เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 6

กาแฟหนึ่งแก้ว กับแผนปั่นหัว

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เส้นสมมาตรบนกระดาษไขแผ่นนั้นถูกขีดทับด้วยดินสอเอชบีซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกือบจะทะลุลงไปถึงเนื้อโต๊ะไม้สัก ธันวาถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่แปดของชั่วโมงนี้ ใบหน้าคมคายติดจะเรียบตึงจนแทบจะเป็นน้ำแข็ง แว่นตากรอบบางถูกดันขึ้นสันจมูกด้วยปลายนิ้วเรียวยาว ขณะที่ดวงตาสีเข้มจ้องมองแปลนบ้านเดี่ยวสไตล์มินิมอลที่เจ้าของโครงการแก้แล้วแก้อีกด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้า "คุณสถาปนิกคะ..." เสียงใสแจ๋วที่ลอยมาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดินอุ่นและละอองน้ำ ทำเอาธันวาชะوกมือที่กำลังถือยางลบ ขวัญข้าวโผล่หน้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขาเกินความจำเป็น รอยยิ้มกว้างชนิดที่เรียกว่าสว่างไสวไปทั้งห้องทำงานรกๆ นี่กำลังส่งมาให้เขาอย่างจงใจ มือเล็กข้างหนึ่งถือกระถางต้นลิ้นมังกรแคระขนาดจิ๋วมาวางไว้ทับกระดาษแปลนของเขาหน้าตาเฉย "ใครอนุญาตให้เอาต้นไม้วางบนงานผมครับ... อ้ะ!" ธันวาเผลอเสียงเข้มใส่ตามความเคยชิน ก่อนจะรีบหุบปากฉับเมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่ลูกน้องในไซต์งาน แต่เป็นยัยคุณเจ้าของร้านต้นไม้จอมกวนที่ชอบทำตัวเหมือนกาวตราช้าง เกาะติดเขาไม่ยอมปล่อยตั้งแต่สัปดาห์ก่อน "อุ๊ย เสียงดุจังเลยค่ะคุณธันวา หน้าบึ้งเป็นตูดแมวแบบนี้ ระวังหน้าแก่เร็วนะคะ สถาปนิกหนุ่มไฟแรงแต่ใจร้อนเนี่ย เดี๋ยวตีนกามาเยือนไม่รู้ด้วยนะ" ขวัญข้าวหัวเราะคิกคักในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับอย่างคนอารมณ์ดีเป็นนิจ เธอเท้าแขนลงกับขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนธันวาต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ "ไปค่ะ! เลิกงานชั่วคราว ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลย" "ผมยังทำงานไม่เสร็จครับ คุณขวัญข้าวก็เห็นว่าเดดไลน์มันกระชั้นชิดแค่ไหน ถ้าผมมัวแต่โอ้เอ..." "โอ้เออะไรกันล่ะคะ นั่งหลังงอมาสามชั่วโมงเต็มแล้วนะคุณ สุขภาพจิตจะพังเอานะคะคุณสถาปนิก... วันนี้ฉันใจดี จะพาไปเลี้ยงกาแฟแก้วโปรด เป็นการไถ่โทษที่เมื่อวานเผลอทำกระถางต้นไม้คุณแตก (ถึงแม้จะเป็นกระถางพลาสติกใบละสิบบาทก็เถอะ)" ประโยคหลังเธอพึมพำเบาๆ แต่ธันวาก็ยังหูดีพอจะได้ยิน ธันวากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างจนปัญญา เขาอยากจะปฏิเสธให้เด็ดขาดเหมือนทุกครั้ง แต่สายตาที่มองมาด้วยความคาดหวังแกมบังคับแบบเนียนๆ นั่นมันช่าง... น่ารำคาญจนสลัดไม่หลุด "ผมไม่ได้อยากกินกาแฟ และผมก็ไม่ได้อยากไปไหนทั้งนั้น..." "แต่ฉันอยากกินค่ะ และฉันไม่อยากเดินไปคนเดียว กลัวเหงา... นะคะคุณธันวา ไปเป็นเพื่อนหน่อยหน่า ถือว่าทำบุญให้คนสวยขาประจำร้านนะคะ" ขวัญข้าวไม่พูดเปล่า เธอยื่นมือเรียวมาดึงชายเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนของเขาเบาๆ สองสามครั้ง ราวกับเด็กสาวกำลังอ้อนขอขนมจากผู้ปกครอง ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้นี่มันเกิดมาเพื่อปั่นประสาทเขาโดยเฉพาะหรือยังไงนะ ธันวาเม้มปากแน่น พยายามสร้างกำแพงความเยือกเย็นขึ้นมาต้านทาน แต่หัวใจเจ้าระยำนี่ดันทรยศด้วยการเต้นผิดจังหวะไปกับสัมผัสเบาๆ ที่ชายเสื้อเสียได้ สุดท้ายสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมมาตรก็ต้องพับแปลนบ้านลง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างจำยอม จนคนชวนยิ้มแก้มปริด้วยความชนะ ร้านกาแฟเล็กๆ สไตล์ลอฟท์ตั้งอยู่ถัดจากสำนักงานของเขาไปเพียงสองบล็อก บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบเคล้าด้วยเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วคละคลุ้งไปทั่ว ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่มุมร้าน มือข้างหนึ่งถือแก้วอเมริกาโน่เย็นที่ขวัญข้าวเป็นคนสั่งให้ (โดยไม่ถามความสมัครใจสักคำว่าเขาชอบดื่มแบบไหน) ดวงตาคมกวาดมองการตกแต่งร้านอย่างวิเคราะห์ตามสายตาอาชีพ ก่อนจะเหลือบไปมองคนตรงข้ามที่กำลังละเลียดเค้กช็อกโกแลตด้วยความสุขล้นเหลือ "อร่อยมากเลยค่ะคุณ ลองชิมดูไหม ไม่หวานเลี่ยนอย่างที่คิดหรอกนะ" ขวัญข้าวว่าพลางยื่นช้อนที่มีเค้กติดอยู่ครึ่งคำมาจ่อตรงหน้าเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ธันวาชะựngกึก เอนตัวถอยหลังเล็กน้อยด้วยความตกใจ "ผมกินเองได้ครับ คุณเก็บช้อนของคุณไปเถอะ" "อ้าว ก็ฉันอยากแบ่งนี่คะ หรือว่า... กลัวทางอ้อม? อุ๊ย!" ขวัญข้าวแกล้งทำเป็นปิดปากตาโต หัวเราะคิกคักชอบใจที่เห็นใบหน้าหล่อเหลานั้นขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ บริเวณโหนกแก้ม ถึงจะพยายามตีสีหน้านิ่งขรึมกลบเกลื่อนแค่ไหน แต่เธอก็รู้ว่าผู้ชายปากแข็งคนนี้กำลังไปไม่เป็น "ไร้สาระครับ คุณนี่มัน... หาเรื่องคุยได้ตลอดเวลาจริงๆ" ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก รสชาติขมเข้มของกาแฟดำช่วยเรียกสติเขากลับมาได้บ้าง แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวขวัญข้าวยังคงลอยวนอยู่รอบตัว จนสมาธิที่เคยมีกระเจิงไปหมด "ก็ฉันไม่อยากให้คุณเครียดนี่คะ" จู่ๆ น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นและกวนประสาทเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลขึ้นมาอย่างกะทันหัน ขวัญข้าววางช้อนลงในจาน เธอประสานมือไว้บนโต๊ะ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เขาด้วยความจริงจัง จนธันวาต้องชะงักค้างไป "เวลาที่คุณขมวดคิ้วแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานติดต่อกันนานๆ น่ะ... มันเหมือนโลกทั้งใบแบกอยู่บนบ่าคุณคนเดียวเลยรู้ไหมคะ ถึงฉันจะชอบกวนประสาทคุณก็เถอะ แต่ฉันชอบเห็นคุณยิ้มมากกว่านะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เสียงเพลง재๊สในร้านเงียบหายไปจากโสตประสาท ธันวาจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยคู่นั้น หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายจากความสัมพันธ์ใดๆ คล้ายมีก้อนเนื้ออุ่นๆ มากระแทกเบาๆ จนรู้สึกแปลกประหลาด เขาไม่เคยชินกับการมีใครมาใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานคนนี้ "คุณ... พูดอะไรของคุณเนี่ย" ธันวาหลบสายตา กระแอมไอเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ "ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย สถาปนิกเขาก็ทำงานกันแบบนี้ทั้งนั้นแหละครับ" "ปากแข็งอีกแล้วนะคะคุณธันวา" ขวัญข้าวอมยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ นิ้วเรียวพิมพ์อะไรบางอย่างยิกๆ ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนข้อความในแอปพลิเคชันแชตของธันวาจะดังขึ้น ธันวาก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองด้วยความฉงน ขวัญข้าวส่งข้อความเข้ามาในแชตส่วนตัวของพวกเขา *[ข้าวเจ้าเอง]: ถ้าคราวหน้าเครียดอีก บอกฉันนะคะ... ฉันยินดีรับฟังฟรี ไม่มีค่าบริการค่ะ (แถมรอยยิ้มหวานๆ ให้เป็นโบนัสด้วย)* มุมปากหนาหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ธันวากำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปเพื่อกวนเธอกลับสักประโยค แต่ยังไม่ทันที่นิ้วจะกดส่ง จู่ๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงโปรดปรานคุ้นตาในชุดสูทเนี๊ยบ "บังเอิญจังครับคุณข้าว... ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่" ธันวาชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้มาใหม่ที่กำลังยืนส่งยิ้มพินพิเทรหาขวัญข้าวด้วยแววตาเป็นประกาย ความอบอุ่นละมุนละไมเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยบรรยากาศตึงเครียดที่คุกกรุ่นขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ขณะที่ขวัญข้าวหน้าถอดสีลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครคือผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปกับ "สมุดบันทึกสีน้ำตาล" นะคะ
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%