"คุณช่วยกรุณาถอยเท้าข้างที่ใส่รองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนของคุณออกจากแนวเส้นตารางหกเหลี่ยมที่ดิฉันเพิ่งตีเส้นอ้างอิงไว้เมื่อสิบนาทีที่แล้วได้ไหมคะ สถาปนิกธันวา"
เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดระดับสิบดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นปูนและเสียงเครื่องเจาะกระแทกในไซต์งานรีโนเวทคาเฟ่กึ่งเรือนกระจกย่านอารีย์ ขวัญข้าวในชุดเอี๊ยมยีนส์เลอะดินปลูกต้นไม้และหมวกแก๊ปสีซีด กำลังยืนเท้าสะเอวจ้องมองชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูป ที่ยืนไขว่ห้างทำหน้าตายอยู่กลางโซนจัดสวน
ธันวาถอนหายใจยาวนานราวกับกำลังเผชิญหน้ากับภัยพิบัติระดับชาติ เขาค่อยๆ ก้มมองรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ตอนนี้มีคราบดินสีน้ำตาลเปื้อนอยู่ตรงขอบยาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงความเหนื่อยหน่ายอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ถ้าคุณขยับกระถางต้นไทรใบยอพวกนี้ออกไปอีกสามสิบเซนติเมตรตามแบบแปลนฉบับล่าสุดที่ผมส่งให้ทางอีเมลเมื่อคืน คุณก็จะเห็นว่าเส้นตารางหกเหลี่ยมที่คุณอุตส่าห์ก้มหน้าก้มตาตีจนเข่าดำนั่นน่ะ มันวางตำแหน่งทับกับท่อระบายน้ำหลักพอดีครับคุณเจ้าของร้านต้นไม้" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดมีความคมกริบเหมือนใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง
ขวัญข้าวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ เธอเดินดุ่มๆ เข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของดินเปียกฝนและใบไม้อ่อนลอยปะปนกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ของอีกฝ่าย ขวัญข้าวเงยหน้าขึ้นมองเขาเนื่องจากส่วนสูงที่ต่างกันพอสมควร ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน
"แบบแปลนของคุณน่ะมันดีไซน์สำหรับหุ่นยนต์ที่ไม่มีหัวใจค่ะ! ต้นไทรใยยอต้นนี้ต้องการแสงแดดทิศตะวันออกเฉียงเหนือตอนเช้า และระบบรากของมันแผ่ขยายออกด้านข้าง ไม่ใช่ดิ่งลงลึก ถ้าดิฉันย้ายมันไปสามสิบเซนติเมตรตามที่คุณสั่ง รากของมันจะไปชนกับคานปูนใต้ดินแล้วยืนต้นตายภายในสามเดือนแน่ๆ และถ้ามันตาย... คุณจะรับผิดชอบความรู้สึกของน้องไทรต้นนี้ยังไงคะ?"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันเสียจนขวัญข้าวอยากจะหยิบกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้มาตัดผมหน้าม้าเขาเล่นสักช่อ
"รับผิดชอบความรู้สึกต้นไม้เหรอครับ?" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยในบรรยากาศฝุ่นตลบ "คุณกำลังคุยกับสถาปนิกที่ต้องตรวจรับงานก่อสร้างมูลค่าสิบล้าน ไม่ใช่นักจิตบำบัดพืชพรรณนะคะคุณขวัญข้าว ถ้าต้นไม้ของคุณมันอ่อนแอขนาดทนขยับถอยหลังสามสิบเซนติเมตรไม่ได้ ผมแนะนำให้คุณพาไปพบจิตแพทย์ต้นไม้ก่อนจะเอามาลงแปลงจัดสวนที่นี่ดีกว่าครับ"
"นี่คุณ!" ขวัญข้าวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอยกนิ้วชี้หน้าเขาอย่างลืมตัว "คุณมันพวกยึดติดกับความสมมาตรจนสมองตีบตัน! โลกนี้ไม่ได้มีแค่เส้นตรงกับมุมฉากนะคะคุณธันวา ธรรมชาติเขาไม่ได้เกิดมาเพื่อเข้าล็อกตารางคณิตศาสตร์ของคุณหรอก!"
"แต่หน้างานจริงมันต้องใช้ตารางคณิตศาสตร์และความถูกต้องตามหลักวิศวกรรมครับ ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกเพ้อฝันว่าต้นไม้อาจจะอยากเต้นระำยำรำฟ้อนตามใจชอบ" ธันวาเถียงกลับทันควัน สายตาคมกวาดมองไปทั่วโซนสวนที่ตอนนี้เต็มไปด้วยกระถางต้นไม้นานาพันธุ์ที่ขวัญข้าวขนมาวางระเกะระกะจนแทบไม่เหลือทางเดินสำหรับช่างไฟ
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ช่างรับเหมาที่ยืนอยู่ไกลออกไปต่างพากันหยุดมือแล้วหันมามองเป็นตาเดียว เพราะรู้ดีว่าการปะทะกันระหว่างสถาปนิกจอมเนี๊ยบกับเจ้าของร้านต้นไม้สายอินดี้คนนี้ มักจะจบลงด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอย
ขวัญข้าวเม้มริมฝีปากแน่น เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ไซต์งานเพื่อหาข้อโต้แย้งใหม่ ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับสมุดบันทึกเล่มหนาปกสีน้ำตาลเข้มที่เหน็บอยู่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตด้านหน้าของธันวา ปกสมุดนั้นมีรอยยับย่นตรงมุมและมีคราบดินสอจางๆ เลอะอยู่ ซึ่งมันดูขัดแย้งกับความเนี้ยบกริบของชุดและท่าทีเย่อหยิ่งของเขาอย่างสิ้นเชิง
"แล้วไอ้นั่นล่ะคืออะไรคะ?" ขวัญข้าวพยักเพยิดหน้าไปทางกระเป๋าเสื้อของเขา "สถาปนิกผู้ไร้หัวใจและเคร่งครัดในกฎระเบียบอย่างคุณ พกสมุดไดอารีเด็กอนุบาลไว้จดอะไรคะ หรือว่าจดสูตรคำนวณพื้นที่วงกลมที่คุณทำพลาดเมื่อวาน?"
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ มือเรียวยาวของเขาขยับขึ้นไปแตะที่กระเป๋าเสื้อโดยอัตโนมัติ สีหน้าที่เคยเรียบนิ่งและกวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกระด้างขึ้นมาทันที แววตาที่มองขวัญข้าวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ทำเอาหญิงสาวรู้สึกหนับหนับในอกอย่างประหลาด
"เรื่องส่วนตัวครับ... และมันไม่ใช่ธุระอะไรที่คุณจะต้องรู้" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบคลาดเคลื่อนจากเสียงเครื่องมือช่าง
"อุ๊ย หวงซะด้วย กลัวคนอื่นรู้เหรอว่าแอบวาดรูปดอกไม้กุ๊กกิ๊กไว้ข้างใน?" ขวัญข้าวแกล้งแซวต่อแม้จะเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศรอบตัวที่อึดอัดขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอหวังแค่จะกวนประสาทเขากลับบ้างเพื่อให้หายแค้นเรื่องต้นไทรใบยอ
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว พ้นจากแนวเส้นตารางหกเหลี่ยมที่ขวัญข้าวตีไว้ ดวงตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดพิมพ์อะไรบางอย่างรัวๆ
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเอี๊ยมของขวัญข้าวทันที
ขวัญข้าวขมวดคิ้ว หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน
*[ข้อความจาก ธันวา (สถาปนิก)]*:
*พรุ่งนี้เจอกันเจ็ดโมงเช้าครับ... เอาสมองส่วนที่ใช้เหตุผลมาด้วย อย่าเอาแต่อารมณ์กับความรู้สึกของต้นไม้มาทำงาน แล้วก็... เลิกยุ่งเรื่องสมุดของผมสักที ถ้าไม่อยากให้ผมแฉว่าคุณแอบตั้งชื่อให้ต้นไม่ทุกต้นในร้านว่าอะไรบ้าง*
ขวัญข้าวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธองยหน้าขวับขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มทันที แต่ธันวากลับเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า หันหลังให้เธอแล้วเดินสาวเท้าหายเข้าไปในตัวอาคารคาเฟ่อย่างไม่สนใจเสียงเรียกโวยวายไล่หลังของเธอแม้แต่น้อย
ทิ้งให้ขวัญข้าวืนกำหมัดแน่นอยู่กลางกองดิน พร้อมกับคำถามที่ดังวนอยู่ในหัวว่า... *อีตาธันวาไปรู้เรื่องที่เธอตั้งชื่อให้กระบองเพชรว่า 'ท่านอ๋อง' ได้ยังไงกันเล่า!*
สมุดบันทึกสีน้ำตาล
---
ขอบคุณที่แวะมาเปิดหน้าไดอารีบทแรกไปพร้อมกับความหัวร้อนเบาๆ ของยัยขวัญข้าวกับคุณสถาปนิกปากแจ๋วคนนี้นะคะ!
เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 1
เมื่อสถาปนิกพบคนบ้าพืช
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนคนคูล กับคุณสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!