“พูดสิครับริน... ผมให้โอกาสคุณแก้ตัวอีกครั้ง ว่าคนที่เอาข้อมูลลับโครงการอัลฟ่าไปส่งให้เมฆา คือคุณใช่ไหม?”
น้ำเสียงของธันวาทุ้มต่ำและเยือกเย็นราวกับมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง เขาขยับก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของรินชนเข้ากับผนังห้องทำงาน กระแสความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ที่ลอยมาจากตัวเขาทำให้รินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องเริ่มเบาบางลง
รินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดที่ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม “คุณมันบ้าไปแล้วธันวา! ผมทำงานให้คุณทุ่มเทขนาดไหน ทำไมผมต้องทำลายตัวเองด้วยการส่งข้อมูลให้เมฆาด้วย?”
“นั่นสิ... ทำไมล่ะ?” ธันวากระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “บางทีอาจจะเป็นเพราะเมฆาเสนอข้อเสนอที่ดีกว่าให้คุณ หรือบางที... คุณก็แค่อยากเห็นผมพังพินาศในแบบที่คนอื่นทำกับผมมาก่อน”
“อย่าเอาความหวาดระแวงของคุณมาตัดสินคนอื่นด้วยมาตรฐานต่ำๆ แบบนั้น!” รินสวนกลับทันควัน แรงอารมณ์ทำให้เขาเผลอผลักอกอีกฝ่ายเต็มแรง
เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ใครจะคาดคิด รองเท้าของรินที่ก้าวพลาดบนพื้นพรมหนานุ่มบวกกับแรงเหวี่ยงจากการผลัก ทำให้ร่างโปร่งเสียหลักหงายหลังลงไปบนพื้น โดยมีร่างสูงใหญ่ของธันวาถลาตามลงมาตามสัญชาตญาณเพราะมือของรินคว้าปกเสื้อสูทเขาไว้แน่น
*ตึง!*
เสียงร่างสองร่างกระแทกพื้นพรมดังขึ้น ทว่าความเจ็บปวดกลับถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงชั่วขณะ รินนอนหงายอยู่ใต้ร่างแกร่งของธันวา ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดกันและกัน แขนแข็งแรงของธันวายันพื้นไว้ข้างลำตัวรินเพื่อค้ำยันน้ำหนักไม่ให้ทับลงมาเต็มที่ ทว่าท่าทางนี้กลับทำให้สถานการณ์ดูล่อแหลมและวาบหวิวอย่างประหลาด
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอันกว้างใหญ่ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวแข่งกันของคนสองคน รินนิ่งค้างไป ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปเหลือเพียงความสั่นไหวที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย สายตาของธันวาที่มองลงมานั้นเปลี่ยนไป จากความดุดันกลายเป็นความนิ่งลึกที่ยากจะคาดเดา
“นี่คือแผนของคูณหรือเปล่า... ริน?” ธันวาเอ่ยเสียงแหบพร่า สายตาจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากบางที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น
“แผนอะไร... คุณนั่นแหละที่ล้มลงมาทับผม!” รินพยายามตั้งสติ พยายามขยับตัวหนีแต่ธันวากลับกดน้ำหนักลงมาเล็กน้อยเป็นการตรึงร่างเขาไว้
“แผนที่จะทำให้ผม... หยุดระแวงคุณ”
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาอีกจนปลายจมูกเกือบแตะกัน รินสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายกว่าการถูกกล่าวหาด้วยซ้ำ รินเบี่ยงหน้าหนี พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “ถ้าคุณอยากรู้ความจริง แทนที่จะมาต้อนผมจนมุมแบบนี้... ทำไมไม่หาหลักฐานให้ชัดเจนล่ะครับคุณประธาน”
ธันวาหัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขื่นขมแต่แฝงไว้ด้วยความเอ็นดูอย่างประหลาด “หลักฐานน่ะผมหาแน่ แต่ตอนนี้... ผมแค่อยากรู้ว่าคนปากเก่งอย่างคุณ เวลาโดนต้อนจนมุมจริงๆ จะยังเชิดหน้าใส่ผมได้นานแค่ไหน”
มือหนาของธันวาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของรินออกอย่างเบามือ สัมผัสที่นุ่มนวลและอ่อนโยนเกินคาดเดาทำเอารินถึงกับชะงักไป นี่คือด้านที่เขาไม่เคยเห็น... ด้านที่ดูเปราะบางและคลั่งไคล้จนน่าใจหาย
“ริน...” ธันวาเรียกชื่อเขาเสียงต่ำ
“ครับ?” รินขานรับโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าผมไม่ใช่คนที่คุณต้องกลัว... แต่เป็นคนที่คุณอยากจะ...”
*แกร๊ก!*
เสียงลูกบิดประตูห้องทำงานหมุนเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวผู้มีอำนาจเหนือใครในบริษัทที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ
“ธันวา! นี่มันเรื่องอะไรกัน!”
ธันวาผละออกจากร่างรินทันทีเหมือนคนเพิ่งได้สติ เขาเด้งตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทางเย็นชาดั่งเดิม ทิ้งให้รินนอนตะลึงอยู่บนพื้นด้วยหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ รินรีบลุกขึ้นยืนพลางจัดเสื้อเชิ้ตของตัวเองด้วยความลนลาน สัมผัสจากปลายนิ้วของธันวายังคงอุ่นวาบอยู่บนหน้าผาก ราวกับเป็นพันธนาการที่เขาสลัดไม่ออก
รินมองไปที่ผู้มาใหม่สลับกับธันวาที่ตอนนี้กลับไปทำหน้านิ่งเป็นหินตามนิสัยประจำตัว แต่สิ่งที่รินสังเกตเห็นคือแววตาของธันวาที่วูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อหันมามองเขา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเฉยเมยอย่างร้ายกาจ
“ริน... คุณออกไปก่อน” ธันวาออกคำสั่งเสียงเรียบ
รินเม้มปากแน่น ความรู้สึกถูกหักหลังและมึนงงตีกันยุ่งเหยิงในหัว เขาหันหลังเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องทำงานนั้นทันที โดยไม่แม้แต่จะหันไปมองว่าใครคือคนที่เข้ามาขัดจังหวะ แต่ในใจกลับครุ่นคิดถึงประโยคที่ธันวายังพูดไม่จบ... *คนที่เขาอยากจะ... อะไรกันแน่?*
เขาวิ่งออกมาจนถึงหน้าลิฟต์ กดปุ่มเรียกด้วยมือที่ยังสั่นเทา บรรยากาศภายในบริษัทที่เคยคุ้นเคยดูหม่นหมองลงทันตา สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันคือความผิดพลาด หรือเป็นเพียงเกมปั่นหัวที่ธันวาใช้เพื่อต้อนเขาให้จนมุมจริงๆ กันแน่?
แต่ขณะที่ลิฟต์กำลังจะปิดลง เสียงรองเท้าส้นสูงของบุคคลที่สามที่เดินตามออกมาจากห้องทำงานก็ทำให้รินต้องชะงัก “เดี๋ยวค่ะคุณริน... ธันวาเขาอาจจะดูใจร้าย แต่ในวันที่เมฆาพยายามทำลายทุกอย่าง... เขาคือคนเดียวที่พยายามปกป้องคุณ แม้จะต้องยอมเป็นคนร้ายในสายตาคุณก็ตาม”
รินชะงักกึก มือที่จับขอบลิฟต์แน่นขึ้น ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความจริงอีกด้านหนึ่งเริ่มเผยตัวออกมา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้กับผมนะครับ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นจนวางไม่ลงครับ!
ปราณธาตุเก้าสุริยัน
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 5
เคมีที่อันตราย
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!