ปัง!
เสียงทุบประตูห้องพักขนาดกะทัดรัดย่านชานเมืองดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับว่าบานประตูไม้ราคาถูกแผ่นนั้นกำลังจะพังทะלุเข้ามาในเสี้ยววินาที รินที่เพิ่งวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจระคนหงุดหงิด ใครกันที่ไร้มารยาทขนาดนี้ ดึกดื่นป่านนี้แล้วถึงได้มาอาละวาดทำลายข้าวของชาวบ้าน
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้, ริน!"
เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกระลอก พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดีจนกระดูกสันหลังวาบหวิว ธันวา! CEO หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ควรจะกำลังนั่งหัวเสียอยู่เพนท์เฮาส์หรูหราของตัวเอง เหตุใดถึงมายืนอยู่หน้าห้องพักรูหนูของเขาได้
รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปกระชากเปิดประตูออกอย่างแรงด้วยความฉุนเฉียว "นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไ---"
พะงาบ... คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อร่างสูงใหญ่ของธันวาสwุ่งเข้ามาประชิดตัวราวกับพายุหมุน แรงปะทะทำให้รินต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยกขึ้นกั้นขนาบข้างลำตัว กักขังเขาไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างอ้อมแขนและกำแพง
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความคุุกกรุ่นของบุรุษเพศแผ่ซ่านอยู่รอบตัว ธันวาในยามนี้ไม่ได้สวมสูทเนี๊ยบกริบเหมือนทุกที เสื้อเชิ้ตสีดำถูกปลดกระดุมออกสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกไหวสะท้อนตามจังหวะหายใจหอบกระชั้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำ จ้องมองมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"สนุกมากไหมที่ทำให้ผมคลั่งจนแทบเป็นบ้า?" ธันวาเค้นเสียงถาม รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว "คิดจะไปซุกตัวอยู่กับไอ้เมฆาหรือไง ถึงได้กล้าตัดสายผม ปิดเครื่องหนี แล้วระเหجหนีออกมาอยู่ที่นี่คนเดียว"
"คุณพูดบ้าอะไรของ1คุณเนี่ย!" รินเชิดหน้าขึ้นสู้ ไม่ยอมจำนนต่อแววตาดุดันคู่นั้น แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก "ผมจะไปไหน จะติดต่อใคร หรือจะอยู่กับใคร มันก็สิทธิ์ของผม คุณเป็นอะไรกับผมถึงต้องตามมาวุ่นวาย ฮึ?"
"เป็นผัวคุณ!"
คำตอบสั้นๆ แต่กระแทกกระทั้นหัวใจจนรินชะงักค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับความด้านหน้าทนของคนตรงหน้า
"หน้าไม่อาย!" รินด่าสวนกลับทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธระคนเขินอาย "เราไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น! แค่เรื่องคืนนั้น... ผมถือว่าทำทานให้หมามันกินก็แล้วกัน ปล่อยผมนะ!"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและโทสะที่ระอุอยู่ข้างใน มือหนาเอื้อมขึ้นมาบีบคางสลวยของรินไว้เบาๆ แต่แน่นหนา บังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้รับรู้ถึงเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่กำลังเผาผลาญเขาอยู่
"ทำทานงั้นเหรอ?" ธันวาก้มหน้าลงกระซิดชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน "ปากเก่งแบบนี้... เดี๋ยวผมจะทบทวนความทรงจำบนเตียงให้คุณฟังทีละสเต็ปเลยดีไหม ว่าคุณครางชื่อผมดังแค่ไหนตอนที่อยู่ใต้ร่างของผม"
"ไอ้... อุบ!"
คำด่าทอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อธันวาฉวยโอกาสประกบเรียวปากลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี จุมพิตในครานี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือการลงทัณฑ์ คือการประกาศความเป็นเจ้าของ และเป็นการระบายความหึงหวงที่อัดอั้นตันใจมาทั้งวัน รินพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง มือเล็กพยายามผลักไสร่างหนาให้ออกห่าง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของ CEO หนุ่มผู้บ้าคลั่งได้
ธันวาต้อนรับการต่อต้านด้วยการขบเม้มริมฝีปากล่างของรินจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ก่อนจะแทกลิ้นร้อนเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินเคลิบเคลิ้มไปกับรสจังหวะที่อีกฝ่ายชักนำโดยไม่รู้ตัว สมองที่เคยขาวสะอาดเริ่มพร่ามือนและหมุนคว้าง ร่างกายที่ต่อต้านกลับอ่อนยวบยาบราวกับถูกสูบเรียวแรงไปจนหมดสิ้น
มือหนาที่เคยตรึงผนังไว้ เปลี่ยนเป็นโอบกอดเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน รินเผลอเผยอริมฝีปากตอบรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นโดยสัญชาตญาณ เสียงครางอืออึงในลำคอของรินยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวธันวาให้พุ่งทะยานขึ้นไปอีก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งลมหายใจเริ่มขาดห้วง ธันวาถึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของรินด้วยความพึงพอใจ นิ้วโป้งหยาบกร้านเกลี่ยไล้คราบน้ำสีใสที่เปรอะเปื้อนมุมปากให้อย่างเบามือ สวนทางกับคำพูดเผด็จการที่หลุดออกมาจากปาก
"จำไว้... ว่าคุณเป็นของผม ริน" ธันวากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ายวนและจริงจัง "ต่อให้คุณวิ่งหนีไปสุดขอบโลก ผมก็ตามกลับมาขังไว้ข้างกายคุณอยู่ดี"
รินหอบหายใจโยนตัว ซบหน้าผากเข้ากับแผงอกแกร่งเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำและหัวใจที่เต้นรัวระทึก เขารู้ดีว่าตัวเองพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว พ่ายแพ้ให้กับความเผด็จการและความคลั่งรักที่ไร้เหตุผล
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศอันเร่าร้อนในห้องพักแคบๆ ทำเอาทั้งสองคนชะงัก ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ขณะที่รินหันขวับไปมองบานประตูด้วยความแปลกใจ
"ใครมาดึกป่านนี้..." รินพึมพำกำลังจะผละออกเพื่อไปดู แต่ธันวาคว้าข้อมือเอาไว้แน่น สายตาส่อแววระแวดระวัง
แอด...
เสียงบานประตูที่ไม่ได้ล็อกสนิทค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองที่ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เมฆา! คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะเล่นงานธันวามาโดยตลอดกาล
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคุณสองคนเข้าสินะครับ พอดีผมเป็นห่วงริน กลัวว่าจะโดนหมาบ้าที่ไหนมารังควาน ก็เลยแวะเอาของมาฝาก..." เมฆายกถุงในมือขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะชะงักเมื่อสบตากับดวงตาสุกใสที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะของธันวาที่ยืนบังรินไว้มิดชิด
ธันวายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม แขนแกร่งตวัดรวบเอวบางของรินเข้าหาตัวแน่นขึ้นในลักษณะแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
"แก..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด "กล้าดียังไงถึงโผล่มาเหยียบที่นี่"
[ติดต่อ ปราณธาตุเก้าสุริยัน ได้เสมอ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้ครับ!]
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 20
คืนดีด้วยวิธีเผด็จการ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!