เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 2

อย่ามายุ่งกับแปลนผม!

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของธันวา พร้อมๆ กับเสียงนิ้วมือที่เคาะลงบนโต๊ะไม้สักทองเป็นจังหวะรัวเร็ว—สัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่ขวัญข้าวเรียนรู้ที่จะสังเกตเห็นตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในไซต์งานรีโนเวตคาเฟ่แห่งนี้ "คุณขวัญข้าวคะ... นี่เรากำลังคุยภาษาอะไรกันอยู่คะ หรือฉันต้องปริ้นต์แบบแปลนเป็นภาษามือแล้วแปะไว้หน้าผากคุณด้วยดี คุณถึงจะเข้าใจว่าไอ้ 'ต้นไทรใบย้อม' ตรงมุมกระจกน่ะ มันถูกคำนวณองศาการรับแสงและทิศทางลมมาอย่างดิบดีแล้ว!" น้ำเสียงของสถาปนิกหนุ่มมาดเนี้ยบไม่ได้ตวาด แต่มันเย็นเยียบและคมกริบเสียจนคนฟังอยากจะพับหูตัวเองเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ ขวัญข้าวสะดุ้งเล็กน้อยจากแรงปะทะทางวาจา แต่ใบหน้าหวานยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เธอมักจะงัดขึ้นมาใช้เวลาทำความผิด เธอยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อพลางกะพริบตาปริบๆ ส่งสัญญาณความไร้เดียงสาเต็มพิกัดไปให้คนที่กำลังยืนกอดอกหน้าตาถมึงทึงอยู่ตรงหน้า "โหนคุณธันวาคะ ใจเย็นก่อนสิคะคุณขา... ขวัญแค่รู้สึกว่าตรงนั้นมันดูเหงาๆ ชอบกล ต้นไทรใบย้อมน้องเขาก็ยืนหน้าหงอยเหงาอยู่ตั้งนาน ขวัญก็แค่... แค่เมตตา อยากให้น้องเขยิบมาอยู่ใกล้โซฟาเบาะกำมะหยี่สีเขียวมรกตตรงนี้ จะได้มีเพื่อนคุยเวลาลูกค้ามานั่งจิบกาแฟไงคะ ความสุขของมนุษย์และต้นไม้นะคะคุณสถาปนิก ไม่ใช่สมการฟิสิกส์ที่จะต้องเป๊ะทุกมิลลิเมตรเสียหน่อย!" ขวัญข้าวเถียงฉอดๆ พร้อมกับใช้ปลายนิ้วม้วนผมเล่นแก้เขิน ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับแบบคนที่ไม่เคยคิดจะสำนึกผิดแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เธอแอบใช้เท้าเขี่ยกระถางต้นไม้นباتขยับเข้าใกล้จุดที่เธอต้องการอีกนิดอย่างแนบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ธันวากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างหมดคำจะพูด มือหนายกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อระงับอาการไมเกรนที่กำลังแล่นริ้วขึ้นมาทักทาย ผู้หญิงคนนี้คือภัยพิบัติทางธรรมชาติในคราบเจ้าของร้านต้นไม้ชัดๆ! สถาปนิกหนุ่มก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวกระถางต้นไม้เจ้าปัญหา ย่อตัวลงแล้วใช้มือหนาประคองมันกลับไปยังตำแหน่งเดิมตามแปลนเป๊ะๆ ชนิดที่ว่าไม้บรรทัดยังต้องยอมศิโรราบ "ฟังผมให้ดีๆ นะครับ... เอ๊ย! นะคะ" ธันวาเกือบหลุดปากคำชายแท้ออกมาตามความเคยชิน ดีที่เขาเบรกตัวเองได้ทันและดัดเสียงให้สูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด "ความสมมาตรของพื้นที่ตรงนี้คือหัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้ ถ้าคุณยังดื้อดึงเอาอารมณ์ศิลปินบ้านๆ ของคุณมาทำลายสถาปัตยกรรมที่ผมใช้เวลาออกแบบมาสามเดือนเต็มล่ะก็ ผมจะยกเลิกสัญญาแล้วให้คุณไปเปิดร้านขายต้นไม้ริมฟุตบาทแทนจริงๆ ด้วยนะ!" "อุ๊ย ใจร้ายจังเลยค่ะคุณธันวาขา..." ขวัญข้าวแกล้งทำเป็นยกมือทาบอก ทำหน้าตาตื่นตระหนกราวกับโดนสаาดด้วยน้ำร้อน แต่รอยยิ้มเจ้าเลที่มุมปากกลับฟ้องชัดเจนว่าเธอไม่ได้มีความเกรงกลัวเขาเลยสักนิด "พูดจาใจร้ายแบบนี้ ระวังนะคะ... ระวังจะหลงเสน่ห์แม่ค้าต้นไม้ริมฟุตบาทคนนี้จนถอนตัวไม่ขึ้นนะยะ เอ้ย! นะคะ!" คำพูดหยอกเย้าที่เกือบหลุดสำนวนคุ้นเคยทำให้ขวัญข้าวรีบเม้มปากแน่น เธอแลบลิ้นใส่ธันวาเร็วๆ หนึ่งทีก่อนจะหันหลังเดินหนีไปตรวจความเรียบร้อยของชั้นวางกระบองเพชรอีกมุมหนึ่งของร้าน ปล่อยให้สถาปนิกหนุ่มยืนแข็งค้างอยู่กับที่ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก—ความรู้สึกที่เขาพยายามบอกตัวเองมาตลอดว่ามันเป็นเพียงแค่ความหงุดหงิดรำคาญใจ... แต่มันชักจะไม่ใช่เสียแล้วสิ บรรยากาศในร้านต้นไม้เริ่มเงียบลง เหลือเพียงเสียงเปิดเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงบลูทูธ ธันวายืนมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่กำลังก้มๆ เงยๆ จัดเรียงกระถางต้นไม้อย่างตั้งอกตั้งใจ แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเนี๊ยบจัด ค่อยๆ อ่อนโยนลงโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ผู้หญิงคนนี้เข้ามาปั่นป่วนโลกที่เป็นระเบียบเรียบร้อยของเขาให้พังไม่เป็นท่า แต่แปลก... ที่เขากลับไม่รู้สึกอยากจะซ่อมมันให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมเลยสักนิด ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชต์ในโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานชั่วคราว ดังขึ้นทำลายความเงียบ ธันวาก้มลงหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากกลุ่มไลน์สถาปนิกที่กำลังตามจี้งานรีโนเวตสาขาอื่น เขาถอนหายใจยาวก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับด้วยความรวดเร็ว โดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่า หน้าจอโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องที่เขาวางคว่ำไว้ใกล้ๆ กันนั้น กำลังสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนบางอย่าง ในขณะเดียวกัน ขวัญข้าวที่แกล้งเดินหนีมาทางมุมกระบองเพชร ก็แอบเหลือบสายตากลับมามองสถาปนิกหนุ่มเป็นระยะ หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นว่าเขายังคงยืนมองมาทางเธอด้วยสายตาแบบไหน สายตาที่อบอุ่นและลึกซึ้งจนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มเขินอายที่หุบแทบไม่อยู่ "ยัยขวัญบ้านี่... จะใจเต้นแรงทำไมเนี่ย เขาแค่ดุเรื่องย้ายต้นไม้เองนะ!" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายที่กำลังเต้นโครมครามราวกับมีกองทัพกลองชุดมาตั้งบรรเลงอยู่ในนั้น แต่แล้ว ความเงียบสงบในช่วงบ่ายแก่ๆ ก็ถูกกระชากขาดวิ่นลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากหน้าร้าน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอให้ใครอนุญาต "ธันวา! แกอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย ฉันตามหาแกซะทั่ว!" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้น ทำให้ทั้งธันวาและขวัญข้าวต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปี—ผู้ชายที่กุมความลับบางอย่างในอดีตของเขาไว้ทั้งหมด และเป็นคนเดียวในโลกที่ธันวาไม่อยากให้มาเหยียบที่นี่มากที่สุดในเวลานี้! ขวัญข้าวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย มองสลับระหว่างสถาปนิกหนุ่มหน้าเครียดกับแขกผู้มาเยือนปริศนา บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเย็นเยียบในพริบตาเดียว "แก... มาทำไมที่นี่?" ธันวาเอ่ยถามเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแววตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ก้าวเท้าเข้ามาขวางระหว่างเพื่อนสนิทกับขวัญข้าวไว้โดยอัตโนมัติ ขวัญข้าวยืนนิ่งค้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มแปลกๆ บนใบหน้าของแขกผู้มาเยือน ก่อนที่ประโยคถัดมาจะพุ่งชนโสตประสาทของทุกคนในร้าน จนโลกทั้งใบแทบหยุดหมุน "ฉันก็แค่อยากมาเยี่ยม... ว่าที่เจ้าสาวของแก ที่แกเคยประกาศกร้าวไว้ว่าจะไม่มีวันแต่งงานด้วยไงล่ะ ธันวา!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและกวนประสาทเป็นเพื่อนกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%