เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 8

ความลับในกระเป๋าดินสอ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ยังสว่างวาบด้วยชื่อ "มีนตรา" บนแถบแจ้งเตือน เหมือนมีค้อนเหล็กด้ามโตมาทุบซ้ำลงกลางใจของขวัญข้าวให้ดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มอย่างแม่นยำ บรรยากาศในร้านต้นไม้ "เซฟโซน" ที่เคยหอมกรุ่นกลิ่นดินและใบไม้ยามบ่าย กลับรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นเปปเปอร์มินต์จากแก้วกาแฟบนโต๊ะทำงานกลายเป็นความขมปร่าในลำคอ ขวัญข้าวกะพริบตาปริบๆ พยายามกลืนก้อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอกลงไป เธอไม่ได้อยากจะใจแคบ หรือทำตัวเป็นนางอิจฉาในละครหลังข่าวสักนิด แต่พอคิดว่าผู้หญิงคนที่โทรมาหาธันวาในยามวิกาล—หรือแม้แต่ในเวลาแบบนี้—คือคนในอดีตที่เคยมีพื้นที่พิเศษในใจเขา มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนมีมดคันไฟเป็นร้อยตัวไต่ยั้วเยี้ยอยู่แถวลิ้นปี่ "อ้าว ข้าว... ยืนเหม่ออะไรตรงนั้นคะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว หรือว่าต้นไม้นำเข้าล็อตใหม่ใบมันเฉาร่วงอีกแล้วเหรอ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของกระป๋องกาแฟกระป๋องโปรดที่ยื่นมาแตะเบาๆ ที่ข้างแก้ม ขวัญข้าวสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนโทรศัพท์มือถือไว้ด้านหลังลำตัวทันทีราวกับเด็กทำความผิดแล้วกลัวคุณครูจับได้ ธันวายืนอยู่ตรงนั้นด้วยเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กลิ่นน้ำหอมเจือจางสะอาดๆ แบบผู้ชายเนี๊ยบๆ ลอยมาแตะจมูก เขากำลังเลิกคิ้วมองเธอด้วยแววตาสงสัย ปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันนิดหน่อยตามประสาคนขี้รำคาญที่เห็นคนอื่นทำตัวมีพิรุธ "เปล่าสักหน่อยค่ะ! ใครหน้าซีดไม่มี๊... ข้าวแค่กำลังคิดสูตรดินผสมใหม่ต่างหากเล่า" ขวัญข้าวปฏิเสธเสียงสูงกลบเกลื่อนรอยพิรุธในแววตา เธอแสร้งทำเป็นหยิบกระถางต้นฟิโลเดนดรอนขึ้นมาเช็ดใบเบาๆ ทั้งที่มือสั่นระริก "แล้วนี่คุณสถาปนิกเสร็จธุระจากการตรวจแบบโครงสร้างแล้วหรือไงคะ ถึงได้เดินมาป้วนเปี้ยนแถวโซนต้นไม้ฟอกอากาศของข้าวเนี่ย" ธันวาหรี่ตามองพิจารณาเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเคลือบแคลง ชายหนุ่มวางกระป๋องกาแฟลงบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดด้วยระยะห่างที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของขวัญข้าวเต้นผิดจังหวะ "ข้าว..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาดื้อๆ "คุณเป็นอะไร ทำไมทำหน้าเหมือนคนเพิ่งเจอผีหลอกตอนกลางวันแสกๆ แบบนั้นล่ะ หรือว่า..." เขาหยุดเว้นจังหวะไปนิด สายตาคมกริบกวาดมองไปที่มือขวาของเธอที่ยังซ่อนบางอย่างไว้ข้างหลัง "คุณแอบเอาโทรศัพท์ผมไปเล่นเกมเศรษฐีอีกแล้วใช่ไหม" *ให้ตายเถอะ! นี่เขาคิดว่าเธอว่างขนาดนั้นเลยหรือไง!* ขวัญข้าวเม้มปากแน่น ความรู้สึกน้อยใจที่ตีตื้นขึ้นมาผสมโรงกับความหงุดหงิดทำให้เธอเผลอหลุดปากออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด "เกมเศรษฐีอะไรล่ะคะ! ถ้าเป็นเกมเศรษฐีคงจะดีกว่านี้ตั้งเยอะ นี่มัน... มีนตราต่างหากล่ะ!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เงียบกริบลงทันที ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความระAระอาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิด สันกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เขากลืนน้ำลายลงคออึือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยเสียงแหบพร่า "คุณ... เห็นข้อความนั้นเหรอ" "เห็นค่ะ! เห็นเต็มสองตาเลยด้วย!" ขวัญข้าววางกระถางต้นไม้ลงบนโต๊ะเสียงดังลั่นจนดินกระเด็น เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ "ถ้าจะโทรหากันหรือมีเรื่องต้องเคลียร์กันส่วนตัว ทำไมไม่ไปคุยกันข้างนอกทำไมต้องปล่อยให้มันเด้งขึ้นมาบนหน้าจอตอนที่อยู่ต่อหน้าข้าวด้วยล่ะคะ! คุณเห็นข้าวเป็นตัวตลกหรือไง ธันวา!" ธันวานิ่งอึ้งไป เขาไม่ได้โวยวายกลับ ไม่ได้ทำท่าทางกวนประสาทเหมือนทุกที แววตาของสถาปนิกมาดนิ่งกลับไหววับคล้ายคนกำลังสับสนและหาคำพูดมาอธิบายไม่ถูก มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ จนมันยุ่งเหิงไปหมด ซึ่งเป็นท่าทางที่เขาจะทำเวลาเครียดจัดจริงๆ "มันไม่ใช่แบบนั้นนะ ข้าว..." ธันวาพยายามจะก้าวเข้ามาใกล้เพื่ออธิบาย แต่ขวัญข้าวกลับถอยหลังกรูด ยกมือขึ้นห้ามปราม "ไม่ต้องมาอธิบายหรอกค่ะ! พื้นที่ปลอดภัยของคุณ... มันคงไม่ได้มีแค่ข้าวคนเดียวตั้งแต่แรกอยู่แล้วสินะคะ งั้นก็ตามสบายเลยค่ะ เชิญคุยกันตามสบาย ข้าวขอตัวไปรดน้ำต้นไม้หลังร้านก่อน!" พูดยังไม่ทันขาดคำ ขวัญข้าวก็หมุนตัวจ้วงอ้าวเดินหนีไปยังโซนเรือนกระจกด้านหลังทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มได้แก้ตัวแม้แต่น้อย หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงมากระทบกับกลีบใบไม้สีเขียวชอุ่ม ความรู้สึกหน่วงในอกมันช่างน่าหงุดหงิดเสียจนเธออยากจะทุบกำแพงสักทีสองที ด้านธันวาที่ยืนมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหนีไป เขารlบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างคนจนมุม มือหนากดหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาดูหน้าจอที่มีสายที่ไม่ได้รับจากชื่อคุ้นเคย เขากดเปิดดูข้อความที่ค้างอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะสบถเบาๆ ออกมาอย่างหัวเสีย *ยัยซุ่มซ่ามเอ๊ย... เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วมั้งเนี่ย!* ผ่านไปเกือบชั่วโมง บรรยากาศในร้านต้นไม้ยังคงเงียบงัน ธันวาไม่ได้เดินตามไปง้อทันทีอย่างที่ขวัญข้าวแอบคาดหวัง (และแอบเคืองอยู่ในใจ) ชายหนุ่มหายตัวเข้าไปในมุมทำงานส่วนตัวของเขาซึ่งกั้นด้วยกระจกใส ขวัญข้าวที่แอบมองลอดผ่านชั้นวางต้นไม้ไทรย้อยเห็นเขากำลังก้มหน้าก้มตาขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษไขแผ่นใหญ่ด้วยความตั้งอกตั้งใจ แผ่นหลังกว้างนั้นดูโดดเดี่ยวและจริงจังเสียจนความโกรธเมื่อครู่เริ่มเจือจางลง เหลือเพียงความน้อยเนื้อต่ำใจ *เชอะ! ทำเป็นนิ่งเฉย เดี๋ยวก็ง้อไม่ทันหรอกคุณสถาปนิกปากแข็ง!* ขวัญข้าวสะบัดหน้าหนี หันมาสนใจกองกระดาษและอุปกรณ์เครื่องเขียนบนโต๊ะทำงานของตัวเองบ้าง เธอตั้งใจจะเคลียร์บิลค่าต้นไม้และรายการสั่งซื้อดินผสมให้เสร็จๆ ไป จะได้ไม่ต้องไปนั่งฟุ้งซ่านคิดถึงเรื่องของผู้ชายใจร้ายคนนั้นอีก แต่ทว่า... ขณะที่เธอกำลังกวาดกองสมุดและแฟ้มเอกสารออกเพื่อหาไม้บรรทัด สายตาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าดินสอหนังสีน้ำตาลเข้มใบเก่งของธันวา—กระเป๋าใบที่เขามักจะพกติดตัวตลอดเวลาและหวงยิ่งกว่าอะไรดี—ถูกลืมวางทิ้งไว้ตรงมุมโต๊ะทำงานตัวยาวที่เขานั่งเมื่อครู่ ขวัญข้าวชะงัก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะทำเป็นมองไม่เห็นดี หรือจะเอาไปคืนเขาดี แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนประเภท 'อยากรู้อยากเห็น' ควบคู่มากับความหมั่นไส้ส่วนตัว มือเรียวก็เอื้อมไปหยิบกระเป๋าดินสอใบนั้นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ "ไหนดูซิ ซ่อนสมบัติอะไรไว้ข้างในนักหนา ถึงหวงนักหวงหนา..." เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับรูดซิปกระเป๋าเปิดออก ข้างในมีทั้งปากกาหมึกซึมราคาแพง ดินสอไม้เหลาแหลมเปี๊ยบ ยางลบสถาปนิก และอุปกรณ์เขียนแบบชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่สิ่งที่สะดุดตากลับไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ มันคือมุมกระดาษสีขาวสะอาดที่โผล่พ้นซอกซิปออกมาเล็กน้อย คล้ายมีกระดาษแผ่นพับซ่อนอยู่ข้างในสุด ด้วยความสงสัยที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ขวัญข้าวจึงใช้นิ้วเรียวคีบแผ่นกระดาษนั้นออกมาคลี่ดูช้าๆ ลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันทีที่ภาพบนกระดาษปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่แปลนอาคาร ไม่ใช่รูปทรงเรขาคณิตสมมาตรแบบที่สถาปนิกหนุ่มชอบวาด แต่มันคือภาพสเก็ตช์ด้วยดินสอดำลายเส้นคมชัดละมุนละไม รูปผู้หญิงผมยาวประบ่ากำลังทำหน้ามุ่ยขณะถือกระถางต้นกระบองเพชรแคระไว้ในมือ แววตาสดใสแต่แฝงความดื้อรั้นถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น จมูกรั้นๆ และรอยยิ้มมุมปากเวลาเธอกำลังเถียงเขา ถูกเก็บไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และที่มุมขวาส่างของกระดาษ มีลายมือหวัดๆ แต่บรรจงเขียนกำกับไว้ด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษสั้นๆ ว่า... *'ยัยกระบองเพชรปากเก่ง... ดื้อเป็นบ้า'* หัวใจของขวัญข้าวเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนผ่าวแล่นพล่านขึ้นมาถึงใบหูและพวงแก้มจนมันแดงก่ำ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องมีนตราเมื่อครู่วาร์ปหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวานล้ำที่เอ่อล้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนแทบหายใจไม่ออก เขาวาดรูปเธอ... เขาแอบวาดรูปเธอเก็บไว้ในกระเป๋าดินสอส่วนตัวเนี่ยนะ! "แอบรื้อค้นของส่วนตัวคนอื่น... แบบนี้เขาเรียกว่าละเมิดสิทธิ์นะรู้ไหมครับคุณเจ้าของร้านต้นไม้" เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลังกะทันหัน ทำให้ขวัญข้าวสะดุ้งสุดตัว ทำท่าจะรีบยัดกระดาษสเก็ตช์กลับเข้าไปในกระเป๋าดินสอ แต่เพราะความลนลาน มือเจ้ากรรมดันปัดโดนแก้วกาแฟเปปเปอร์มินต์บนโต๊ะจนล้มคว่ำ น้ำสีน้ำตาลเข้มไหลนองราดลงบนกองเอกสารและกระดาษสเก็ตช์แผ่นนั้นเปียกชุ่มในพริบตา! "กรี๊ด! ตายแล้ว!" ขวัญข้าวหน้าถอดสี ลนลานหยิบกระดาษขึ้นมาพยายามปัดหยดน้ำออกด้วยความตกใจ "คุณธันวา! คือ... ข้าวไม่ได้ตั้งใจนะ! ฮือ... รูปของคุณเปียกหมดเลย!" ธันวาก้าวเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้เบื้องหน้าเพื่อหยุดความวุ่นวาย ชายหนุ่มก้มมองกระดาษสเก็ตช์ที่เปียกชุ่มไปด้วยกาแฟในมือเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว แววตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูระคนขบขันอย่างปิดไม่มิด ริมฝีปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นทีละน้อย ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ข้างแก้มที่กำลังแดงแจ๋ของเธอ "ไม่งั้น... คุณต้องรับผิดชอบด้วยการเป็นแบบให้ผมวาดสดๆ อีกสักรอบดีไหมล่ะครับ... *ที่รัก*" ขวัญข้าวเบิกตากว้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำเรียกขานนั้น หลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจระคนเขินอาย "หา... ว่ายังไงนะ!" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะหาข้อแก้ตัวใดๆ มากลบเกลื่อนได้อีกต่อไป ก่อนที่นิ้วเรียวของเขาจะค่อยๆ เกลี่ยหยดน้ำตาที่ยังคลอเบ้าอยู่บนแก้มของเธอออกอย่างแผ่วเบา "ฟังให้ดีนะมีนตรา... ยัยนั่นเป็นแค่สถาปัตยกรเก่าที่โทรมาตามเรื่องแบบตึกถล่ม ไม่ใช่เรื่องหัวใจ... ส่วนคนในหัวใจของผม..." เขาหยุดเว้นจังหวะ ปล่อยให้สายตาสื่อความหมายแทนคำพูดทั้งหมด "มีแค่คุณคนเดียว... ตั้งนานแล้วครับ" ขวัญข้าวรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระคนตื่นตระหนกจนแทบจะกระกระสนหนีออกจากอก เธออ้าปากค้าง เตรียมจะอ้าปากเถียงกลบเกลื่อนความเขินด้วยฟอร์มเดิมๆ แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงสักแอะ ธันวาก็ก้มหน้าลงมาประชิดริมฝีปากนุ่มโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ปิดกั้นทุกคำพูดของเธอให้กลืนหายไปในลำคอด้วยสัมผัสอุ่นละมุนที่ทำเอาสติหลุดลอยไปไกลจนกู่ไม่กลับ! --- *ขอบคุณที่ติดตามความนุบนิบและร่วมเขินไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!*
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%