"แก..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด "กล้าดียังไงถึงโผล่มาเหยียบที่นี่"
ความเงียบงันในห้องทำงานกว้างขวางราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดอากาศต่ำ ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านยืนค้ำโต๊ะทำงาน สันกรามคมกริบบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงโทสะที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องมองไปยังผู้มาเยือนอย่างเอาเรื่อง
เมฆา คู่แข่งทางธุรกิจที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเขาอย่างไร้มารยาท ส่งยิ้มมุมปากเยียบเย็น ดวงตาพราวระยับแฝงความท้าทาย ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของธันวาแม้แต่น้อย
"ทำไมล่ะครับคุณธันวา แค่ผมแวะมาเยี่ยมเยียนเพื่อนร่วมวงการ และมาดูว่า 'ของสำคัญ' ของคุณยังอยู่ดีหรือเปล่า ถึงกับต้องทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อผมเลยเชียวรึ" เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท สายตาคมปลาบเบนเลยผ่านไหล่กว้างของธันวา ไปหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล
ริน เม้มริมฝีปากแน่น บัณฑิตจบใหม่สู้ชีวิตอย่างเขาผ่านเรื่องราวบ้าๆ มามากพอที่จะรู้ว่าสถานการณ์ตรงหน้ากำลังลุกเป็นไฟ ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวัง แม้ในใจจะเต้นระรัวด้วยความอึดอัด แต่ศักดิ์ศรีก็ไม่ยอมให้เขาก้มหัวหลบสายตาใครทั้งสิ้น รินก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างธันวาโดยอัตโนมัติ แม้ปากจะชอบเถียงกับอีกฝ่าย แต่วินาทีนี้เขารู้ดีว่าใครคือคนที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับตน
"ถ้าคุณมาเพื่อพูดจาไร้สาระ เชิญออกไปจากห้องของผมก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาโยนคุณออกไป" ธันวาตวาดกร้าว น้ำเสียงทรงอำนาจและเยือกเย็นจนคนฟังต้องหนสันหลังวาบ
"ใจร้อนเสียจริงนะ... รินครับ คุณคิดดีแล้วเหรอที่จะฝากอนาคตไว้กับคนประเภทนี้ ข้อเสนอที่ผมเคยให้ไป ยังเปิดต้อนรับคุณเสมอนะครับ" เมฆาไม่สนใจคำไล่ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะส่งสายตาแพรวพราวมาทางริน เป็นเชิงยั่วยวนและดึงตัว
หมัดของธันวาที่กำอยู่ข้างลำตัวสั่นระริก ความหึงหวงและโทสะตีรวนขึ้นจนแทบควบคุมสติไม่อยู่ เขาก้าวพรวดเดียวเข้าไปบังร่างของรินไว้มิดชิด สายตาดุดันราวกับพร้อมจะขยี้อีกฝ่ายให้แหลกคาเท้า
"ถอยไปซะเมฆา! ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วทำลายบริษัทของคุณให้ราบคาบภายในวันนี้!"
เมฆาหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ก่อนที่เขาจะยอมหมุนตัวกลับแล้วก้าวเดินออกจากห้องไปอย่างลอยชาย ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องตลบอบอวลไปด้วยไอระอุแห่งความเดือดดาล
ประตูห้องปิดสนิทลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ธันวายังคงยืนนิ่ง คล้ายพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเถื่อนที่ตีรวนอยู่ในอก เขาก้มมองมือตัวเองที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
รินมองท่าทีของธันวาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ของประธานหนุ่มไม่ได้น่ากลัวในสายตาเขาอีกต่อไป กลับกัน... มันสะท้อนความห่วงหาและความกลัวที่จะสูญเสียอย่างชัดเจนจนน่าใจหาย
"มองอะไร" ธันวาเอ่ยเสียงห้วน ปรับน้ำเสียงให้กลับมาแข็งกระด้างตามวิสัยทัศน์ของคนปากแข็ง แม้หูทั้งสองข้างจะเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายที่เผลอแสดงด้านอ่อนแอออกไป
"มองคนแถวนี้... ที่ชอบทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ" รินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาดื้อรั้นฉายประกายระยิบระยับแก้เก้อ "เก๊กอยู่ได้ ทั้งที่เมื่อกี้หน้าดำคร่ำเครียดจนน่ากลัวแทบตาย"
ธันวาแค่น "หึ" ในลำคอ ขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวรินอย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กต้องผถายหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่พวงแก้มใสจนรินต้องหลบตา
"ปากเก่งนักนะริน... นายไม่รู้หรือไงว่าเมื่อกี้ฉันแทบจะฆ่ามันจริงๆ ที่บังجอาจมามองนายด้วยสายตาแบบนั้น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งเค้าลางของการหยอกล้อ ทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบ
"แล้ว... ใครใช้ให้คุณทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมเล่า เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" รินพยายามเถียงกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรัว แม้เสียงจะแผ่วเบาลงกว่าเดิมมากก็ตาม
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ความกร้าวร้าวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเวิ้งว้างและความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง มือหนายื่นออกไปประคองข้างแก้มเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มอย่างเผลอไผล
"นั่นสินะ... เราไม่ได้เป็นอะไรกัน" ธันวาพึมพำ น้ำเสียงเจือความตัดพ้อเล็กน้อย "แต่ถ้าฉันยังปล่อยให้นายดื้อดึง ทำตัวห่างเหิน และเกือบจะตกเป็นเป้าของคนอื่นแบบนี้อีก... ฉันคงบ้าตายก่อนพอดี"
รินนิ่งงัน ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบอยู่ข้างแก้มส่งผ่านความรู้สึกมากมายเข้ามาในหัวใจ ความโกรธเคือง ความหวาดระแวง และความอึดอัดที่สะสมมานานนับเดือน ค่อยๆ ถูกชะล้างด้วยความจริงใจที่อีกฝ่ายพยายามสื่อสารออกมาในแบบฉบับของเขา
"คุณธันวา..." รินเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ฉันพูดจริงๆ นะริน" ธันวาถอนหายใจยาว แววตาไหววูบอย่างที่หาดูได้ยาก "ที่ผ่านมา... ฉันอาจจะใช้วิธีที่แย่ ปากพล่อย และเอาแต่ใจตัวเองจนทำให้นายต้องเจ็บช้ำน้ำใจ แต่เชื่อเถอะว่า... ฉันไม่เคยอยากให้ใครมาแทนที่นายเลยสักคน"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มผู้หยิ่งทะนง ทำให้รินถึงกับพูดไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นที่เคยมีไหลเวียนกลับเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในใจทีละน้อย
"คุณกำลังจะบอกอะไรผม..." รินถามเสียงแผ่ว พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น
ธันวาจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจพูดความในใจทั้งหมดออกมาอย่างไร้ฟอร์ม
"มาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ละมุนละไมจนคนฟังแทบละลาย "ไม่ต้องสนสัญญาบ้าบออะไรทั้งนั้น ลืมความผิดพลาดงี่เง่าของฉันไปให้หมด แล้วมา... เรียนรู้กันและกันใหม่อีกครั้ง ในฐานะผู้ชายสองคนที่พร้อมจะจับมือเดินไปข้างหน้าด้วยกันจริงๆ"
รินเบิกตากว้างเล็กน้อย ไม่คิดว่าคนอย่างธันวาจะยอมเอ่ยปากขอร้องอะไรแบบนี้ ความพยศในตัวถูกความจริงใจหลอมละลายจนหมดสิ้น รินเม้มปากแน่น พยายามกลั้นยิ้มที่กำลังจะระเบิดออกมาจากมุมปาก
"พูดง่ายจังนะ... แล้วถ้าคุณกลับไปปากเสียใส่ผมอีก ผมจะไม่มีวันให้อภัยคุณจริงๆ ด้วย" รินเชิดหน้าขึ้นขู่ด้วยน้ำเสียงที่ติดจะงอนนิดๆ แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความยินยอมพร้อมใจ
ธันวาคลี่ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นหล่อเหลาจนกระชากวิญญาณคนมอง เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"สัญญาด้วยเกียรติของประธานบริษัทเลย... ว่าต่อจากนี้ นายจะเป็นคนเดียวที่ฉันยอมสยบให้" ธันวาเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก พลางโน้มใบหน้าลงช้าๆ เพื่อเตรียมจะประทับจูบแห่งการเริ่มต้นใหม่
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งอย่างไม่รู้กาลเทศะ ทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันแทบไม่ทัน
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ตวัดสายตาดุดันไปยังบานประตูที่กำลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก "ใครวะ!"
ประตูเปิดอ้ากว้าง ปรากฏร่างของเลขานุการส่วนตัวที่ยืนหน้าซีดเผือด หอบหายใจโยนตัวด้วยความรีบร้อน พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นระริก
"คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... หุ้นของบริษัทเรา... ถูกมือมืดเทขายกระหน่ำจนระบบรวนหมดแล้วครับ!"
ธันวาหน้าถอดสีทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่รินหันขวับมามองหน้าเขาด้วยความตื่นตระหนก สงครามยังไม่ทันสงบ... เกมใหม่ที่ร้ายกาจกว่าเดิมกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว!
*(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความรักที่ร้อนแรงราวกับเปลวสุริยันนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ปราณธาตุเก้าสุริยัน)*
พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้•ตอนที่ 21
สัญญาฉบับใหม่หัวใจเดิม
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักจากท่านประธานผู้คลั่งไคล้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!