคาดคั้น น้ำเสียงเข้มงวดดุดัน "แล้วจะให้ผมยืนนิ่งเป็นใบ้ให้เขามาดูถูกหรือไงครับ" รินเถียงกลับทันควัน หน้าหวานง้ำงอลงด้วยความไม่พอใจ "คุณก็เห็นว่าเขาตั้งใจจะปั่นหัวคุณ แล้วทำไมผมจะต้องยอมยืนให้เขาเหยียบย่นศักดิ์ศรีด้วยล่ะครับ" "แต่มันอันตราย!" ธันวาขึ้นเสียงใส่โดยไม่รู้ตัว ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านจนต้องยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ "คุณไม่รู้หรอกว่าเมฆามันเล่นตุกติกเก่งแค่ไหน มันจ้องจะเล่นงานผม และถ้ามันรู้ว่าจุดอ่อนของผมคืออะไร มันก็จะใช้คุณเป็นเครื่องมือ!" คำว่า 'จุดอ่อน' ทำให้รินชะงักไปนิด ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของเจ้านายหนุ่ม ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างจะวูบผ่านเข้ามาในใจ แต่ทิฐิก็ยังคงค้ำคออยู่ดี "ผมไม่ใช่จุดอ่อนของใครทั้งนั้นครับ... และผมก็ดูแลตัวเองได้" รินเชิดหน้าขึ้นเถียง "เลิกทำตัวเป็นพ่อคนที่สองของผมสักทีเถอะครับ คุณธันวา ผมโตแล้ว!" "ริน!" ธันวาคำรามต่ำในลำคอ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวคนดื้อรั้นอย่างรวดเร็ว จนรินต้องถอยหลังไปชนกับบานประตูห้องทำงานโดยอัตโนมัติ ช่องว่างระหว่างเขาทั้งสองถูกลดทอนลงจนเหลือเพียงนิดเดียว ความกดดันจากแผงอกกว้างและไอร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มทำให้รินเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ธันวายื่นมือข้างหนึ่งไปทาบลงบนบานประตู กักขังร่างโปร่งเอาไว้ในอาณาเขตของตนเอง ดวงตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าหวานที่พยายามทำเป็นใจดีสู้เสือแต่ขนตากลับสั่นระริก "ฟังให้ดีนะริน..." ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูกระแสเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่ทรงพลังจนสติของรินแทบกระเจิง "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... กฎเหล็กข้อแรกของคนในบ้านนี้คือ ห้ามคุณเข้าใกล้ หรือแม้แต่ชายตามองไอ้เมฆาอีกเป็นอันขาด!" รินใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้ทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ปลายนิ้วเรียวเผลอจิกเข้าหากันแน่นเพื่อตั้งสติ "นี่มันไม่ใช่คำสั่งงานนะครับ... คุณไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตส่วนตัวของผม!" รินพยายามเถียงสวนกลับแม้เสียงจะเริ่มสั่น "ผมมีสิทธิ์... เพราะผมเป็นเจ้าหนี้ของคุณ และเป็นคนที่..." ธันวาชะงักคำพูดไปกะทันหัน ดวงตาคู่คมไหววับระริกยามที่ก้มลงสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววดื้อรั้น ระยะห่างที่เหลือเพียงลมหายใจกั้นทำให้บรรยากาศร้อนรุ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด รินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกและคาดหวังลึกๆ ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ แต่วินาทีที่ธันวากำลังจะเอื้อนเอ่ยความในใจที่เก็บกดไว้ออกมา... *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยการบิดลูกบิดเปิดเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต ร่างของเลขาฯ ฝ่ายประชาสัมพันธ์สาวพุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี "ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... หุ้นของบริษัทเราถูกเทขายอย่างกะทันหันในตลาดหลักทรัพย์ และตอนนี้... ทางตลาดกำลังจะระงับการซื้อขายชั่วคราวค่ะ!" ธันวาผละออกจากร่างของรินในทันที สีหน้าเคร่งขรึมเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาในพริบตา รินมองหน้าเจ้านายสลับกับเลขาฯ สาวด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่สายตาของธันวาจะตวัดกลับมามองที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนเจ็บปวด "นาย... เป็นคนเอาข้อมูลโครงการใหม่ให้เมฆาใช่ไหมริน?" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ความสัมพันธ์ที่ทั้งเผ็ดร้อนและชวนลุ้นคู่นี้มาจนถึงตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%