ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 47

ชีวิตหลังแต่งงานที่แสนหวาน

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
คราบชาอุ่นๆ บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบยังคงส่งไอระเหยลอยกรุ่น ทว่าบรรยากาศรอบตัวหลินเฟยกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก คำพูดไร้เสียงของชายชราคนนั้น—*“ยินดีด้วยนะ... คุณหนูหลิน ของที่ฝากไว้... ถึงเวลาทวงคืนแล้วกระมัง”*—ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท คล้ายเข็มเล่มเล็กๆ ที่จ้วงแทงเข้าที่ขั้วหัวใจอย่างแม่นยำ นางหรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินสถานการณ์เบื้องหน้าด้วยความสุขุม มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อกิโมโนยุค 70 กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ตัวตนที่แท้จริงของนางในอดีตชาติ หรือแม้แต่ความลับเรื่องมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต... ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้วสินะคะ "เฟยเฟย... ชาเย็นหมดแล้ว" เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลของจ้าวเหวินหลงดังขึ้นทำลายความเงียบ มือหนาของชายหนุ่มยื่นเข้ามาสัมผัสหลังมือของนางเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ผ่านการฝึกฝน รอยด้านจากการจับอาวุธและทำไร่ทำนา ส่งผ่านความมั่นคงมาสู่นางได้อย่างน่าประหลาด หลินเฟยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะคลายมือออก สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมาสู่วันเวลาปัจจุบัน นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี สายตาที่เคยระแวดระวังแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าคมคายไร้ร้อยยิ้มนั้น "ไม่มีอะไรค่ะพี่เหวินหลง แค่... รู้สึกว่าแมลงวันตัวนี้น่ารำคาญกว่าที่คิด" หลินเฟยแย้มยิ้มบางๆ ริมฝีปากหยักโค้งขึ้นอย่างงดงาม ทว่านัยน์ตากลับทอประกายคมกริบราวใบมีดซ่อนในแพรไหม จ้าวเหวินหลงไม่ซักไซ้ไล่เลียง เขาเพียงพยักหน้ารับช้าๆ แววตาสีเข้มวับวาวขึ้นวูบหนึ่งอย่างรู้ทัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวขี้ม้าขยับเข้ามาบังร่างบางของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง เป็นการแสดงออกถึงการปกป้องคุ้มครองโดยไม่ต้องเอ่ยคำหวานใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว "ปล่อยให้มันเล่นละครไปก่อนเถอะค่ะ" จ้าวเหวินหลงเอ่ยเสียงเรียบ "โรงงานแปรรูปอาหารของเรากำลังจะเปิดสายการผลิตแรกในสัปดาห์หน้า เอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงใหญ่ทางทิศเหนือก็เพิ่งเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ถ้าพวกมันอยากเล่นเกมสกปรก เราก็แค่ใช้ 'ความสำเร็จ' ตบหน้าพวกมันให้เลือดกลบปากไปเลย" หลินเฟยหัวנסเบาๆ ในลำคอ ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปเกือบสิ้นเมื่อได้ยินแผนการที่สามีเตรียมไว้ให้ นางชื่นชอบการร่วมมือกันเช่นนี้ยิ่งนัก... สามีภรรยาคู่นี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคำพะเน้าพะนอไร้สาระ แต่พวกเขามีจังหวะชีวิตที่สอดประสานกันอย่างลงตัว ราวกับ톱เฟืองสองตัวที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขบเคลื่อนอาณาจักรธุรกิจอาหารที่กำลังจะสั่นสะเทือนมณฑลแห่งนี้ ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ภายในห้องครัวกว้างขวางที่ถูกปรับปรุงใหม่จนสะอาดสะอ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะจากซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติลับลอยอบอวลไปทั่ว หลินเฟยกำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวซอสหม่าล่าสูตรเข้มข้น หม้อดินเผาใบใหญ่ส่งเสียงเดือดปุดๆ ฟองอากาศสีแดงฉานลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอที่รัญจวนใจจนคนงานด้านนอกต้องกลืนน้ำลาย นี่คือหัวใจสำคัญของอาณาจักรธุรกิจอาหารที่พวกเขากำลังสร้าง—"บะหมี่สำเร็จรูปกึ่งสดและซอสสำเร็จรูปตระกูลหลิน" ผลิตภัณฑ์ปฏิวัติวงการอาหารในยุค 70 ที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนชนชั้นแรงงานไปตลอดกาล "กลิ่นหอมขนาดนี้ เกรงว่าอีกไม่นาน สุนัขจิ้งจอกหางด้วนแถวนี้คงทนกลิ่นไม่ไหวจนต้องวิ่งหางจุกตูดมาหาเรื่องอีกรอบแน่ๆ เลยค่ะ" เสียงเย้าแหย่ดังขึ้นจากประตูห้องครัว สะใภ้รองตระกูลหลินก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอมที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหนาเตอะ หล่อนกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวด้วยความริษยาแดงก่ำ ดวงตาคู่เล็กหรี่มองหม้อซอสราคาแพงด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะพยายามปั้นคำพูดหวานเลี่ยนออกมาก็ตามที "น้องสะใภ้ใหญ่ ทำอาหารกลิ่นหอมฟุ้งเชียวนะคะ ช่วงนี้กิจการร้านค้าของพวกเธอรุ่งเรืองใหญ่โตจนลืมญาติสนิทมิตรสหายไปหมดแล้วกระมัง? น่าจะแบ่งสูตรลับนี้ให้ตระกูลหลินของเราเอาไปต่อยอดบ้างนะ อย่างไรเสียเราก็ใช้นามสกุลเดียวกัน..." หลินเฟยยังคงคนซอสในหม้อต่อไอฟองเดือดระอุ ไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือน นางใช้ทัพพีไม้คนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับกำลังฟังเสียงลมพัดผ่านข้างหูเท่านั้น ความเงียบที่น่าอึดอัดทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของสะใภ้รองเริ่มบิดเบี้ยว หล่อนก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะเตรียมอาหารมากขึ้นหมายจะเอื้อมมือไปเปิดฝาหม้อเพื่อดูวัตถุดิบข้างใน "ระวังหน่อยนะคะ" หลินเฟยเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นจนคนฟังต้องชะงักมือ "ของในหม้อนั่น... ร้อนมาก ถ้ามือพังขึ้นมา เกรงว่าจะไม่มีปัญญาแม้แต่จะหยิบตะเกียบกินข้าวเอาได้นะคะ" สะใภ้รองสะดุ้งโหยง ชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นแต่ก็ไม่กล้าอาละวาดออกมาตรงๆ เนื่องจากสายตานิ่งสนิทของจ้าวเหวินหลงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลังคอยคุมเชิงอยู่ "เธอ... นังตัวดี! อย่าคิดว่ามีสามีเป็นทหารแล้วจะทำเป็นเบ่งอำนาจได้นะ! จำไว้เถอะว่าแกมันก็แค่..." "แค่คนที่กำลังจะสร้างรากฐานเศรษฐกิจให้คนทั้งมณฑลนี้มีกินมีใช้ต่างหากล่ะค่ะ" หลินเฟยหันขวับกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าของนางงดงามหยาดเยิ้ม ทว่าประกายตาคมกริบดุจมีดบินทำให้สะใภ้รองถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว นางก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกฝ่ายทีละน้อย กดดันด้วยออร่าของหญิงสาวผู้ถือครองอนาคตทางเศรษฐกิจไว้ในกำมือ "พี่สะใภ้รองคะ... ของที่ควรเป็นของฉัน ต่อให้พวกคุณพยายามแย่งชิงหรือขุดคุ้ยอดีตขึ้นมามากแค่ไหน มันก็ไม่มีทางเป็นของพวกคุณไปได้หรอกค่ะ จำคำนี้ไว้ให้ดีนะคะ" ประโยคที่ซ่อนนัยยะบางอย่างเกี่ยวกับ "ตัวตนและอดีต" ทำให้สีหน้าของสะใภ้รองซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หล่อนรู้ได้อย่างไรว่ามีคนคอยส่งข่าวเรื่องอดีตของคุณหนูตกยากตระกูลใหญ่คนนี้มาให้? สะใภ้รองถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดขอบประตู หล่อนรีบหมุนตัววิ่งหนีออกไปจากบ้านของสองสามีภรรยาอย่างลนลาน ราวกับเพิ่งเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายในร่างมนุษย์ หลินเฟยถอนหายใจเบาๆ มองตามหลังร่างที่วิ่งหนีลับตาไป ความกังวลลึกๆ กลับเข้ามาเกาะกุมจิตใจอีกครั้ง คำพูดของชายชราลึกลับคนนั้นกับอาการหวาดกลัวของสะใภ้รองเมื่อครู่ มันกำลังเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด จ้าวเหวินหลงเดินเข้ามาโอบไหล่บางของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นๆ จากเขาช่วยดึงสติของนางให้กลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่ต้องกลัว... ไม่ว่าอดีตของเธอจะเป็นใคร หรือใครหน้าไหนจะโผล่มาทวงคืนอะไร พี่จะเอาเลือดหัวมันออกให้หมด ถ้ามันกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว" หลินเฟยซบหน้าลงกับอกเสื้อของสามีสูดกลิ่นอายความอบอุ่นที่คุ้นเคย นางพยักหน้ารับเบาๆ ความหวาดหวั่นจางหายไปแทนที่ด้วยความฮึกเหิม อาณาจักรธุรกิจอาหารกำลังจะผงาดขึ้น และไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางทำลายมันลงได้... ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นและความมุ่งมั่น ทันใดนั้นเอง— เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* หลินเฟยผละออกจากอ้อมอกของสามี หันไปมองที่หน้าต่างบานกระจกใสที่สะท้อนภาพเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลยุคใหม่—สิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในหมู่บ้านชนบทห่างไกลเช่นนี้อย่างสิ้นเชิง ภายใต้แสงไฟสลัวยามพลบค่ำ ชายแปลกหน้าที่สวมแว่นตากลมกรอบทองกำลังยืนยิ้มแย้มอย่างใจดีอยู่ที่หน้าประตู มือข้างหนึ่งถือซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มประทับตราลับสุดยอด และเมื่อเขายกมือขึ้นดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากนั้นก็ขยับเอ่ยวาจาผ่านกระจกเข้ามาโดยไร้เสียง... *“คุณหนูหลิน... นายท่านใหญ่... ส่งผมมารับตัวคุณกลับบ้านครับ”* [ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางสร้างอาณาจักรธุรกิจอาหารเคียงข้างหลินเฟยและพี่เหวินหลงมาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ตอนหน้า ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ!]
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%