เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 5

กลิ่นดิน กับความนิ่งของนายมาดขรึม

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ถ้าคุณสถาปนิกยังทำหน้าเหมือนอมยาขมหม้อใหญ่ใส่ต้นกระบองเพชรน้อยของฉันอีกสามวิฯ ข้าวจะเอาดินก้ามปูอุดปากจริงๆ ด้วยนะคะ!" เสียงใสแจ๋วที่ลอยมาพร้อมกับเสียงเคาะกระถางดินเผาเบาๆ ทำให้ธันวาที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเคร่งขรึมอยู่ข้างเสาเรือนกระจก ถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ได้กลัวยัยเจ้าของร้านปากแจ๋ว, ไม่มีทาง... เขาแค่ไม่อยากต่อปากต่อคำกับคนที่มีรอยยิ้มเจิดจ้าเกินกว่ามนุษย์มนาทั่วไปต่างหากล่ะ เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เขาเผลอใจเต้นแรงจนเกือบหลุดมาดหนุ่มเนี๊ยบ ยังคงทิ้งร่องรอยความปั่นป่วนไว้ในอกเสื้อ ธันวาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งสนิท ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าไปหาเป้าหมายที่กำลังนั่งยองๆ ง่วนอยู่กับการผสมดินผสมใบก้ามปูบนพื้นปูนขัดมัน "ผมแค่วิเคราะห์โครงสร้างการรับน้ำหนักของกระถาง ไม่ได้อมยาขมอะไรทั้งนั้นแหละครับ... เอ๊ย! ไม่ได้อมยาขมอะไรทั้งนั้นแหละครับคุณขวัญข้าว" ธันวาเกือบเผลอหลุดปากพูดคำคุ้นเคยออกไป ดีที่เบรกปากทัน เลยกลายเป็นประโยคห้วนๆ ที่ฟังดูหาเรื่องชอบกล ขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นจากกองดิน ชายตามองสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมมาตรเป็นชีวิตจิตใจ ใบหน้าเรียวเล็กเปื้อนรอยเปรอะของดินสีดำจางๆ ตรงโหนกแก้ม ยิ่งทำให้เจ้าตัวดูเหมือนเด็กเลอะซนมากกว่าเจ้าของร้านวัยเบญจเพส ธันวาแอบขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ—มันไม่สมมาตรเอาเสียเลย รอยเปื้อนตรงนั้นน่ะ ถ้าเป็นเขาจะเช็ดออกให้มันสมดุลซ้ายขวา... *เดี๋ยวสิ! แกคิดอะไรวะไอ้ธันวา!* "แหม คุณธันวานี่มันพ่อพันธุ์ไม้ด่างหรือพ่อขุนแผนคะเนี่ย ปากคอเราะร้ายตลอดเวลา ระวังเถอะค่ะ ทำเป็นดุมากๆ วันนึงถ้าเกิดหลงเสน่ห์ยัยเด็กปากแจ๋วคนนี้ขึ้นมา จะหาว่าฉันไม่เตือน" ขวัญข้าวลอยหน้าลอยตาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดมือที่เปื้อนเศษดินปัดป่ายไปมาอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะยื่นกระถางต้นเฟิร์นข้าหลวงใบงามมาตรงหน้าเขา "อ่ะ! ไหนๆ ก็มาเป็นทาสแรงงานจำเป็นแล้ว ช่วยยกอันนี้ไปไว้ตรงมุมระเบียงรับแดดอ่อนๆ ฝั่งโน้นให้หน่อยค่ะ เอาให้ตรงเป๊ะแบบฉบับสถาปนิกผู้ดีแตกด้วยนะคะ ฉันตรวจความเอียงนะบอกก่อน" ธันวารับกระถางเซรามิกหนักอึ้งนั้นมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียว สัญชาตญาณความเนี๊ยบสั่งให้เขาสลับมือถือให้มั่นคง สายตากวาดมองหาจุดวางที่เหมาะสมตามหลักทัศนียภาพทันที แต่พอลอบมองเสี้ยวหน้าของขวัญข้าวที่ตอนนี้กำลังก้มลงใช้ช้อนพรวนดินตักดินใส่กระถางใหม่อย่างทะนุถนอม สมาธิที่เคยมีมันก็พลันกระเจิงหายไปเสียดื้อๆ บรรยากาศรอบตัวของขวัญข้าวเวลาอยู่กับต้นไม้ใบหญ้าช่างแตกต่างจากตอนเถียงกับเขาลิบลับ รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาคู่สวยที่ฉายประกายความอ่อนโยน ละมุนละไม ยามที่ปลายนิ้วเรียวเรียงร้อยแต่งกิ่งก้านของต้นไม้เล็กๆ อย่างเบามือ ราวกับกลัวว่ามันจะบอบช้ำ ขวัญข้าวฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันนิดๆ ยามที่ต้องใช้สมาธิสูงในการผูกเชือกปอกระเจาเข้ากับหลักไม้ค้ำยันต้นอ่อน ธันวายืนมองภาพนั้นนิ่งนาน ราวกับถูกสะกดจิต กลิ่นอายของดินชื้นหลังรดน้ำ ผสมผสานกับกลิ่นหอมจางๆ ของแดดและสบู่เด็กจากตัวเธอ มันสร้าง "เซฟโซน" แปลกประหลาดขึ้นมากลางใจสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยไว้วางใจใคร พื้นที่ปลอดภัยที่เขาตามหามาตลอด ไม่ได้ซ่อนอยู่หลังแบบแปลนตึกสูงระฟ้า หรือเส้นสายเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบที่สุด... แต่มันกลับซ่อนอยู่รอยยิ้มเปื้อนดินของยัยตัวแสบคนนี้นี่เอง "นี่!" เสียงใสๆ ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ยื่นเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ธันวาผถะถอยหลังด้วยความตกใจ เกือบทำกระถางต้นไม้ในมือร่วงหล่นพื้น "อุ๊ย! ระวังค่ะคุณสถาปนิก!" ขวัญข้าวคว้าข้อมือเขาไว้ข้างหนึ่งเพื่อช่วยพยุงน้ำหนักไม่ให้กระถางคว่ำ ฝ่ามืออุ่นนิ่มที่แนบลงมาบนข้อมือ ทำเอาหัวใจของธันวาเต้นระรัวราวกับตีกลองชุดใหญ่ "เหม่ออะไรคะเนี่ย หรือว่าแอบมองความสวยของเจ้าของร้านจนเคลิ้ม บอกแล้วไงว่าอย่ามองนาน เดี๋ยวจะถอนตัวไม่ขึ้นนะ" ธันวาเม้มปากแน่น รีบชักมือกลับทันทีเมื่อตั้งหลักได้ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด แม้จะพยายามตีสีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความเขินอายแค่ไหน แต่หูทั้งสองข้างที่แดงแจ๋ก็ฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังแพ้ทางเธอราบคาบ "ใครเคลิ้ม คุณหลงตัวเองเกินไปแล้วขวัญข้าว ผมแค่... แค่กำลังคำนวณว่าต้นไม้ที่คุณจัดเนี่ย มันจะตายวันตายพรุ่งเพราะฝีมือคุณหรือเปล่าต่างหาก" ธันวาเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง ขวัญข้าวหัวเราะคิกคัก ชอบใจที่ได้เห็นคนมาดนิ่งเสียอาการ เธอเดินเข้าไปใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง เอื้อมมือเรียวที่ยังมีคราบดินติดอยู่เล็กน้อยขึ้นไปปัดเศษใบไม้แห้งที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของเขาออกให้อย่างเบามือ การกระทำที่ใกล้ชิดสนิทสนมจนเกินขอบเขตนี้ ทำให้ธันวาถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตสบตากับเขาตรงๆ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความขี้เล่นและประกายระยิบระยับที่ชวนให้คนมองใจสั่น "ปากแข็งจังเลยนะคะ... ทั้งที่ตาก็ฟ้องอยู่แท้ๆ ว่าเอ็นดูฉันจะตายอยู่แล้ว" ขวัญข้าวพูดกระซิบเสียงเบา แววตาล้อเลียน "นี่ค่ะ รางวัลคนปากแข็ง" เธอยื่นนิ้วที่เปื้อนดินจิ้มลงไปเบาๆ ที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันของธันวา จนเกิดเป็นรอยเปื้อนสีดำขนาดเล็กบนหน้าเขา ก่อนจะหัวเราะร่วนแล้ววิ่งหนีหายเข้าไปหลังชั้นวางกระถางต้นไม้ใหญ่ ทิ้งให้สถาปนิกหนุ่มยืนแข็งทื่อเป็นหินรอบที่สองของวัน ธันวายกมือขึ้นแตะปลายจมูกเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงเนื้อดินสากมือและความอบอุ่นจางๆ ที่หลงเหลืออยู่ รอยยิ้มบางเบาที่ไม่ค่อยได้ปรากฏบนใบหน้าบ่อยนักค่อยๆ คลี่ออกทีละน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ ให้ตายเถอะ... ยัยนี่มันอันตรายต่อหัวใจเขาเกินไปแล้วจริงๆ ทว่า ความเงียบสงบและกลิ่นดินหอมกรุ่นรอบตัว กลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่เอ่ยทักทายเสียงดังลั่นร้าน "น้องขวัญครับ! พี่เอารายชื่อโครงการจัดสวนคอนโดเฟสใหม่มาให้ช่วยดูหน่อย... เอ๊ะ หรือว่าวันนี้เราจะไปกินข้าวเที่ยงกันเลยดีครับ?" ธันวานิ่งงัน รอยยิ้มเมื่อครู่หายวับไปกับตา ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาในร้าน พร้อมกับช่อดอกไม้ในมือที่ส่งยิ้มพินพิเทรมาให้ขวัญข้าวที่เพิ่งโผล่หน้าออกมาจากชั้นต้นไม้ บรรยากาศฟีลกู๊ดเมื่อครู่พลิกคว่ำกลายเป็นความอึดอัดตรึงเครียดในพริบตาเดียว ขวัญข้าวชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เคยสดใสเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อหันไปสบตากับธันวาที่ยืนกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนอยู่ที่มุมห้อง "...พี่กรณ์?" ขวัญข้าวพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ด้วยแววตากลัดกลุ้ม ธันวากวาดสายตามองชายหนุ่มผู้มาใหม่ ก่อนจะหันมามองขวัญข้าวที่ยืนลังเลอยู่กึ่งกลางระหว่างเขากับผู้ชายคนนั้น สัญชาตญาณการปกป้องและบางสิ่งที่คุกรุ่นอยู่ในอกทำให้สถาปนิกหนุ่มก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดตัวขวัญข้าว ดึงไหล่บางให้ถอยมาอยู่ข้างหลังตนเองโดยสัญชาตญาณ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นเยียบ แต่ทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องชะงัก "ขอโทษนะครับ... พอดีเจ้าของร้านเขามีธุระส่วนตัวกับผมอยู่ คุณช่วยกรุณารอคิวหรือกลับไปก่อนน่าจะดีกว่านะครับ" ขวัญข้าวเบิกตากว้าง หันขวับมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธอไว้ หัวใจกระตุกวูบกับน้ำเสียงประกาศความเป็นเจ้าของกลายๆ นั้น ขณะที่ผู้ชายอีกคนหน้าเสียทันที สมุดบันทึกสีน้ำตาลขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความละมุนปนความกวนประสาทในตอนนี้นะคะ ---
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%