ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 21

ความอิจฉาที่เปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าแกยังไม่หยุดพ่นคำโกหกใส่ร้ายร้านฉัน อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ ป้าสะใภ้รอง" หลินเฟยวางมีดทำครัวลงบนเขียงไม้ดัง 'ปึก' เสียงนั้นไม่ได้ดังมาก แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นน้ำแดงที่เธอกำลังเคี่ยวอยู่ สายตาของหญิงสาวนิ่งสงบ ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีดที่เพิ่งลับมาหมาดๆ สะใภ้รองตระกูลหลินที่ยืนอยู่หน้าประตูร้านพลันชะงักฝีเท้า นางแสยะยิ้มที่มุมปาก แววตาของนางเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาที่ปิดไม่มิด มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางมองไปรอบร้านอาหารที่กำลังขยายกิจการและเต็มไปด้วยลูกค้าที่มาต่อคิวลิ้มรสความอร่อย กลิ่นหอมฟุ้งที่ลอยออกมามันช่างบาดใจราวกับเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจของนาง "ใครใส่ร้ายแกกัน หลินเฟย? ฉันก็แค่เตือนด้วยความหวังดีในฐานะญาติผู้ใหญ่ คนแถวนี้เขาลือกันหนาหูว่าวัตถุดิบของแกมันไม่ได้มาตราฐาน วันดีคืนดีอาจจะมีคนท้องร่วงตายคาโต๊ะอาหารก็ได้... ถึงตอนนั้นอย่ามาหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน" น้ำเสียงของสะใภ้รองแหลมสูงและจงใจให้ลูกค้าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ได้ยิน หลินเฟยไม่ตอบโต้ด้วยการขึ้นเสียง เธอเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนอย่างใจเย็น แล้วเดินตรงไปหาอีกฝ่ายด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าไอคุกคามที่แผ่ออกมากลับทำให้สะใภ้รองถอยกรูดไปโดยไม่รู้ตัว "ถ้าวัตถุดิบของฉันไม่ดีจริง ป่านนี้คนในหมู่บ้านคงท้องร่วงกันทั้งตำบลไปนานแล้ว ไม่ใช่ยังแวะเวียนมาอุดหนุนฉันทุกวันแบบนี้" หลินเฟยโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูอีกฝ่าย น้ำเสียงราบเรียบแต่เยือกเย็น "แต่ถ้าจะมีใครสักคนที่จะทำให้ร้านนี้เกิดเรื่อง... คนๆ นั้นคงไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนที่กำลังยืนหน้าเขียวอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ ใช่ไหมคะ?" สะใภ้รองหน้าถอดสี รีบถอยห่างแล้วแสร้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน "พูดจาเพ้อเจ้อ! ฉันไม่มีเวลามานั่งต่อล้อต่อเถียงกับแกหรอก" นางสะบัดหน้าเดินหนีไป ทว่าสายตาที่หันกลับมามองร้านเป็นครั้งสุดท้ายนั้น เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายที่สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ตกดึก จ้าวเหวินหลงกลับมาจากการลาดตระเวนรอบๆ ร้าน เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจึงเดินเข้ามาโอบไหล่หญิงสาวอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม "เธอไม่ต้องกังวลไปนะ เรื่องสะใภ้รอง... ผมให้คนคอยจับตาดูอยู่" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอบอุ่น มือหนาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผากให้หลินเฟยอย่างทะนุถนอม หลินเฟยถอนหายใจ เธอพิงศีรษะลงบนไหล่แกร่งของเขา "ฉันไม่ได้กลัวที่เขาจะใส่ร้ายหรอกค่ะเหวินหลง แต่ฉันกลัวว่าเขาจะใช้วิธีสกปรก... เช่นการลอบเอาบางอย่างมาใส่ในอาหารหรือสต็อกวัตถุดิบของเรา ร้านนี้เป็นหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดของฉัน ฉันไม่อยากให้มันพังลงเพราะความอิจฉาของคนเพียงคนเดียว" "ถ้ามันกล้าทำ... มันก็ต้องกล้ารับผลที่ตามมา" จ้าวเหวินหลงกล่าวสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้หลินเฟยรู้สึกปลอดภัยเสมอ ทว่าในมุมมืดของตรอกข้างร้าน เงาร่างหนึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่กับถังเก็บเนื้อที่หลินเฟยเตรียมไว้สำหรับเมนูเด็ดวันพรุ่งนี้ สะใภ้รองหยิบซองกระดาษสีน้ำตาลออกมาจากอกเสื้อ มือของนางสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและอาฆาต "ในเมื่อแกไม่ยอมแบ่งปันความรวยให้ฉัน... แกก็อย่าหวังว่าจะได้ทำมาหากินให้สบายใจอีกเลย!" นางพึมพำ ก่อนจะเทผงสีขาวแปลกตาลงไปในถังเนื้อจนหมดสิ้น ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูด้านหลังร้าน เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรีบร้อน หลินเฟยเดินไปเปิดประตูด้วยความสงสัย แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่ศัตรูที่เธอคาดคิดไว้ ชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบโรงงานที่ดูซอมซ่อ ยืนหอบหายใจถี่อยู่ตรงหน้า เขาไม่ได้มาเพื่อซื้ออาหาร แต่ในมือของเขากลับกำจดหมายฉบับหนึ่งไว้แน่นจนยับยู่ยี่ "คุณหลิน... ผมต้องบอกคุณ... สะใภ้รองไม่ได้ทำแค่ที่ร้านนี้เท่านั้น แต่เขาเอาของสิ่งเดียวกันนี้ไปส่งที่โรงอาหารของโรงงานด้วย..." คำพูดนั้นทำให้โลกของหลินเฟยหมุนคว้าง เพราะถ้าสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง วันพรุ่งนี้เช้า... ร้านของเธอจะไม่ได้แค่ปิดกิจการ แต่มันหมายถึงการติดคุกหัวโตในข้อหาพยายามวางยาคนทั้งโรงงาน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หลินเฟยมาถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%