"เศษเงินจากคหบดีตกอับอย่างเธอ ยังกล้าเอามาวางค้ำประกันหนี้ของตระกูลเคานต์เบิร์กอีกหรือ เอเลน่า?"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของลอร์ด 'เอ็ดเวิร์ด ฟอน ไวน์การ์เตน' อดีตคู่หมั้นผู้เคยประกาศถอนหมั้นเธออย่างไร้เยื่อใยดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ประจำสภาการพาณิชย์ สายตานับสิบคู่ที่เคยทอดมองเธอด้วยความสมเพชเวทนาในอดีต กลับมาจับจ้องอีกครั้งด้วยความอยากรู้อยากเห็น เอ็ดเวิร์ดในชุดสูทตัดเย็บพิเศษปักดิ้นทองยืดอกขึ้นอย่างลำพองใจ เขายกเอกสารสิทธิ์ที่ดินผืนงามขึ้นโบกสะบัดราวกับมันเป็นชัยชนะเด็ดขาดในกำมือ
เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้บุด้วยกำมะหยี่สีเลือดหมู ท่าทางสง่างามรากับจักรพรรดินีผู้ครองบัลลังก์ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอนั้นเย็นเยียบเสียจนเอ็ดเวิร์ดต้องชะงักไปชั่วขณะ
"เศษเงินเหรอคะ... เอ็ดเวิร์ด?" เสียงหวานใสแต่บาดลึกดังขึ้นอย่างใจเย็น เอเลน่ายกถ้วยชาพอร์ซเลนขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงกระทบจานรองเสียงดัง *กริ๊ง* "ดูเหมือนว่าสายตาของคุณจะฝ้าฟางไปตามกาลเวลาเสียแล้วกระมัง ถึงได้มองไม่เห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณ... คือใบประกาศยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลไวน์การ์เตนต่างหากล่ะคะ"
"เธอว่ายังไงนะ!" หน้าหล่อเหลาของเอ็ดเวิร์ดบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เขากระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะจนเสียงดังลั่น "อย่ามาอวดดีนะเอเลน่า! ตระกูลไวน์การ์เตนผูกขาดการค้าอัญมณีของอาณาจักรมาสามชั่วอายุคน หนี้สินแค่ไม่กี่ล้านเหรียญทองหรือจะมาสั่นคลอนพวกเราได้ เธอก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่ถูกเขี่ยทิ้ง ทำเป็นเก่งไปก็เท่านั้น!"
เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นรอบห้องประชุม บรรดาขุนนางและพ่อค้าต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับเอ็ดเวิร์ด เพราะในสายตาของคนเหล่านี้ เอเลน่าก็เป็นเพียงอดีตคุณหนูตกอับที่ครอบครัวล้มละลายไปเมื่อปีก่อน ไม่มีทางที่จะมีปัญญามาต่อกรกับยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าอัญมณีอย่างตระกูลไวน์การ์เตนได้เลย
แต่ทว่า... ไม่มีใครสังเกตเห็นประกายตาวาวโรจน์ด้วยความสนุกสนานภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็นนั้นเลย
ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างไร้เสียง ทว่ากลับดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันไปมองเป็นตาเดียว ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้ามั่นคง กลิ่นอายอันทรงอำนาจและกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจแรง คาร์ลอส เดอ ลูซิอาน มหาเศรษฐีลึกลับผู้กุมอำนาจธนาคารกลางและเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินทั้งหมดของอาณาจักร ปรากฏกายขึ้นราวกับเทพเจ้าแห่งความตายที่ก้าวลงมาจากสรวงสวรรค์
ดวงตาสีเทาเข้มดั่งอัญมณีล้ำค่ากวาดตามองรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่เอเลน่า แววตาเย็นชาคู่นั้นพลันอ่อนแสงลงทันทีกลายเป็นความรักความเทิดทูนล้นปรี่ที่ใครเห็นก็ต้องตื่นตะลึง
คาร์ลอสเดินตรงเข้าไปหาเอเลน่า ไม่สนใจสายตาตื่นตระหนกของเหล่าขุนนางแม้แต่น้อย เขาย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม ยื่นมือหนาออกมาประคองมือเรียวบางของเธอขึ้นมาจุมพطةที่หลังมืออย่างแผ่วเบา ราวกับเธคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในจักรวาล
"เอกสารทุกฉบับพร้อมแล้วครับที่รัก" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันสนิทของห้องประชุม "บัญชีเงินฝากและสิทธิ์ขาดในการถือครองหุ้นทั้งหมดของตระกูลไวน์การ์เตน ถูกโอนเข้าสู่ชื่อของคุณเรียบร้อยแล้ว... ทุกบาท ทุกสตางค์ รวมถึงหนี้สินที่พวกเขาเคยกู้ยืมจากธนาคารกลางด้วย"
เอ็ดเวิร์ดหน้าซีดเผือก ร่างกายสั่นเทาขึ้นมาทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ทะ...เป็นไปไม่ได้! ธนาคารกลางไม่มีทางปล่อยกู้ให้คนนอกโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมหาศาลขนาดนั้น! แกเป็นใครกันแน่?!"
คาร์ลอสปรายตามองเอ็ดเวิร์ดราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง รัศมีอำนาจแผ่ขยายจนเอ็ดเวิร์ดต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"ฉันคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของธนาคารกลาง... และเป็นผู้ชายที่พร้อมจะซื้ออาณาจักรนี้ทั้งอาณาจักร เพียงเพื่อให้เธอยิ้มได้" คาร์ลอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่กลับสร้างความสะเทือนขวัญให้แก่ทุกคนในห้อง
เอเลน่าลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอเดินเข้าไปใกล้เอ็ดเวิร์ดที่ตอนนี้ใบหน้าไร้สีเลือด ดวงตาของเขาฉายแววตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวของเธอแตะลงบนปกเสื้อของอดีตคู่หมั้นเบาๆ ปัดฝุ่นละอองที่ไม่มีอยู่จริงออกอย่างรังเกียจ
"จำได้ไหมคะเอ็ดเวิร์ด... เมื่อปีก่อน คุณเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันและครอบครัวอย่างไร้ความปรานี พูดว่าคนอย่างฉันไม่มีค่าพอแม้แต่จะยืนเคียงข้างคุณ" เอเลน่ายิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่ดวงตากลับไร้ซึ่งความปรานี "แต่วันนี้... ฉันกลับมาแล้ว และฉันกำลังจะคืนความรู้สึก 'ไร้ค่า' นั้นให้กับคุณแบบทบต้นทบดอก"
เธอสะบัดมือออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้แก่ทนายความประจำตัว
"จัดการยึดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลไวน์การ์เตน ขับไล่พวกเขาออกจากคฤหาสน์ และอายัดบัญชีทุกบาททุกสตางค์ เดี๋ยวนี้ค่ะ"
"รับทราบครับ ท่านประธานหญิง!" ทนายความโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
เอ็ดเวิร์ดทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตนเคยดูถูกเหยียดหยามด้วยความสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว ทุกอย่างสายเกินไป
ในจังหวะที่เอเลน่าหันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้องประชุมพร้อมกับคาร์ลอส เพื่อไปเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งแรกนี้ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของเธอก็ดังขึ้น *ติ๊ง*
ข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารแสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชีส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยล้านเหรียญทองจากการเทคאוверกิจการครั้งนี้ พร้อมกับรายชื่อ 'เป้าหมายรายต่อไป' ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ... ตระกูลดยุกผู้เคยร่วมมือกันใส่ร้ายพ่อของเธอมือตกเป็นรายชื่อถัดไปที่จะต้องพินาศ!
เอเลน่าหยุดเดิน เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันกลับมามองประตูห้องประชุมที่กำลังจะเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลลึกลับอีกคน ที่กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารลับสุดยอดในมือ... บุคคลที่เธอคาดไม่ถึงว่าจะกล้าทรยศพันธมิตรเก่ามาเข้าข้างเธอ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางการแก้แค้นอันสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เอวาลินน์ปลายพู่กัน
จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท•ตอนที่ 5
กับดักของอดีตคู่หมั้น
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!