ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 22

กับดักในโรงครัว

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"วางน้ำตาลก้อนนั่นลงเสีย สะใภ้รอง... ถ้าไม่อยากให้มือของท่านต้องมัวหมองเพราะสิ่งที่ท่านพยายามจะยัดเยียดให้คนอื่นกิน" เสียงเรียบเรื่อยของหลินเฟยดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในโรงครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันไฟ กลิ่นเครื่องเทศที่เธอกำลังคั่วอยู่ถูกกลบด้วยกลิ่นอายความกดดันที่พุ่งเข้าหากัน สะใภ้รองตระกูลหลินชะงักกึก มือที่กำลังสั่นน้อยๆ ค้างอยู่เหนือหม้อแกงไก่ที่กำลังเดือดพล่าน ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นชั่วขณะ ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้ดูไร้เดียงสาตามความเคยชิน "หลินเฟย เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน? ข้าเห็นเจ้ากำลังวุ่นอยู่กับการผัดเครื่องปรุง เลยจะช่วยหยิบน้ำตาลมาเติมให้รสชาติมันกลมกล่อมขึ้นเท่านั้นเอง อย่าได้ระแวงกันเกินไปเลย เราก็คนครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น" หลินเฟยหันกลับมาประจันหน้า อีกฝ่ายไม่ได้หันมามองตรงๆ แต่หลินเฟยสังเกตเห็นแววตาที่หลุบต่ำและรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งดูบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ในโลกยุค 70 ที่ความอดอยากยังคงเป็นเงาตามตัว การมีน้ำตาลก้อนขาวสะอาดในมือถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับคนที่เคยเห็น "ของดี" จากซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติลับมานับไม่ถ้วน หลินเฟยรู้ดีว่าสีและลักษณะที่แปลกปลอมบนก้อนน้ำตาลนั้นคืออะไร มันไม่ใช่แค่น้ำตาล แต่มันคือผงยางหนอนพิษที่สะใภ้รองไปสรรหามาจากไหนก็สุดจะเดาได้ "คนครอบครัวเดียวกัน..." หลินเฟยทวนคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพลางก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายช้าๆ "หากเป็นคนครอบครัวเดียวกัน ทำไมท่านถึงได้เหงื่อแตกพลั่ก ทั้งที่อากาศในครัวไม่ได้ร้อนถึงเพียงนั้นล่ะคะ?" สะใภ้รองถอยหลังจนแผ่นหลังไปชิดกับตู้ไม้เก่าๆ นางแค่นหัวเราะ "อากาศอบอ้าวออกจะตายไป เจ้าไม่รู้หรอกว่าคนแก่เขาขี้ร้อนกว่าปกติ" "งั้นหรือคะ?" หลินเฟยหยิบตะหลิวขึ้นมา เคาะขอบกระทะเบาๆ จังหวะการเคาะนั้นดูเป็นจังหวะเนิบนาบชวนขนลุก "ในเมื่อท่านหวังดีอยากให้แกงหม้อนี้อร่อยขึ้น งั้นท่านก็เป็นคนชิมคนแรกเถิดค่ะ ข้าอุตส่าห์ปรุงมาทั้งบ่าย หากไม่ได้คำติชมจากท่าน พี่สะใภ้รอง... ข้าคงนอนไม่หลับแน่" หลินเฟยตักน้ำแกงร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องใบเล็ก กลิ่นหอมฟุ้งของไก่บ้านตุ๋นโชยเตะจมูก แต่สำหรับสะใภ้รอง มันกลับกลายเป็นกลิ่นของความตาย นางหน้าถอดสีทันที มือที่กำก้อนน้ำตาลไว้แน่นเริ่มสั่นระริก "ข้า... ข้าอิ่มแล้วหลินเฟย ไว้ค่อยชิมตอนเย็นเถิด" "ปฏิเสธน้ำใจข้าหรือคะ?" หลินเฟยขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวหลินเฟยที่ดูสะอาดสะอ้านต่างจากสะใภ้รองที่ดูหมองมัว ทำให้บรรยากาศยิ่งดูบีบคั้น "หรือว่าท่านรู้อะไรบางอย่างที่ข้าไม่รู้เกี่ยวกับน้ำตาลก้อนนั้น?" ในจังหวะนั้นเอง จ้าวเหวินหลงที่เงียบอยู่ในมุมมืดของโรงครัวมาตลอดกาลเดินก้าวออกมา ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเก่าที่ยังดูสะอาดตาทำให้แรงกดดันในห้องเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่จ้องมองสะใภ้รองด้วยสายตานิ่งเฉย ทว่าดวงตานั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกอย่างที่ขวางหน้า สะใภ้รองกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางรู้ดีว่าจ้าวเหวินหลงไม่ใช่คนใจดีอย่างที่เห็นภายนอก ชายผู้นี้มีสัญชาตญาณของนักล่าที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน "ข้า... ข้าไปล่ะ! มีงานต้องทำที่หลังบ้าน!" สะใภ้รองตัดสินใจทิ้งน้ำตาลก้อนนั้นลงพื้นแล้วรีบหมุนตัวหนี แต่หลินเฟยไวกว่า นางคว้าข้อมือของสะใภ้รองไว้มั่น "เดี๋ยวสิคะ" หลินเฟยกระซิบข้างหูอีกฝ่าย น้ำเสียงเย็นเยียบ "ของที่ท่านตั้งใจมอบให้ข้า... ท่านก็ควรได้รับมันคืนไปให้หมดสิ้น ข้าว่าไก่ในหม้อนี้ยังขาดรสชาติที่ 'ท่าน' ชอบเป็นพิเศษ... ข้าจะช่วยปรุงให้ใหม่นะคะ ไม่ต้องห่วง" หลินเฟยไม่รอช้า นางใช้จังหวะที่สะใภ้รองกำลังช็อก คว้าก้อนน้ำตาลที่พื้นขึ้นมาแล้วบดจนละเอียดด้วยมือเปล่าก่อนจะโปรยลงไปในหม้อแกงต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางเสียงหวีดร้องในลำคอของสะใภ้รองที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวัง "เหวินหลงคะ ช่วยล็อกตัวพี่สะใภ้รองทีค่ะ นางคงอยากจะชิมอาหารมื้อพิเศษนี้ก่อนใครเพื่อน" จ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาประชิดตัวสะใภ้รองอย่างเงียบเชียบ มือหนาของเขารัดแขนทั้งสองข้างไว้ราวกับคีมเหล็ก สะใภ้รองดิ้นรนแต่ก็ไม่เป็นผล หลินเฟยตักน้ำแกงร้อนๆ ขึ้นมาหนึ่งช้อน จ่อที่ริมฝีปากของศัตรูตัวร้าย "กินสิคะ... อย่าให้เสียน้ำใจกันเลย" ทว่าในวินาทีที่ช้อนจะแตะริมฝีปาก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางหน้าประตูโรงครัว พร้อมกับการปรากฏตัวของหัวหน้าหมู่บ้านและชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาที่ดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ "เกิดอะไรขึ้นที่นี่! ทำไมถึงได้เสียงดังโวยวายกันนัก!" หัวหน้าหมู่บ้านตะโกนขึ้นด้วยความฉุนเฉียว สะใภ้รองเห็นโอกาสทองจึงร้องโวยวายขึ้นทันที "ช่วยด้วย! หลินเฟยจะวางยาพิษข้า! นางจะฆ่าปิดปากข้าเพราะข้าไปเห็นความลับเรื่องที่นางแอบเอาของจากไหนมาขายในตลาด!" หลินเฟยยืนนิ่งมือถือช้อนค้างไว้ ดวงตาใสซื่อหันไปมองหัวหน้าหมู่บ้านก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ จ้าวเหวินหลงขยับกายมายืนขวางหน้าหลินเฟยไว้ปกป้องอย่างมิดชิด ชายในชุดสูทสีเทาผู้นั้นค่อยๆ ก้าวออกมาข้างหน้า สายตาทิ่มแทงมองสำรวจหลินเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋า "สวัสดีครับแม่นางหลิน... ผมมาจากหน่วยตรวจสอบทรัพย์สินส่วนเกิน ผมได้รับแจ้งว่าคุณมีการครอบครองสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนจัดสรรของรัฐเป็นจำนวนมาก ไม่ทราบว่าเราจะขอเข้าไป 'ตรวจสอบ' ในบ้านของคุณหน่อยได้ไหมครับ?" กลิ่นความซวยที่ลอยมาพร้อมกับชายแปลกหน้าคนนี้ช่างรุนแรงยิ่งกว่าผงพิษในน้ำตาลหลายเท่านัก หลินเฟยรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกอย่างถูกวางแผนมาเป็นลำดับขั้นตอนเพื่อกำจัดเธอให้สิ้นซากในวันนี้ ความมืดเริ่มคลืบคลานเข้าสู่โรงครัว ราวกับว่ากับดักที่เธอซ้อนไว้นั้น กำลังจะกลายเป็นกับดักที่ย้อนกลับมาฝังร่างของเธอเอง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างหลินเฟยในยามที่พายุชีวิตกำลังโหมกระหน่ำเช่นนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%