เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 9

ข้ามเส้นมาแล้วอย่าหาว่าไม่เตือน

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ถ้าคุณธันวาขยับไม้บรรทัดที-สแควร์ออกจากเส้นอ้างอิงอีกแค่มิลลิเมตรเดียว ขวัญจะถือว่านี่คือการท้าทายอำนาจมืดของเจ้าแม่วงการกระถางธูปแล้วนะคะ" เสียงใสๆ ที่เจือแววขี้เล่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานสถาปนิกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้ม ธันวาชะงักมือที่กำลังถือด้ามดินสอกด 0.5 มิลลิเมตร เขาเหลือบสายตาขึ้นมองหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถือวิสาสะเดินเข้ามานั่งไขว่ห่างบนโซฟาหนังสีชาตัวโปรดของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมในมือเธอยังถือแก้วชาอุ่นๆ ที่ส่งควันกรุ่น พร้อมรอยยิ้มพิมใจที่ชวนให้คนมองรู้สึกหน้าร้อนผ่าวอย่างไรชอบกล "นี่คุณขวัญข้าว ที่นี่คือสำนักงานสถาปนิกค่ะ ไม่ใช่ร้านกาแฟชิลล์เอาต์หลังมหาลัย กรุณาใช้สิทธิ์ความเป็นลูกค้าให้อยู่ในขอบเขตด้วย" ธันวาพยายามทำเสียงให้เรียบและดุที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวเร็วจนผิดจังหวะตั้งแต่เธอเดินเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้โต๊ะเขียนแบบเมื่อสิบนาทีที่แล้ว "ขอบเขตเหรอคะ? อืม..." ขวัญข้าวแสร้งทำเป็นเอียงคอใช้ความคิด นิ้วเรียวจิ้มลงที่คางตัวเองเบาๆ "สำหรับขวัญแล้ว คำว่า 'ขอบเขต' มันก็เหมือนเส้นกริดในโปรแกรม AutoCAD นั่นแหละค่ะ... มีไว้เพื่อให้ข้ามนี่นา" ธันวาถึงกับกุมขมับ เขาอยากจะถอนหายใจยาวๆ สักสามรอบให้สมกับความปวดหัวที่ผู้หญิงคนนี้สรรหามามอบให้ในทุกๆ วัน แต่ติดตรงที่หางตาของเขาดันไปสะดุดเข้ากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดวงตาเป็นประกายคู่นั้นเข้าเสียก่อน... ให้ตายเถอะ ผู้หญิงอะไร ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งอันตรายต่อสุขภาพจิตของสถาปนิกผู้รักความสงบเป็นที่สุด ตั้งแต่เหตุการณ์วันที่เธอบังคับให้เขากินข้าวกล่องฝีมือเธอจนหมดเกลี้ยงเพราะกลัวเขาเป็นโรคกระเพาะ ขวัญข้าวก็ดูเหมือนจะถอดเขฟโซนแล้วเปลี่ยนเป็นโหมด "รุกฆาต" แบบเต็มรูปแบบ เธอแวะมาหาเขาที่ออฟฟิศบ่อยขึ้น ส่งข้อความมาป่วนตลอดทั้งวัน แถมยังมีมุกหยอดคำหวานระดับพรีเมียมที่ทำให้เขาเผลอสำลักกาแฟมาแล้วไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ หน้าจอโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดคราด แจ้งเตือนข้อความใหม่จากแอปพลิเคชันแชทที่คุ้นเคย ธันวาเหลือบไปเห็นชื่อผู้ส่งแล้วก็ต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก *[แชท: ขวัญข้าวผู้ไม่เคยแผ่ว]* - ขวัญข้าว: วันนี้คุณสถาปนิกดูเครียดจังนะคะ อยากให้ขวัญช่วยนวดไหล่หรือช่วยกอดเป็นรางวัลคนเก่งดีคะ? (ส่งสติ๊กเกอร์แมวอ้อน) - ธันวา: ทำงานอยู่ครับ เลิกส่งอะไรแบบนี้สักทีเถอะคุณ - ขวัญข้าว: อุ๊ย พิมพ์คำว่า 'ครับ' ด้วย แสดงว่าเขินจนสติหลุดแล้วใช่ไหมล่ะคะคุณธันวาขา~ - ธันวา: ผมไม่ได้เขิน! เลิกมโนแล้วกลับร้านไปได้แล้วครับ ใกล้จะค่ำแล้ว เดี๋ยวต้นไม้ที่ร้านจะเหงา - ขวัญข้าว: ต้นไม้ที่ร้านไม่เหงาเท่าคนแถวนี้หรอกค่ะ... อ๊ะ หรือว่าคุณธันวาอยากให้ขวัญอยู่เป็นเพื่อนจนกว่าจะเคลียร์แบบเสร็จล่ะคะ? ขวัญอยู่ได้นะ ยินดีถวายตัวเป็นทาสรับใช้ตลอดคืนเลยค่ะ 🤍 ธันวาอ่านข้อความนั้นแล้วมือไม้ก็พาลจะอ่อนแรงลงเสียดื้อๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของข้อความที่กำลังนั่งไขว่ห้างแกว่งเท้าไปมาอย่างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟา เธอไม่ได้ส่งแค่ข้อความมาป่วน แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่เขา นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับราวกับแมวตัวน้อยที่กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อ "มองแบบนี้ หมายความว่าไงครับคุณสถาปนิก หรือว่ากำลังคิดหาคำปฏิเสธคำชวนของขวัญอยู่" ขวัญข้าวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลากยาว ชวนให้ใจสั่นระทัว "ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นครับ แค่กำลังคิดว่าคุณควรจะกลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปรับต้นไม้ล็อตใหม่ไม่ใช่เหรอ" ธันวาพยายามดึงเสียงให้เป็นทางการที่สุด แม้ว่ากระดาษไขตรงหน้าจะเบลอจนมองไม่เห็นเส้นสเกลแล้วก็ตาม "เป็นห่วงขวัญเหรอคะเนี่ย?" ขวัญข้าวยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขาทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง ทุกจังหวะที่เธอก้าวเข้ามา ราวกับพื้นที่ปลอดภัยรอบตัวธันวากำลังถูกรุกรานทีละน้อย จนกระทั่งเธอยืนหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ ลอยแตะจมูกจนสติสตางค์ของสถาปนิกหนุ่มกระเจิดกระเจิง ธันวาผถะถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่ติดพนักเก้าอี้จนหนีไปไหนไม่ได้ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมหลบวูบไปมองแก้วกาแฟบนโต๊ะแทนที่จะสบตากับดวงตาคู่สวยที่กำลังมองตรงมาอย่างล้อเลียน "คุณขวัญ... ถอยไปหน่อยครับ มันใกล้เกินไปแล้วนะ" เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างน่าประหลาด "ใกล้ตรงไหนคะ ขว่าญแค่อยากจะมาตรวจงาน ดูสิว่าสถาปนิกคนเก่งแอบวาดรูปอะไรอยู่ข้างหลังแบบแปลนกันแน่" ขวัญข้าวว่าพลางเอื้อมมือเรียวจะไปหยิบกระดาษร่างที่คว่ำไว้อยู่มุมโต๊ะ ธันวาไว 
กว่า เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้เธอเห็นความลับที่เขาซ่อนไว้ ความอุ่นจากผิวเนื้อของเธอส่งผ่านความรู้สึกซ่านแปลกๆ เข้ามาในใจจนเขาต้องรีบผ่อนแรงจับทันทีราวกับโดนของร้อน ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงหัวใจของธันวาที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในอก ขวัญข้าวชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกเขากุมข้อมือไว้แบบนั้น รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความประหลาดใจระคนประหม่า "คุณธันวา..." เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างผิดหูผิดตา ธันวารู้ตัวว่าเขาเผลอ "ข้ามเส้น" ที่ตัวเองขีดไว้เสียแล้ว แต่ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขายังคงสัมผัสอยู่กับข้อมือของเธอ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บกดไว้ภายใต้มาดนิ่งและรอยยิ้มหยันมาตลอดเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ความกลัวที่จะสูญเสียพื้นที่ปลอดภัยไม่มีหลงเหลืออยู่ในหัวอีกต่อไป มีเพียงความอยากจะหยุดเวลาตรงนี้ไว้กับผู้หญิงปากแจ๋วคนนี้เท่านั้น "ผมเตือนคุณแล้วนะขวัญข้าว..." ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ตรงๆ อย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยงอีกต่อไป แววตานิ่งสนิทในตอนแรกบัดนี้เต็มไปด้วยความจริงจังและประกายระยิบระยับที่ทำให้คนมองต้องหายใจสะดุด "ว่าข้ามเส้นมาแล้ว... อย่าหาว่าผมไม่เตือน" ขวัญข้าวยังไม่ทันได้เอ่ยปากทักท้วงอะไรกลับไป เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็แผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้น หน้าจอสว่างวาบพร้อมชื่อสายเรียกเข้าที่โชว์หรี่ๆ ว่า **"คุณแม่"** หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว รีบดึงข้อมือกลับแล้วคว้ามือถือขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเลิกลั่ก ท่าทีเจ้าแม่ความกวนประสาทเมื่อครู่วันนี้หายวับไปกับตา เหลือเพียงขวัญข้าวคนเดิมที่ดูร้อนรนจนน่าเอ็นดู ธันวาถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นอย่างยากจะเก็บซ่อน เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองดูคนตัวเล็กที่กำลังกดรับสายแล้วเดินวนไปวนมาด้วยความลนลานอยู่ริมห้อง แต่ทว่า... ในจังหวะที่ขวัญข้าวหันหลังกลับมาเตรียมจะบอกลาเพื่อรีบกลับบ้าน สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นกระดาษร่างที่คว่ำอยู่บนโต๊ะของธันวาที่ถูกเปิดเผยออกเพราะแรงขยับเมื่อครู่ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนคาดไม่ถึง ภาพสเกชท์ดินสอรูปกระถางต้นไม่เล็กๆ วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขา พร้อมกับข้อความลายมือเนี๊ยบๆ ที่เขียนกำกับไว้มุมกระดาษอย่างชัดเจนว่า... *"เซฟโซนของธันวา คือขวัญข้าว"* ห้องทั้งห้องเงียบกริบลงในทันที ขวัญข้าวค้างนิ่งไปราวกับถูกสาบให้เป็นหิน เธอกะพริบตาปริบๆ หันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงลามไปจนถึงใบหูอย่างไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไปแล้ว ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของสมุดบันทึกสีน้ำตาล! 🤎
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%