"ติ๊ด!"
เสียงสัญญาณอนุมัติจากเครื่องรูดบัตรเครดิตพกพาขนาดกะทัดรัดดังขึ้นเป็นสัญญาณสุดท้าย ท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าที่เข้าปกคลุมห้องจัดแสดงอัญมณีชั้นนำของกรุงไอน์ฮาร์ด หน้าจอผลึกเหลวสีฟ้าเรืองแสงวาบ แสดงยอดตัวเลขศูนย์นับสิบหลักที่ถูกตัดผ่านบัญชีหลักของธนาคารกลางอย่างไร้รอยต่อ มันไม่ใช่แค่การซื้อขายอัญมณีมูลค่ามหาศาล แต่มันคือการประกาศิตจากอำนาจเงินตราที่สามารถซื้อได้แม้กระทั่งลมหายใจของคนที่นี่
เลดี้เบียทริซ์ ซีมัวร์ ใบหน้าถอดสีจนซีดเผือดราวกับกระดาษสา ริมฝีปากที่เคยเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดสั่นระริก ดวงตาคู่ที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเหยียดหยามบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เธอกำพัดลูกไม้ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เมื่อครู่นี้ เธอยังหัวเราะเยาะเอเลน่าอย่างสนุกปากด้วยซ้ำ ว่าเด็กสาวตกอับผู้เคยถูกขับไล่ออกจากตระกูลขุนนางจะเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อเครื่องเพชรเซ็ต "น้ำตาแห่งดารา" ที่มีมูลค่าสูงเทียบเท่ากับคฤหาสน์หรูสามหลัง
แต่ตอนนี้... คนที่กำลังยืนตัวสั่นคุกเข่าอยู่กับพื้นพรมราคาแพงกลับเป็นตัวเธอเอง
เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก ยืนสงบนิ่งอยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิท ดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของความทรงอำนาจ เธอไม่ได้แม้แต่จะเหลือบสายตาลงมองหญิงสาวผู้เคยเหยียดหยามเธออย่างน่าสมเพช ดวงตาสสีนิลคู่คมกริบมองตรงไปยังผู้จัดการร้านที่กำลังโค้งคำนับจนแทบจะราบไปกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
"ตรวจสอบยอดเงินเรียบร้อยแล้วครับ... ท่านประธานเดอ ลูซิอาน และคุณเอเลน่า" เสียงของผู้จัดการร้านสั่นเครือ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก "ทุกอย่าง... สมบูรณ์แบบไร้ที่ติครับ"
เอเลน่าส่งยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังและเย้ายวนใจจนทำให้ใครก็ตามที่มองรู้สึกหนสันหลังวาบ เธอเอื้อมมือเรียวระหงไปรับบัตรโลหะสีดำสนิท ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากชิปทองคำฝังกลบผิว ที่ส่งคืนมาจากมือของพนักงาน คาร์ลอส เดอ ลูซิอาน ชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างเธอมาโดยตลอด ขยับสูทเนื้อดีอย่างใจเย็น สายตาคมปลาบของเขาจับจ้องไปยังกลุ่มตระกูลซีมัวร์ราวกับพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกรง
"ดูเหมือนว่า... เครื่องเพชรเซ็ตนี้ จะเหมาะกับคนที่มี 'คุณสมบัติ' มากกว่าพวกที่เอาแต่เห่าหอนไปวันๆ นะคะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบของเอเลน่าดังขึ้น ทำลายความเงียบในห้องจัดแสดง เธอก้าวเข้าไปใกล้เบียทริซ์ทีละก้าว เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก๊อก... ก๊อก... ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความพินาศของตระกูลซีมัวร์
"คุณ... คุณเอเลน่า! นี่มันหมายความว่ายังไง! คุณใช้วิธีสกปรกอะไร ถึงได้..." เบียทริซ์กรีดร้องออกมาด้วยความเสียสติ ความหยิ่งยโสที่มีมาแต่กำเนิดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อความจริงกระแทกใส่หน้าว่า เธอนั่นแหละคือคนไร้ค่าที่แท้จริง
"วิธีสกปรก?" เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววขบขันระคนสมเพช "จำไม่ได้หรือคะ เลดี้เบียทริซ์ เมื่อสามปีก่อน ตอนที่ฉันถูกขับออกจากงานเลี้ยงน้ำชาของตระกูลคุณเพราะไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อชุดใหม่ คุณพูดว่าอย่างไรนะคะ... อ้อ 'คนจนก็คือขยะที่ไม่มีวันลุกขึ้นมาเทียบชั้นกับชนชั้นสูงได้' สินะคะ"
เบียทริซ์สะดุ้งเฮือก ใบหน้าซีดเผือดลงไปอีกเมื่อนึกถึงคำพูดอวดดีของตนเองในอดีต
"วันนี้ ฉันก็แค่อยากจะมาพิสูจน์ให้คุณเห็น..." เอเลน่าโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ว่าขยะที่คุณว่า... วันนี้สามารถกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลซีมัวร์ได้ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาทีค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ของห้องจัดแสดงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของพ่อบ้านประจำตระกูลซีมัวร์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ ใบหน้าของเขาอาบไปด้วยหยาดเหงื่อและความหวาดกลัวอย่างที่สุด
"คุณหนูครับ!แย่แล้วครับคุณหนู! ตอนนี้... ตอนนี้ธนาคารหลักของตระกูลเราส่งหนังสือแจ้งยกเลิกวงเงินสินเชื่อทั้งหมดแล้ว! แถม... แถมหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทเรากำลังดิ่งเหวอย่างไร้สาเหตุ มีกลุ่มทุนนิรามเข้ามากว้านซื้อหุ้นของเราจนเกินกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ!"
ข่าวร้ายที่โถมเข้ามาประหนึ่งคลื่นยักษ์สึนามทำให้เบียทริซ์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงจะพยุงตัว ทรัพย์สิน อำนาจ และเกียรติยศที่ตระกูลซีมัวร์สะสมมาหลายชั่วอายุคน พังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยน้ำมือของผู้หญิงที่เธอเคยเหยียบย่ำ
คาร์ลอสยื่นมือโอบเอวบางของเอเลน่าเข้ามาแนบชิดอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในใจของเธอได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มก้มลงกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
"เกมนี้เธอเล่นได้งดงามมากครับที่รัก... แต่ดูเหมือนว่าความบันเทิงจะยังไม่จบแค่นี้"
เอเลน่าเงยหน้าขึ้นมองคู่ชีวิตของเธอด้วยความสงสัย ก่อนที่สายตาจะตวัดกลับไปมองที่ประตูทางเข้าอีกครั้ง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากกำลังก้าวเข้ามาใกล้
ร่างสูงสง่าในชุดเครื่องแบบทหารชั้นสูงประดับเหรียญตรากล้าหาญเต็มหน้าอก ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ดวงตาสีฟ้าคมกราบกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เอเลน่า พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากของ "แกรนด์ดุ๊กแห่งอาณาจักร" ผู้กุมอำนาจกองทัพทั้งหมด ซึ่งไม่ควรจะมาปรากฏตัว ณ สถานที่สามัญเช่นนี้!
"ขออภัยที่มารบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหนูโรเซนเบิร์ก..." แกรนด์ดุ๊กเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานทรงอำนาจ พร้อมกับคุกเข่าข้างหนึ่งลงเบื้องหน้าเธออย่างนอบน้อม "แต่ทว่า... 'หนี้สิน' อีกก้อนที่ตระกูลซีมัวร์แอบลักลอบกู้ยืมจากคลังแสงหลวงเมื่อสัปดาห์ก่อน บัดนี้ถึงกำหนดชำระคืนแล้ว... และในฐานะผู้เสียหายสูงสุด ผมจำเป็นต้องขออายัดตัวบุคคลทั้งหมดของตระกูลนี้ในทันทีครับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางแก้แค้นไปพร้อมกับความสะใจใน1บรรทัดนี้ด้วยนะคะ!
จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท•ตอนที่ 9
ราคาของความหยิ่งยโส
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!