"ถ้าแปลนชุดนี้พังเพราะน้ำฝนหยดลงมาละก็... คุณเตรียมตัวไปนั่งถอนหญ้าที่ร้านต้นไม้ของฉันสามเดือนเพื่อเป็นการไถ่บาปได้เลยค่ะคุณธันวา!"
เสียงหวานใสที่ปกติมักจะเจือแววหยอกเย้า วันนี้กลับตวัดสูงด้วยความร้อนรน ขวัญข้าว (เจ้าของร้านต้นไม้ผู้มีพลังงานล้นเหลือเกินมนุษย์) กำลังใช้สองมือประคองแฟ้มกระดาษไขแผ่นใหญ่ยักษ์แนบไว้กับอกราวกับมันคือไข่ในหิน ขณะที่ดวงตากลมโตก็ถลึงใส่ร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ข้างกัน
"ถ้าแปลนมันจะพัง ก็พังเพราะความสะשלไม่รอบคอบของคนที่ลากสังขารตัวเองมาตรวจหน้างานในวันที่พายุกรมอุตุฯ เตือนภัยสีแดงต่างหากครับ... เอ้ย! หมายถึง... ค่ะ"
ธันวาเผลอหลุดคำสามัญสำนวนผู้ชายออกมาจนต้องรีบกลืนน้ำลายลงคอแล้วดัดเสียงให้กลับมานิ่งสนิทตามฟอร์มเดิม แม้ใบหน้าคมคายจะยังคงไว้ซึ่งความเรียบเฉยชวนหมั่นไส้ แต่ถ้าสังเกตให้ดีที่สันจามและไรผมของเขามีหยดน้ำเกาะพราวเนื่องจากวิ่งฝ่าสายฝนก้อนใหญ่เข้ามาในกระต๊อบคนงานชั่วคราวหลังนี้อย่างทุลักทุเล
บรรยากาศรอบตัวถูกโอบล้อมด้วยเสียงซ่าอื้ออึงของสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าจะรั่ว เม็ดฝนสาดกระทบหลังคาสังกะสีจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว กลบเสียงรอบข้างเสียจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่ในพื้นที่แคบๆ ไม่ถึงสربعةตารางเมตร
กลิ่นอายดินเปียกชื้นลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากเสื้อผ้าของขวัญข้าว เป็นกลิ่นมะลิอ่อนๆ ที่ชวนให้ประสาทสัมผัสที่ตึงเครียดของธันวาค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด ทั้งที่สถานการณ์ตอนนี้ชวนให้หงุดหงิดหัวใจเป็นที่สุด
"นี่! อย่ามาโบ้ยความผิดให้ธรรมชาติและฉันนะยะ" ขวัญข้าวสะบัดหน้าใส่เบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนลังไม้เก่าๆ ที่ถูกเช็ดจนสะอาดพอจะนั่งได้ หล่อนก้มลงสำรวจแปลนสถาปัตยกรรมในมืออย่างละเอียดถี่ถ้วน นิ้วเรียวไล่เช็คตามรอยพับกระดาษด้วยความกังวลใจ เพราะหากแผ่นนี้เปียกน้ำแม้แต่นิดเดียว งานออกแบบสวนแนวตั้งที่ทั้งคู่ช่วยกันคิดมาเป็นเดือนมีหวังได้พังครืนไม่เป็นท่า
ธันวากวาดสายตามองท่าทางเป็นห่วงเป็นใยงานของหญิงสาวเงียบๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดหน่อยอย่างเผลอไผล เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดเพื่อใช้ลำตัวของตัวเองช่วยบังลมกระโชกที่พัดลอดเข้ามาตามรอยแตกของผนังไม้เก่าๆ
"ขยับมาทำไมเนี่ย ตัวยิ่งโตๆ อยู่ บังแสงหมด มองไม่เห็นเส้นสายแปลนพอดี" ขวัญข้าวบ่นพึมพำโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง แต่ใบหน้าเนียนกลับขึ้นสีเรื่อจางๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อแผ่นหลังของหล่อนเกือบจะแนบชิดกับอกแกร่งของอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ
"ไม่ได้บังแสง... ผมบังลมให้ต่างหาก กลัวคุณปลิวไปกับพายุเสียก่อน งานผมจะไม่มีคนช่วยเถียง" ธันวาตอบเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผมสลวยของหญิงสาวระยะประชิด จนขวัญข้าวต้องรีบหดคอหนีหัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ
โครม!
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวจนกระต๊อบสั่นสะเทือน ตามมาด้วยความมืดสนิททันทีเนื่องจากกระแสไฟฟ้าบริเวณไซต์งานตัดขาดอัตโนมัติ
"กรี๊ด!" ขวัญข้าวสะตกใจสุดขีด หล่อนผุดลุกขึ้นยืนโดยไม่ทันระวังตัว ทำให้ศีรษะทุยๆ พุ่งชนเข้ากับคางของธันวาเข้าอย่างจัง
"โอ๊ย!" สถาปนิกหนุ่มอุทานเบาๆ ด้วยความเจ็บปวด มือหนายกขึ้นกุมคางตัวเองอัตโนมัติ ในขณะที่ขวัญข้าวเสียหลักเซถลาล้มลงไปข้างหน้า แต่โชคยังดีที่วงแขนแข็งแรงของธันวาคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ร่างทั้งสองจึงล้มลงไปกองบนลังไม้ด้วยกันทั้งคู่ โดยมีธันวาเป็นเบาะรองรับน้ำหนักให้อย่างนิ่มนวล
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาด ขวัญข้าวทาบมือลงบนแผงอกกว้างของคนใต้ร่างโดยไม่ตั้งใจ หล่อนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างในความมืดที่มีเพียงแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือเครื่องน้อยส่องสว่างขึ้นมาพอให้เห็นเค้าลางใบหน้าของกันและกัน
ใกล้กันเกินไป... ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะแก้ม
"เอ่อ... คือ... ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะคุณธันวา" ขวัญข้าวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น หล่อนหลบสายตาคมกริบที่มองตรงมาด้วยแววตาแปลกประหลาด—แววตาที่ไม่มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนลึกล้ำที่ทำเอาคนใจแข็งอย่างหล่อนแทบละลาย
ธันวาไม่ยอมปล่อย เขายังคงตรึงข้อมือบางข้างหนึ่งไว้เบาๆ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อและละอองฝนออกจากแก้มเนียนของหญิงสาวอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาขวัญข้าวลืมหายใจ สมองขาวโพลนคิดคำพูดกวนๆไม่ออกแม้แต่คำเดียว
"ขวัญข้าว..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อจริงของหล่อนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา "ถ้าผมบอกว่า... ที่ผมยอมลุยฝนมาหน้างานวันนี้ ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงแปลน... แต่เป็นเพราะเป็นห่วงคนถือแปลน..."
ธันวากลืนก้อนความลังเลลงคอ ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างในนั้น
"คุณจะว่าผมบ้าไหมครับ?"
แชตข้อความในหัวใจของขวัญข้าวรวนเรหนักหน่วงยิ่งกว่าพายุข้างนอก หล่อนอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับประโยคสารภาพรักกลายๆ ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากจัดคนนี้
ทว่า... ก่อนที่ขวัญข้าวจะได้เอ่ยปากตอบอะไรกลับไป เสียงกริ่งแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของธันวาที่วางอยู่บนลังไม้ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นข้อความจากหน้าจอแจ้งเตือนที่ส่งตรงมาจากใครบางคน...
คนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้เลยแม้แต่น้อย
"พี่ธันวาคะ อยู่ไหนคะเนี่ย ฝนตกหนักมาก หนูเปียกหมดแล้ว มารับหนูที่ล็อบบี้หน่อยค่ะ!"
ชื่อของ "มีนตรา" ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับหัวใจของขวัญข้าวที่หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปกับ "สมุดบันทึกสีน้ำตาล" นะคะ)
เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 7
ฝนตกตอนไหนไม่ว่า แต่อย่ามาตกใส่แปลน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!