เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 4

ไม้ประดับ หรือไม้เบื่อไม้เมา

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"คุณธันวาคะ ช่วยกรุณาเลิกทำหน้าเหมือนฉันกำลังจะพาคุณไปเซ็นสัญญาขายไต แล้วหันมามองเจ้าต้นไทรใบยอตรงนี้ด้วยสายตาที่มีความรักหน่อยค่ะ มันน้อยใจจนใบเหลืองหมดแล้วนะ" เสียงใสแจ๋วที่เอ่ยแซวมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนตาหยี ทำให้ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ข้างแปลงเพาะชำถึงกับกระตุกคิ้วเบาๆ ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ขันที่หญิงสาวเจ้าของร้านต้นไม้ขยันขุดมาหยอกเย้าเขาตั้งแต่ก้าวขาเหยียบเข้ามาในอาณาจักรสีเขียวแห่งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาต้องมาทำภารกิจร่วมกันนอกสถานที่ หลังจากเหตุการณ์ชุลมุนหน้าไซต์งานเมื่อวานซืน ขวัญข้าวก็จัดการมัดมือชกด้วยการส่งพิกัดสวนต้นไม้ส่งออกนอกเมืองมาให้ พร้อมข้อความท้าทายว่าหากเขาอยากได้ "ไม้ประดับที่สมมาตรไร้ที่ติ" ตามโจทย์บรีฟอันเรื่องมากของเขา ก็ต้องมาเลือกด้วยตัวเองเท่านั้น "ผมไม่ได้ทำหน้าเหมือนจะขายไตครับ ขวัญข้าว... ผมแค่กำลังคำนวณว่าถ้าเราขนต้นไม้พวกนี้ขึ้นรถกระบะของคุณ น้ำหนักมันจะเกินพิกัดจนช่วงล่างพังกลางทางด่วนรังสิตหรือเปล่าต่างหาก" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาคู่คมกลับพราวระยับด้วยประกายความเอือมระอาที่เจือความเอ็นดูไว้ลึกๆ อย่างไม่รู้ตัว ขวัญข้าวหัวเราะคิกคักพลางก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปใกล้ ชายกระโปรงผ้าลินินสีครีมพลิ้วไหวไปตามแรงลมเบาๆ เธอยกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบท่าทางของเขาเมื่อครู่ เอียงคอมองคนตัวสูงกว่าด้วยสายตากรุ้มกริม "แหม คุณสถาปนิกขา พูดซะเสียบรรยากาศหมดเลย นี่มันสวนต้นไม้นะคะ ไม่ใช่คลังแสงอาวุธ จะได้ต้องเครียดเรื่องน้ำหนักบรรทุกขนาดนั้น ว่าแต่... ยืนเหม่อมองต้นยางอินเดียตรงนั้นมาสิบรอบแล้ว สนใจหรือว่ากลัวมันโตเกินไปจนบังมุมมองตึกที่คุณออกแบบไว้กันแน่คะ" ธันวาชะงักไปนิด เขากวาดสายตามองต้นยางอินเดียใบหนาสีเขียวเข้มมันวาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมแปลง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนอาการ "ก็แค่คิดว่ามันดู... ดื้อด้านดี" "หือ? ต้นไม้เนี่ยนะดื้อด้าน?" ขขวัญข้าวเลิกคิ้วสูงอย่างฉงน "ใช่ครับ ดื้อด้าน ดื้อแพ่ง ไม่ยอมโค้งงอไปตามแรงดัด เหมือนใครบางคนแถวนี้ที่ชอบสั่งให้คนอื่นทำโน่นทำนี่ตามใจตัวเองโดยไม่ถามสุขภาพสถาปนิกสักคำ" ธันวาหันกลับมาสบตา เธอจังๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น ดวงตากลมโตของขวัญข้าวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่นึกเกรงใจ "อุ๊ย! นี่คุณกำลังเปรียบเทียบฉันกับต้นไม้อยู่เหรอคะเนี่ย โอโห... เพิ่งรู้ว่าคุณธันวานอกจากจะเก่งเรื่องออกแบบตึกแล้ว ยังมีความสามารถพิเศษในการแต่งกลอนพาไปแบบแนบเนียนด้วยนะเนี่ย คะแนนความปากหวานให้สิบคะแนนเต็ม แต่หักออกเก้าคะแนนฐานแอบเหน็บแนมฉันค่ะ!" หญิงสาวแกล้งทำเป็นสะบัดหน้าหนีอย่างงอนๆ แต่รอยยิ้มกว้างที่มุมปากกลับฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังสนุกสนานกับการได้ต่อปากต่อคำกับเขาแค่ไหน ธันวายืนมองอาการแสนงอนแบบจอมปลอมนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ความนิ่งสนิทและระเบียบวินัยอันเคร่งครัดที่เขาพยายามสร้างไว้เป็นเกราะกำบังรอบตัวมาตลอดหลายปี คล้ายจะถูกรอยยิ้มสดใสไร้พิษภัยนี้กัดกร่อนจนพังทลายลงทีละน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว พื้นที่ปลอดภัย... ที่เขาเคยคิดว่าต้องเป็นห้องทำงานเงียบๆ ไร้เสียงรบกวนและผู้คน ตอนนี้มันกลับมีหน้าตาคล้ายผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังเดินลัดเลาะไปตามแถวของเฟิร์นข้าหลวงเพื่อเลือกดูใบที่สมบูรณ์ที่สุดซะอย่างนั้น "นี่ครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นก้านดอกไม้สีขาวสะอาดตาที่แอบเด็ดมาจากพุ่มไม้ข้างทางส่งให้ตรงหน้า ขวัญข้าวหยุดเดินแล้วหันกลับมามองด้วยความงุนงง "อะไรคะเนี่ย เอาดอกไม้มาสินบนฉันเหรอ?" เธอยิ้มรับพลางรับดอกไม้ดอกนั้นมาถือไว้ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วที่เผลอแตะโดนกันชั่วเสี้ยววินาทีทำเอาธันวาต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน "ไม่ได้สินบนครับ แค่คิดว่า... ถ้าคุณจะเอาแต่เดินนำแล้วปล่อยให้ผมเดินตามต้อยๆ เหมือนคนหลงทาง แบบนั้นมันไม่แฟร์กับตำแหน่งผู้ออกแบบโครงการเลยสักนิด" ธันวาแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามบังคับน้ำเสียงให้อยู่ในโหมดการทำงาน แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อดวงตาคู่นั้นกำลังมองมาด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านยาก "อ๋อ ที่แท้ก็กลัวน้อยหน้าหรอกเหรอคะ คุณสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่" ขวัญข้าวอมยิ้มจนแก้มป่อง เธอหมุนดอกไม้ในมือเล่นเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกนิดจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายกลิ่นดินหลังฝนตกจากตัวเธอ "งั้นเปลี่ยนข้อตกลงไหมล่ะคะ แทนที่จะเดินตามหลัง ฉันอนุญาตให้คุณเดินนำหน้า แล้วเลือกต้นไม้ทุกต้นด้วยตัวเอง... กล้าไหมล่ะคะ?" คำท้าทายนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้มท้าทายที่ทำเอาธันวาถึงกับพูดไม่ออก ชายหนุ่มก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่ยืนยิ้มแป้นรอฟังคำตอบ หัวใจในอกเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างน่าโมโห ให้ตายเถอะ... เขารับมือกับผู้รับเหมาจอมกวนประสาทมาก็เยอะ แก้ไขปัญหาหน้างานมาก็แยะ แต่ทำไมกับผู้หญิงที่ยืนถือดอกไม้บ้านๆ คนนี้ เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังจะพ่ายแพ้ราบคาบโดยไม่ต้องออกแรงสู้เลยแม้แต่น้อย ขณะที่ธันวากسลังอ้าปากจะเอ่ยปฏิเสธเพื่อรักษาฟอร์มของสถาปนิกมาดนิ่ง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนเขินอายนั้นเสียก่อน ธันวาขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ "พี่กรณ์" หัวหน้าวิศวกรผู้คุมไซต์งาน "ขอตัวสักครู่นะครับ" ธันวาหันไปบอกขวัญข้าวก่อนจะกดรับสาย "ว่าไงครับพี่กรณ์... หกสิบเปอร์เซ็นต์เหรอ? เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อคานรับน้ำหนัก..." น้ำเสียงจริงจังของสถาปนิกหนุ่มดึงบรรยากาศกลับสู่โหมดการทำงานทันista ขวัญข้าวพยักหน้ารับรู้แล้วเดินเลี่ยงออกไปดูต้นไม้แถวอื่นปล่อยให้เขาคุยโทรศัพท์ตามลำพัง ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังก้มลงสำรวจรากของต้นไทรยอพันธุ์แคระ สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ที่ร่วงหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของธันวาที่พาดไว้บนพนักเก้าอี้สนามใกล้ๆ ด้วยความสงสัยปนเอ็นดู ขวัญข้าวยื่นมือไปหยิบกระดาษโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดู ลายมือระเบียบเรียบร้อยตวัดตัวอักษรอย่างประณีตบรรจงเขียนไว้ว่า... * บรีฟงานที่ 4: พาขวัญข้าวไปกินเค้กมะพร้าวร้านโปรดหลังเลือกต้นไม้เสร็จ (ห้ามลืมเด็ดขาด ไม่งั้นโดนบ่นหูชาแน่) * * เพิ่มเติม: ยิ้มเยอะๆ หน่อย เธอบ่นว่าหน้าเหมือนคนเป็นออฟฟิศซินโดรมแล้ว * ขวัญข้าวอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาสองรอบ ก่อนที่ใบหน้าหวานจะค่อยๆ แดงก่ำขึ้นทีละน้อย หัวใจเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู รอยยิ้มกว้างหุบไม่ลงจนเธอต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้เพื่อไม่ให้เผลอส่งเสียงอุทานออกมา ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งสติจากความตกใจและดีใจปนเปกัน ธันวาก็หันกลับมาพอดีเมื่อวางสายเสร็จ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้กลับตื่นตระหนกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นกระดาษโน้ตในมือของหญิงสาว "ขวัญข้าว! นั่นมัน..." ธันวารีบพุ่งเข้าไปคว้ากระดาษแผ่นนั้นคืน แต่ช้าไปเสียแล้วเมื่อหญิงสาวถอยหลังหลบหนึ่งก้าวพร้อมกับชูมันขึ้นสูงเหนือหัว ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความรู้ทัน "อ๋อ... ที่แท้ก็มีแผนการในใจนี่เองนะคะ คุณสถาปนิกปากแข็ง" ขวัญข้าวเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงล้อเลียน แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก "แอบจดโน้ตเตือนตัวเองด้วยเหรอเนี่ย แถมยังรู้ด้วยว่าฉันชอบกินเค้กมะพร้าว... ไหนใครบอกว่ารำคาญนักหนาไงคะ หمم?" ธันวายืนนิ่งค้าง เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหูสองข้างขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงต้นคอ ความลับที่อุตส่าห์ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อถูกเปิดเผยต่อหน้าเจ้าตัวแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะทันได้หาคำแก้ตัวใดๆ มากลบเกลื่อนความเขินอาย ขวัญข้าวก็ก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกครั้ง รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ส่งมาทำเอาธันวาแทบหยุดหายใจ "ถ้าอย่างนั้น..." เสียงใสกระซิบแผ่วเบaอยู่ใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินต้นคอ "เลือกต้นไม้เสร็จแล้ว... เลี้ยงเค้กมะพร้าวฉันสองชิ้นเลยนะคะ ถึงจะหายกัน!" ขวัญข้าวหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหมุนตัวเดินนำลิ่วไปทางโซนไม้ดอก โดยทิ้งให้สถาปนิกหนุ่มยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่กลางแสงแดดอ่อนๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก... *(ขอขอบคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาเติมความหวานให้สมุดบันทึกเล่มนี้เสมอนะคะ)*
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%