ความเงียบงันในห้องโถงจัดเลี้ยงของตระกูลซีมัวร์นั้นหนักอึ้งเสียจนแทบจะหยดเป็นหยาดน้ำตาได้อยู่แล้วค่ะ เสียงก๊าสแก้วไวน์กระทบกันเบาๆ จากมุมห้องเมื่อครู่พลันมลายหายไป สิ้นเหลือไว้เพียงเสียงลมหายใจติดขัดของบรรดาแขกเหรื่อชั้นสูงที่ต่างพากันเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง
ร่างระหงในชุดราตรีสีดำสนิทปักดิ้นเงินของ เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก ยังคงยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาสีไพลินคู่คมกริบมองต่ำลงไปยังร่างของเคานต์ซีมัวร์ที่หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เข่าของผู้นำตระกูลผู้เคยผยองพยศสั่นเทาจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เมื่อเผชิญหน้ากับคำประกาศิตจากบุรุษผู้กุมเส้นเลือดใหญ่แห่งระบบการเงินของอาณาจักร
"หนี้สิน... หนี้สินจากคลังแสงหลวงอย่างนั้นหรือครับ ท่านแกรนด์ดุ๊ก? เป็นไปไม่ได้! ตระกูลของเราไม่เคย..." เคานต์ซีมัวร์ละล่ำละลักปฏิเสธ เสียงของเขาขาดห้วงด้วยความตื่นตระหนก
"ไม่เคย?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นอย่างเยียบเย็น แกรนด์ดุ๊กคาร์ลอส เดอ ลูซิอาน ค่อยๆ ยืดกายขึ้นจากท่าคุกเข่า ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปขับเน้นออร่าแห่งผู้มีอำนาจล้นฟ้าให้เด่นชัดขึ้นไปอีก เขากวาดสายตาดุจพญาอินทรีมองไปยังรอบห้อง ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"เอกสารตราประทับตราโลหิตและลายมือชื่อของท่านเคานต์ อยู่ในมือของธนาคารกลางมาสามวันแล้วค่ะ... และผู้เดียวที่จะสามารถอนุมัติให้ขยายเวลาชำระหนี้ออกไปได้ ก็มีเพียงผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของสถาบันการเงินแห่งนั้นเท่านั้น"
สิ้นคำพูดของคาร์ลอส บรรดาไฮโซผู้ดีเก่าที่เคยยืนล้อมวงเยาะเย้ยเอเลน่าเมื่อสิบนาทีที่แล้วต่างพากันก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่ องค์ชายเฟรเดริก ที่ประทับอยู่บนเก้าอี้ประธานยังต้องขมวดพระขนม์แน่นจนเป็นปม ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ จนแทบจะคว้าจับต้องได้
เอเลน่าชายตามองภาพความโกลาหลตรงหน้าด้วยมุมปากที่ยกขึ้นน้อยนิด ช่างน่าสมเพชเสียจริง พวกที่เคยเหยียบย่ำเธอยามตกอับ บัดนี้กลับสั่นกลัวราวกับลูกนกตกในอุ้งมือของพญานคร
"ท่านแกรนด์ดุ๊กกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่คะ?" เลดี้เซราฟิน ลูกสาวตระกูลคู่แข่งที่เคยส่งเสียงเยาะเย้ยเธอเสียงดังที่สุดเมื่อครู่ ฝืนเค้นเสียงถามออกมาทั้งที่ริมฝีปากสั่นระริก "คุณหนูโรเซนเบิร์กเป็นแค่ผู้หญิงถูกเนรเทศ... เธอไม่มีแม้แต่ปัญญาจะซื้อชุดราตรีด้วยซ้ำ ไฉนเลยจะมีปัญญาไปเกี่ยวพันกับหนี้สินหลวงระดับนั้นได้!"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง สายตานับร้อยคู่พุ่งเป้ากลับมาที่เอเลน่าราวกับต้องการคำตอบ พวกเขายังคงมีความหวังลึกๆ ว่านี่คือความเข้าใจผิด เป็นฉากละครฉากหนึ่งที่ตระกูลโรเซนเบิร์กตกอับจนเพ้อเจ้อไปเอง
ทว่า เอเลน่ากลับไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย เธอกลับยกมือขึ้นปัดรอยยับบนแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า ท่าทางแสนสบายใจนั้นช่างตัดกับบรรยากาศรอบตัวโดยสิ้นเชิง
"นั่นสินะคะ เลดี้เซราฟิน..." เอเลน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ดิฉันจะไปเอาปัญญาที่ไหนมาซื้อชุดราตรีราคาแพงระยับ หรือมีเงินพอจะค้ำประกันหนี้สินมหาศาลเช่นนี้... ถ้าหากว่าเบื้องหลังของดิฉัน ไม่ได้มี 'เจ้าของ' ที่แท้จริงของอาณาจักรนี้หนุนหลังอยู่"
พรึบ!
สายตาทุกคู่หันขวับไปมองคาร์ลอสทันที ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธ เขากลับก้าวเท้าเข้าไปใกล้เอเลน่าอย่างอุกอาจ มือหนาเอื้อมออกไปโอบรอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้อย่างถือสิทธิ์ การกระทำที่สนิทสนมเกินกว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจทำให้ทุกคนในห้องถึงกับอ้าปากค้าง
นี่มันหมายความว่าอย่างไร? มหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยชายตาแลสตรีใดในสังคมชั้นสูง กลับประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุน 'นางร้ายนอกบท' ผู้นี้อย่างเปิดเผยกลางงานสังคม!
"ทุกท่านคงเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง..." คาร์ลอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานก้อง กวาดสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มคนอวดดี "เอเลน่าไม่ได้ไร้ที่พึ่ง... และหนี้สินของตระกูลซีมัวร์ รวมถึงทรัพย์สินทั้งหมดของที่นี่ บัดนี้ ถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของเธอเรียบร้อยแล้ว ผ่านการเซ็นสัญญาซื้อขายสิทธิ์ขาดที่ธนาคารกลางเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา"
ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถง!
เคานต์ซีมัวร์เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นจริงๆ คราวนี้ ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสิ้นหวัง "มะ... ไม่จริง! แกพูดโกหก! ตระกูลซีมัวร์ยืนหยัดมาเป็นร้อยปี จะถูกซื้อด้วยกระดาษแผ่นเดียวได้อย่างไร!"
"กระดาษแผ่นเดียวที่ว่า... สามารถทำให้พวกคุณกลายเป็นขอทานได้ภายในสามวินาทีค่ะ ท่านเคานต์" เอเลน่าก้าวเข้าไปหาชายวัยกลางคนช้าๆ ส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับดังดั่งเสียงกลองแห่งความตายในโสตประสาทของอีกฝ่าย เธอก้มตัวลงเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน "จำได้ไหมคะ? วันที่คุณพ่อของดิฉันล้มละลายแล้วคุณไปเหยียบย่ำซ้ำเติม... วันนี้ ฉันแค่มอบความรู้สึกเดียวกันนั้นคืนให้คุณเท่านั้นเองค่ะ"
ร่างของเคานต์ซีมัวร์สั่นสะท้าน เขาเงยหน้ามองหญิงสาวผู้ที่ตนเคยคิดว่าเป็นแค่หมากไร้ค่า แต่บัดนี้แววตาคู่นั้นกลับทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าปีศาจจากขุมนรก
"คุณหนูโรเซนเบิร์ก... โปรดเมตตา..." เสียงแหบพร่าเอמהสั่นเครือร้องขอชีวิต
แต่เอเลน่าหาได้สนใจไม่ เธอหันหลังกลับอย่างสง่างาม ปล่อยให้บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำนับสิบชีวิตที่เพิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบห้องโถงจัดการควบคุมตัวคนของตระกูลซีมัวร์ทั้งหมดตามคำสั่ง
องค์ชายเฟรเดริกที่ประทับนิ่งมานาน ทรงลุกขึ้นประทับยืนด้วยพระพักตร์บึ้งตึง ดวงเนตรมองตรงมาที่คาร์ลอสและเอเลน่าด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ท่านแกรนด์ดุ๊ก... การกระทำอุกอาจเช่นนี้ในงานเลี้ยงรับรองของราชสำนัก ถือเป็นการไม่ให้เกียรติเราอย่างยิ่ง!"
คาร์ลอสปรายพระเนตรมององค์รัชทายาทด้วยหางตา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูปอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจ "ไม่ให้เกียรติหรือพ่ะย่ะค่ะ? เกรงว่าสิ่งที่พระองค์ควรสนพระทัยในตอนนี้... น่าจะเป็นบัญชีลับการทุจริตงบประมาณคลังแสงหลวง ที่แนบมาพร้อมกับหมายอายัดทรัพย์ของตระกูลซีมัวร์มากกว่านะพ่ะย่ะค่ะ... ว่ามันสาวไปถึง 'ใคร' ในราชสำนักบ้าง"
พระพักตร์ขององค์ชายเฟรเดริกเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในทันที พระองค์ทรงผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
เอเลน่าแอบอมยิ้มบางๆ อยู่ภายใต้ความเงียบ เธอยกมือขึ้นแตะแขนของคาร์ลอสเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเกมรอบนี้เพียงพอแค่นี้ก่อน ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องโถง ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงกรีดร้องของผู้คน เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องก็ดังสนั่นมาจากด้านนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่
กรรกกก—!
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิทสลักตราสัญลักษณ์ตระกูลเดอ ลูซิอาน ลมพายุจากการหมุนของใบพัดตีจนผ้าม่านปลิวไสว ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน แสงไฟสปอตไลท์ส่องตรงมาที่ร่างของเอเลน่าและคาร์ลอสราวกับฉากในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ประตูห้องโดยสารเปิดออกเผยให้เห็นเอกสารกองโตและบุคคลลึกลับในชุดสูททหารระดับสูงที่ก้าวลงมาพร้อมกับสมุดบัญชีเล่มสีทองอร่าม
"คุณหนูโรเซนเบิร์กครับ..." เสียงทุ้มต่ำของชายปริศนากล่าวขึ้นผ่านไมโครโฟนไร้สาย ขณะคุกเข่าลงถวายรายงานตรงหน้าเธอ "ทรัพย์สินส่วนที่เหลือของตระกูลซีมัวร์ในต่างประเทศ... บัดนี้ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณหนูเรียบร้อยแล้ว... และนี่คือ 'กุญแจ' สำหรับเปิดตู้เซฟนิรภัยชั้นใต้ดินของธนาคารกลาง ที่ท่านแกรนด์ดุ๊กสั่งให้เตรียมไว้สำหรับคุณหนูโดยเฉพาะครับ"
เอเลน่ารับกุญแจเงินประดับเพชรเม็ดโตมาถือไว้ในมือ รอยยิ้มพึงพอใจจุดประกายขึ้นในดวงตาสีไพลิน เธอมองหน้าคาร์ลอสที่ส่งยิ้มอ่อนโยนกลับมาให้ ก่อนที่เธอจะหันไปสบตากับองค์ชายเฟรเดริกที่กำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นเป็นครั้งสุดท้าย
เกมกระดานนี้... เธอกำลังจะเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริงแล้วค่ะ
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
เอวาลินน์ปลายพู่กัน
จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท•ตอนที่ 10
การพบกันที่เหนือความคาดหมาย
ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!