จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท•ตอนที่ 4

รอยร้าวในวงสังคม

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
เสียงแก้วคริスタルกระทบกันเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงระดับไฮ엔ดของโรงแรมแกรนด์อิมπεรียล ดับกลิ่นอายความเสแสร้งของเหล่าชนชั้นสูงที่ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศราวกับควันพิษ “ได้ยินว่าเอเลน่าถูกตระกูลตัดหางปล่อยวัดไปแล้วไม่ใช่หรือคะ? ไม่น่าเชื่อเลยว่ากล้าเสนอหน้ามาเหยียบงานฉลองครบรอบก่อตั้งสภาการพาณิชย์แห่งนี้ได้อีก” เสียงกระซิบกระซาบจากเลดี้ซิลเวีย ดังลอดผ่านพัดขนนกสีขาวที่เธอยกขึ้นบังรอยยิ้มเยาะเย้ย สายตานับสิบคู่จับจ้องไปยังบานประตูไม้สักทองสลักลายวิจิตรที่กำลังถูกผลักออกช้าๆ ราวกับรอดูการประหารชีวิตกลางสาธารณชน ทว่า... ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว ความอับอาย หรือแม้แต่คราบน้ำตาอย่างที่พวกเขาวาดฝันไว้ เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม ร่างเพรียวระหงอยู่ในชุดราตรีสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทปักด้ายเงินระยิบระยับลวดลายหนามกุหลาบ ดีไซน์เปิดไหล่เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดตัดกับโชกเกอร์เพชรน้ำงามที่เปล่งประกายล้อแสงไฟแชนเดอเลียร์ ทว่าสิ่งที่สะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง คือแววตาสีมรกตคู่สวยที่เยียบเย็น ราวกับพญาหงส์ที่มองลงมาจากยอดปราสาท ปราศจากความรู้สึกใดๆ นอกเหนือจากการดูแคลน ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงชั่วขณะ บรรดาคุณชายและท่านเคานต์ที่เคยตามเกาะแกะเธอในอดีตต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพจำของ “นางร้ายผู้ไร้สมอง” ที่เคยกรีดร้องโวยวายเมื่อไม่เดือนก่อน ได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงนักธุรกิจหญิงผู้กุมอำนาจที่แผ่รังสีคุกคามจนใครก็ไม่กล้าสบตาตรงๆ “อรุณสวัสดิ์ค่ะ… อ้อ ไม่สิ ราตรีนี้ช่างยาวนานเสียจนฉันเกือบลืมมารยาทสังคมไปเสียสนิท” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกดังขึ้น ทะลุทะลวงความเงียบงันจนเลดี้ซิลเวียหน้าถอดสี เอเลน่าแย้มรอยยิ้มบางเฉียบที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ดีจอมปลอมทั้งหลายรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนปากเหว “เธอ… เธอกล้าดียังไงถึงมาที่นี่! ไหนว่าล้มละลายจนต้องขายเครื่องเพชรกินแล้วไม่ใช่หรือ?” เลดี้ซิลเวียเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามกอบกู้ศักดิ์ศรีของตนกลับคืนมาท่ามกลางสายตาที่เริ่มหันมามอง เอเลน่าไม่ได้แม้แต่จะปรายตาแลคู่สนทนา เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่เสื้ออย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม “ล้มละลาย? นั่นมันคำจำกัดความของพวกที่ใช้เงินอนาคตโดยไม่มีปัญญาหาคืนต่างหากค่ะ เลดี้ซิลเวีย... ดูเหมือนว่าข่าวสารในวงสังคมของท่านจะล้าสมัยเสียจนน่าเวทนาแล้วกระมังคะ” ก่อนที่ความตึงเครียดจะปะทุขึ้นไปมากกว่านี้ เสียงทุ้มต่ำอันทรงเสน่ห์และคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก้าวตามเข้ามาเคียงข้าง ประกายตาคมกริบใต้กรอบขนตางอนยาวกวาดมองผู้คนในห้องด้วยความเหยียดหยันไม่แพ้กัน คาร์ลอส เดอ ลูซิอาน มหาเศรษฐีผู้กุมกลไกทางการเงินครึ่งค่อนทวีป และเป็นเจ้าของธนาคารกลางที่แม้แต่องค์จักรพรรดิยังต้องเกรงใจ เขาไม่ได้สวมหน้ากากทางสังคมใดๆ ทั้งสิ้น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังเอเลน่า พร้อมกับยกมือขึ้นโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ด้วยความแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย การปรากฏตัวของคาร์ลอสทำให้เหล่าผู้วิเศษในงานถึงกับหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม ข่าวลือที่ว่ามหาเศรษฐีลึกลับผู้นี้ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อหนุนหลังเอเลน่า ไม่ใช่เรื่องโกหก! “ขออภัยที่พวกเรามาสายนะคะ พอดีดิฉันมัวแต่ตรวจทานตัวเลขผลกำไรของไตรมาสนี้ จนลืมดูเวลาไปเสียสนิท” คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับกดดันให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาคมกริบกวาดมองประธานสภาการพาณิชย์ผู้ยืนตัวสั่นเทาอยู่ไม่ไกล “หวังว่าที่นั่งแถวหน้าสุด... คงจะยังว่างสำหรับผู้สนับสนุนหลักอย่างพวกเรานะครับ?” ประธานสภาการพาณิชย์รีบก้าวออกมารับหน้าด้วยรอยยิ้มเจื่อนสนิท เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง “ตะ… ตามสบายเลยครับท่านลูซิอาน! ทางเราได้จัดเตรียมที่นั่งที่ดีที่สุดไว้ให้ท่านกับเลดี้เอเลน่าอยู่แล้วครับ!” เอเลน่าปรายตามองท่าทีหวาดกลัวลนลานนั้นด้วยความสมเพช เธอก้าวเดินเคียงคู่ไปกับคาร์ลอสผ่านฝูงชนที่ต้องรีบถอยร่นเปิดทางให้อย่างจำยอม ไม่มีใครกล้าสบตา ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำดูถูกเหยียดหยามอีกต่อไป อำนาจและเงินตราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มันสามารถเปลี่ยน “นางร้ายนอกบท” ให้กลายเป็นผู้กุมชะตากรรมของงานเลี้ยงแห่งนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ประธานที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องก็ถูกกระชากเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงอารมณ์ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวพุ่งตรงเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องสะดุ้งเฮือก “เอเลน่า! เธอยังมีหน้ามาลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคมนี้อีกงั้นรึ!” ร่างของดยุกเรย์nald อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้เคยทิ้งเธออย่างไร้เยื่อใย ปรากฏกายขึ้นในสภาพยับเยิน เนคไทหลุดลุ่ย และดวงตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ชายหนุ่มพุ่งตรงเข้ามาหมายจะกระชากแขนเธอต่อหน้าธารกำนัล “เธอโกงเงินตระกูลฉัน! เธอร่วมมือกับมัน... เพื่อทำลายบริษัทของฉัน!” เพียะ! เสียงตบฉาดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ก่อนที่เรย์naldจะทันได้แตะต้องปลายนิ้วของเอเลน่าเสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่ฝีมือของเอเลน่า... แต่เป็นคาร์ลอส เดอ ลูซิอาน ที่สะบัดมือออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วระดับที่ไม่มีใครทันตั้งตัว ร่างของอดีตดยุกหนุ่มเซถลาไปกระแทกกับโต๊ะวางแชมเปญจนแก้วคริสตัลแตกกระจายเกลื่อนพื้น คาร์ลอสค่อยๆ ลดมือลงอย่างใจเย็น สายตาดุจพญามารจ้องมองเศษสวะที่นอนกองอยู่แทบเท้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนที่เขาจะดึงการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้สลักลายตระกูลลูซิอานออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทรอบหนึ่ง แล้วโยนมันลงไปบนอกของเรย์nald ราวกับกำลังทานอาหารให้ทาน “จำสิทธิ์การถือหุ้นร้อยละ 85 ของตระกูลนายที่เพิ่งถูกธนาคารกลางยึดไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วไม่ได้หรือครับ... อดีตท่านดยุก?” คาร์ลอสแย้มยิ้มเย็นเยียบ ขณะที่เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของแขกเหรื่อหลายคนในห้องดังขึ้นพร้อมเพรียงกันจากข่าวสารด่วนหน้าหนึ่ง “และถ้าคิดจะลุกขึ้นมาเห่าหอนใส่ผู้หญิงของผมอีก... บัตรเครดิตทุกใบ วรยุทธทุกเส้นทาง และลมหายใจของตระกูลนาย จะถูกยกเลิกภายในสามวินาทีนี้... เริ่มนับถอยหลังได้เลยครับ” — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางการแก้แค้นอันสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%