เสียงปรบมือเยาะเย้ยในห้องประชุมใหญ่ของโครงการร่วมทุนดังระงับ ราวกับฝูงไฮยีน่ากำลังล้อมวงขย้ำเหยื่อ รินยืนตัวตรงหลังตรงเป็นไม้บรรทัด แม้ฝ่ามือทั้งสองข้างที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีดจะฟ้องความตึงเครียด เมฆาในสูทสั่งตัดราคาแพงระยับกำลังโน้มตัวลงมาหัวเราะในลำคออย่างได้ใจ สายตาคมปลาทูทอดมองร่างโปร่งระหงของบัณฑิตจบใหม่ด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด
"เก่งนักไม่ใช่เหรอครับคุณริน? ไหนล่ะความอวดดีตอนอยู่ในห้องทำงานท่านประธาน... หรือคิดว่าอาศัยใบรับรองปลอมๆ กับเสน่ห์ราคาถูกไม่กี่อย่าง แล้วจะไต่เต้าขึ้นมาเหยียบหัวพวกเราได้?"
เมฆาจงใจลากเสียงต่ำ เขายื่นมือออกหมายจะคว้าจับคางขรึมของรินเพื่อเชยขึ้นมามองหน้า แต่ทว่า—
*เพียะ!*
ไม่ใช่เสียงฝ่ามือกระทบผิวเนื้อ แต่เป็นเสียงสันแฟ้มเอกสารหนาปึ้กที่ถูกซัดฟาดลงบนโต๊ะกระจกอย่างรุนแรงจนสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนในห้อง บรรยากาศที่เคยอוריםด้วยเสียงหัวเราะเยาะพลันเย็นเยียบลงฉับพลันในเสี้ยววินาที แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ของธันวาที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครล่วงรู้
"มือสกปรกๆ ของคุณ... สมควรเก็บเอาไว้เซ็นใบลาออกจากการเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของผม มากกว่าจะเอามาแตะต้องคนของผมนะครับ, คุณเมฆา"
ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่กลับเย็นเยือกจนคนฟังต้องขนลุกซู่ แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองผู้บริหารระดับสูงและแขกผู้มีเกียรติในห้องประชุมด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่ปิดบัง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาบังร่างของรินไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่ไม่มีวันพังทลาย
รินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหวระริกยามเมื่อเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหน้า กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความกรุ่นระอุของอารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ เปลี่ยนจังหวะเป็นการเต้นผิดระเบียบอย่างน่าประหลาด
เมฆาชักมือกลับทันที สีหน้าบึ้งตึงลงถนัดตาเมื่อเจอสายตาดุดันของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจ้องมองมา "ท่านประธานธันวาครับ อย่าใช้อารมณ์มาตัดสินเลยครับ เด็กนี่มันใช้เส้นสายเข้ามาทำงาน เอกสารบัญชีก็มีพิรุธ ผมแค่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบความโปร่งใสในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่..."
"ตรวจสอบ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ดั่งเปลวสุริยันที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า "บริษัทของผม เงินทุนของผม โปรเจกต์ของผม... และตัวของรินเอง อยู่ในความรับผิดชอบของผมทุกลมหายใจ ถ้าคุณอยากตรวจสอบนัก เชิญไปตรวจดูบัญชีสมองเสื่อมๆ ของตัวเองก่อนเถอะครับ ว่ายังมีรอยหยักเหลือพอที่จะเข้าใจตัวเลขกำไรขาดทุนของบริษัทผมหรือเปล่า"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในห้องประชุม ไม่มีใครกล้าสบตากับธันวาในยามนี้ แม้แต่เมฆายยังต้องกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูน รังสีความหึงหวงและการปกป้องอย่างออกนอกหน้าของธันวานั้นเด่นชัดเสียยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน ทุกคนในที่นี้ต่างตระหนักได้ทันทีว่า... ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างท่านประธานจอมโหดกับเด็กฝึกงานคนนี้ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเสียแล้ว
"จำใส่กะโหลกเอาไว้นะครับทุกท่าน..." ธันวากวาดสายตาคมกริบไปรอบโต๊ะประชุม น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยชัดถ้อยชัดคำทีละพยางค์ "รin ไม่ใช่เครื่องมือของใคร และไม่ใช่คนที่ใครจะมาเหยียดย่ำได้ตามอำเภอใจ ถ้าใครในที่นี้ยังบังجาญกล้าแตะต้องคนของผมอีกแม้แต่ปลายเล็บ... ผมนี่แหละครับที่จะทำให้บริษัทของมันกลายเป็นเศษกระดาษไม่มีค่าในตลาดหลักทรัพย์ภายในสามวินาที!"
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เมฆากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากสะบัดหน้าหนีด้วยความอับอาย ธันวาไม่สนใจสายตาใครอีกต่อไป เขายื่นมือหนาไปคว้าข้อมือเรียวของรินที่ยังยืนนิ่งอึ้ง แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตามออกมาจากดงกระสุนปืนทางวาจาทันที
ขายาวก้าวฉับๆ ออกมาจากตัวอาคารสำนักงาน ท่ามกลางสายตาพนักงานนับร้อยชีวิตที่แอบมองตามด้วยความระทึก ธันวาพาเดินเลี่ยงมายังโซนสวนหย่อมส่วนตัวด้านหลังตึกซึ่งไร้ผู้คน ก่อนจะปล่อยมือแล้วหันกลับมาประจันหน้ากับคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้างุด
"ใครใช้ให้คุณเดินเข้ามาในดงเสือดาวโดยไม่พกกระสุนมาด้วยครับ?" เสียงดุเอ่ยขึ้นก่อน แต่ทว่าแววตาที่มองมากลับเจือไปด้วยความห่วงใยและระอุความโกรธที่ยังคุกรุ่นไม่หาย
รินเงยหน้าขึ้น สบตากับคนตรงด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันมั่วซุมในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งโล่งใจ และ... หวั่นไหวอย่างน่าประหลาด "ผมไม่ได้โง่นะครับคุณธันวา ผมแค่กำลังจะจัดการตามขั้นตอนของผมเอง คุณต่างหากที่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ทำไมต้องประกาศกร้าวขนาดนั้นด้วยเล่า คนอื่นเขาก็มองเราในแง่ร้ายกันหมดพอดีสิ"
"มองในแง่ร้ายเหรอ?" ธันวาแค่นเสียงหึ ขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวรินทีละก้าว จนแผ่นหลังบางต้องถอยไปชนเข้ากับผนังกระจกใสของอาคารอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากแทบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียนที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ "ให้พวกมันรู้ไปสิครับ ว่าใครเป็นเจ้าของสิทธิ์ขาดเหนือคุณ... หรือว่าคุณไม่อยากให้ผมประกาศตัวว่าเป็นคนของคุณกันล่ะ หืม?"
หัวใจของรินเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู ปากที่เคยแข็งและทันคนกลับหนักอึ้งขึ้นมาดื้อๆ ยามเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ฉายแววคลั่งรักและจริงจังจนน่ากลัว "ผม... ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย..."
"ดีครับ ถ้าไม่ได้หมายความแบบนั้น..." ธันวาไล่สายตามองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมใบหูด้วยถ้อยคำที่ทำเอาคนฟังแทบละลายคาที่ "คืนนี้เตรียมตัวเก็บกระเป๋าได้เลยครับ คุณต้องย้ายไปอยู่คอนโดผมเป็นการชั่วคราว จนกว่าผมจะมั่นใจว่าไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาหาเรื่องคุณอีก"
รินเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจะท้วงติง "เดี๋ยวก่อนสิครับ! ใครบอกว่าจะไปอยู่กับคุณ..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ ประตูหนีไฟด้านข้างก็เปิดผางออกเสียงดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยในชุดสูทราคาแพงและรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังพวกเขาทั้งคู่
"ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาสวีทนะครับท่านประธาน... แต่พอดีผมมี 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' อีกชิ้น ที่คิดว่าคุณรินคงอยากจะดูให้เห็นกับตาก่อนจะตัดสินใจไปไหนกับผู้ชายคนนี้"
ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันทีด้วยความฉุนเฉียว ขณะที่รินหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าคนๆ นั้นถืออะไรอยู่ในมือ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาด้วยดีนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 25
ปกป้องคนของฉัน
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!