ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 13

เปิดกิจการแผงลอยมื้อค่ำ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"กลิ่นหอมแรงขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เนื้อตุ๋นยาจีนราคาแพง ก็คงเป็นเจ้าพวกผีขี้ขโมยที่แอบต้มอะไรกินในบ้าน!" เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลหลินดังทะลุความเงียบสงัดของยามค่ำคืน นางยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าแผงลอยไม้ไผ่ที่หลินเฟยเพิ่งประดิษฐ์ขึ้นใหม่ สายตาละโมบกวาดมองไปที่หม้อดินเผาใบใหญ่ซึ่งกำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ กลิ่นเครื่องเทศหอมฟุ้งกระจายไปทั่วซอยจนคนเดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงัก หลินเฟยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง นางใช้ตะหลิวไม้คนน้ำซุปข้นคลั่กในหม้ออย่างใจเย็น ไอความร้อนทำให้ใบหน้าเนียนใสของนางดูมีเลือดฝาดขึ้นมาเล็กน้อย "ถ้าสะใภ้รองว่างนัก ก็เอาเวลาไปหุงข้าวให้ลูกชายท่านกินดีกว่านะคะ ไม่ต้องมาเสียเวลาดมกลิ่นจากแผงลอยเล็กๆ ของข้าหรอกค่ะ มันอาจจะทำให้อาหารมื้อเย็นของท่านไม่อร่อยเอาได้" "แก! นังเด็กปากดี!" สะใภ้รองถลึงตาใส่ ขยับจะก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้น แต่แล้วร่างสูงใหญ่ในชุดสีเขียวขี้ม้าเข้มที่ยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ไกลกลับขยับตัวเข้ามาขวางไว้ จ้าวเหวินหลงไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่จ้องมองด้วยสายตานิ่งสนิทที่กดดันจนอีกฝ่ายต้องถอยกรูดไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ "ข้าแค่จะเตือนด้วยความหวังดี" สะใภ้รองเอ่ยตะกุกตะกักพยายามรักษาหน้า "กลิ่นมันฉุน... ใครๆ ก็รำคาญ" "รำคาญหรือหิวกันแน่คะ?" หลินเฟยยิ้มมุมปาก พลิกเนื้อเสียบไม้บนเตาถ่านที่ส่งเสียงฉ่าชวนน้ำลายสอ "ถ้าหิวก็ควักเงินมาจ่ายตามกติกา แต่อย่าหวังว่าจะได้กินฟรีเหมือนที่ผ่านมา เพราะกฎที่นี่คือ... เงินสดเท่านั้นค่ะ" เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นรอบแผงลอย ชาวบ้านในละแวกนั้นเริ่มมุงดูด้วยความสนใจ กลิ่นหม่าล่าสูตรลับจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติที่หลินเฟยแอบผสมเครื่องเทศท้องถิ่นลงไปนั้นมันช่างเย้ายวนใจเกินกว่าใครจะต้านทานไหว รายได้ตลอดสามวันที่ผ่านมาพุ่งทะลุเป้าหมายที่นางวางไว้เสียอีก ชีวิตที่เคยแร้นแค้นเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ "หลินเฟย" จ้าวเหวินหลงเอ่ยขึ้นเบาๆ เมื่อลูกค้ารายสุดท้ายเดินจากไปพร้อมกับเนื้อเสียบไม้ในมือ เขายื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดๆ ให้หญิงสาว "เจ้าเหนื่อยเกินไปแล้ว พักบ้างเถอะ" หลินเฟยรับผ้ามาเช็ดเหงื่อพลางมองคนตรงหน้า ความอบอุ่นที่ได้รับจากชายหนุ่มผู้เงียบขรึมคนนี้เป็นสิ่งที่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อน "ถ้าข้าไม่สู้ แล้วข้าจะเอาอะไรไปเปลี่ยนอนาคตล่ะคะเหวินหลง? ข้าไม่อยากเป็นเพียงแค่ 'คนตระกูลหลินที่น่าสงสาร' ไปชั่วชีวิตหรอกนะ" จ้าวเหวินหลงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปช่วยเก็บแผงลอยอย่างคล่องแคล่ว "ข้าจะอยู่ข้างเจ้าเสมอ ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจเดินไปในทิศทางไหน" ท่ามกลางความเงียบยามดึก แสงจากตะเกียงน้ำมันก๊าดสลัวๆ สะท้อนใบหน้าของทั้งสอง หลินเฟยรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นผิดไปจากปกติเล็กน้อย แต่นางก็ต้องสะดุ้งเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนซุ่มดูอยู่หลังมุมตึก นั่นไม่ใช่สะใภ้รอง... รูปร่างนั้นดูสูงโปร่งและคุ้นตาอย่างประหลาด หลินเฟยขมวดคิ้ว มือที่กำลังเก็บของหยุดชะงักลงทันที "มีอะไรหรือ?" เหวินหลงถามพร้อมกับขยับกายมาบังตัวนางไว้โดยอัตโนมัติ "คนที่แอบดูอยู่ตรงนั้น... เขาไม่ได้มาเพื่อจะซื้อของหรอกค่ะ" หลินเฟยกระซิบ น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เงาร่างนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยที่ใครคนนั้นไม่ได้พบมานานหลายปี พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะยินดีแต่ทว่ากลับแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ชวนให้ขนลุกเกรียว "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ หลินเฟย... ของที่เจ้าใช้ทำอาหารพวกนี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่ของที่จะหาได้ง่ายๆ ในยุคสมัยที่ข้าคุ้นเคยเลยนะ" หลินเฟยหน้าซีดเผือด ความลับที่นางเฝ้าปกปิดมาตลอดกำลังจะถูกคนตรงหน้ากระชากออกมาต่อหน้าจ้าวเหวินหลง และนั่นคือจุดจบของความสงบสุขที่นางเพิ่งเริ่มสร้างขึ้นมาอย่างเลือดเย็น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับหลินเฟยในเส้นทางที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%