จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนไร้ค่า

ผลงานโดย เอวาลินน์ปลายพู่กัน
กลิ่นอายของชาเอิร์ลเกรย์ราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังระงมไปทั่วห้องรับแขกอันโอ่อ่าของตระกูลโรเซนเบิร์ก “ลูกคิดตื้นเขินเกินไปแล้วนะเอเลน่า คิดว่าการหอบผ้าหนีออกจากบ้านไปเพียงไม่กี่เดือน จะทำให้เธอมีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ก้อนโตของตระกูลได้งั้นหรือ?” เสียงของเคานต์โรเซนเบิร์ก ผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดูแคลน สายตาที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับเธอนั้นเป็นเพียงเศษฝุ่นใต้รองเท้าที่ไร้ค่า ขณะที่ท่านหญิงมารีอา แม่เลี้ยงของเธอแสร้งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับมุมปาก กลั้นยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เอเลน่า วอน โรเซนเบิร์ก นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาเบาะกำมะหยี่สีแดงเข้ม แผ่นหลังตั้งตรงสง่างามราวกับราชินีผู้สูงศักดิ์ ริมฝีปากบางเฉียบระบายรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตาคู่สวยกวาดมองสมาชิกในครอบครัวที่เคยร่วมสายเลือดแต่วันนี้กลับพร้อมใจกันเหยียบย่ำเธอให้จมดินด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ความทรงจำในร่างเดิมของหญิงสาวผู้โชคร้ายแล่นเข้ามาในหัว ชาติตอนนั้นเธอคือตัวร้ายที่ถูกตราหน้าว่าโง่เขลา หลงรักคู่หมั้นที่ทรยศ และถูกครอบครัวขับไลไสส่งอย่างไร้เยื่อใยเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ก่อนจะจบชีวิตลงอย่างอนาถในคุกมืด แต่ไม่ใช่กับ *เอวาลินน์* คนนี้... ในเมื่อเธอได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ในร่างนี้ พร้อมกับสมองที่เฉียบคมและระบบการเงินมหาศาลที่ถูกปลุกขึ้น พวกมันจะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำกับเธออย่างสาสม! “หนี้สินห้าสิบล้านเหรียญทองของตระกูลโรเซนเบิร์กที่เอาไปค้ำประกันวงเงินกู้สูญเปล่า... ฉันจำเป็นต้องสนใจด้วยหรือคะ ในเมื่อพวกท่านตัดขาดความสัมพันธ์กับฉันไปตั้งแต่วันที่ฉันเดินออกจากบ้านหลังนี้แล้ว” น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกชั่วขณะ ก่อนที่น้องสาวต่างมารดาอย่าง ‘คลาร่า’ จะแค่นAเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น “พี่คะ อย่ามาทำเป็นปากดีเลยค่ะ! สภาพอย่างพี่เนี่ยนะจะมีปัญญาใช้หนี้? ดีไม่ดีป่านนี้คงไปขายตัวใช้หนี้ตามซอยมืดๆ แล้วมั้งคะ ถึงได้มีเงินแต่งตัวชุดหรูหราแบบนี้มาเดินลอยชายอยู่ที่นี่ได้!” คลาร่าลุกขึ้นยืนเท้าสะเอว มองสำรวจชุดเดรสผ้าไหมชั้นสูงปักดิ้นทองของเอเลน่าด้วยความริษยาแกมดูถูก เอเลน่าไม่ได้โกรธเคือง เธอเพียงแค่ปรายตามองน้องสาวต่างมารดาด้วยแววตาราวกับกำลังมองดูตัวตลกในคณะละครสัตว์ ความนิ่งสงบของเธอยิ่งทำให้คนตระกูลโรเซนเบิร์กเดือดดาล “หุบปากซะคลาร่า!” เคานต์โรเซนเบิร์กตบโต๊ะเสียงดังลั่น ก่อนจะหันมาจ้องหน้าบุตรสาวคนโตด้วยความเกรี้ยวกราด “แกไม่มีสิทธิ์มาพูดจายโ소แบบนี้ต่อหน้าฉัน! วันนี้ถ้าแกไม่มีเงินสดมาโปצאหนี้งวดแรกหกล้านเหรียญทอง เตรียมตัวถูกส่งตัวให้ดยุกเซบาสเตียนเอาไปขัดดอกได้เลย เขาแก่คราวพ่อแถมยังมีรสนิยมซาดิสม์... ฉันอยากรู้นักว่าปากดีๆ ของแกจะยังอยู่ดีไหมถ้าไปอยู่บนเตียงของเขา!” คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความโหดร้ายและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ ครอบครัวที่แท้จริงกำลังส่งลูกสาวแท้ๆ ไปสู่นรกอเวจีเพียงเพื่อรักษาหน้าตาและทรัพย์สินของตนเอง ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูห้องรับแขกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง บอดี้การ์ดในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะแยกย้ายยืนคุมเชิงรอบห้องอย่างน่าเกรงขาม ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง กลิ่นอายอันทรงอำนาจและเยือกเย็นแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ ‘คาร์ลอส เดอ ลูซิอาน’ มหาเศรษฐีลึกลับผู้กุมอำนาจธนาคารกลางและเศรษฐกิจครึ่งค่อนอาณาจักร ปรากฏกายขึ้น เขากวาดสายตาดุดันคมกริบกวาดมองสมาชิกตระกูลโรเซนเบิร์กช้าๆ ก่อนจะเดินตรงไปหยุดยืนเคียงข้างโซฟาที่เอเล่านั่งอยู่ คาร์ลอสไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าของบ้านผู้หน้าซีดเผือด เขากลับโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเอเลน่าด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยความภักดีและห่วงใย “ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับที่รัก... บัญชีทั้งหมดพร้อมแล้ว” เอเลน่ายิ้มรับ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างเธอมาตั้งแต่ในวันที่เธอไม่มีอะไรเลย เธอป้องมือรับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทจากมือเลขาฯ ส่วนตัวของคาร์ลอส ก่อนจะเปิดมันออกอย่างใจเย็น “ท่านพ่อคะ... เมื่อครู่ท่านบอกว่าหนี้หกล้านเหรียญทองใช่มั้ยคะที่จะต้องจ่ายวันนี้?” เอเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา รอยยิ้มพริมใจถูกประดับบนเรียวปาก “ไม่ต้องรอดยุกเซบาสเตียนหรอค่ะ เพราะวันนี้... ฉันจะซื้อตระกูลโรเซนเบิร์กทั้งตระกูลด้วยเงินสด” เคานต์โรเซนเบิร์กหน้าถอดสี อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ขณะที่คลาร่ากรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก “เป็นไปไม่ได้! แกเอาเงินมาจากไหน นังคนไร้ค่า!” เอเลน่าไม่สนใจเสียงโวยวาย เธอยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังเพชรแท้ ลวดลายโลโก้ธนาคารกลางสูงสุดที่แม้แต่มหาเศรษฐีระดับประเทศยังไม่มีสิทธิ์ครอบครอง วางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าบิดา เสียงโลหะกระทบกระจกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน “ถ้าไม่เชื่อ... ก็ลองให้ธนาคารของคาร์ลอสรูดดูสคะ ว่าเงินในบัญชีของฉัน... พอจะซื้อหัวพวกท่านทั้งหมดมารองรับเท้าฉันหรือยัง” สิ้นคำพูดนั้น คาร์ลอสก็ดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง หน้าจอโฮโลแกรมแสดงยอดเงินคงเหลือมหาศาลที่ไร้ขีดจำกัดก็ปรากฏขึ้นกลางห้อง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารกลางที่ประกาศก้องด้วยเสียงAIอันราบเรียบ: *[ยืนยันการทำธุรกรรม: อนุมัติวงเงินซื้อกิจการและทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลโรเซนเบิร์กสำเร็จ ยอดเงินหักผ่านบัตร: สมบูรณ์แบบ]* สีหน้าของเคานต์และมารีอาซีดเผือกไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า พวกเขาได้ทำลายอนาคตของคนที่กุมอำนาจเงินที่แท้จริงไว้ในมือไปเสียแล้ว เอเลน่ายืนขึ้นเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนไหล่เบาๆ เธอหันไปมองครอบครัวที่กำลังคุกเข่าทรุดลงกับพื้นด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูบิดาที่กำลังอ้าปากพะงาบๆ “จำไว้นะคะ... นี่คือกฎเหล็กข้อแรกของคนไร้ค่า... อย่างพวกท่าน” ——————————————— *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางการแก้แค้นอันสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เอวาลินน์ปลายพู่กัน*
สารจากนักเขียน (เอวาลินน์ปลายพู่กัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดินีผู้เพิกเฉย กับการแก้แค้นของนางร้ายนอกบท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%