ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 39

การช่วยเหลือจากจ้าวเหวินหลง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ใครสั่งใครสอนให้เจ้าฉุดกระชากลากถูคนในที่สาธารณะเช่นนี้ สะใภ้รองหลิน... กฎหมายบ้านเมืองยุคปฏิรูปไม่มีที่ว่างสำหรับคนไร้สามัญสำนึกหรอกนะ" เสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งกระทบหินดังขึ้นกลางลานหมู่บ้าน ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของชาวบ้านที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ หลินเฟยที่กำลังยื้อยุดกับสะใภ้รองจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยถึงกับชะงัก เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบุรุษผู้คุ้นเคย กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นอายแดดและดินปืนที่พัดผ่านเข้ามาในโสตประสาท สะใภ้รองหลินที่กำลังเหิมเกริมด้วยความแค้นเคืองเมื่อครู่ ถึงกับหน้าถอดสี มือที่จิกแขนหลินเฟยสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เมื่อหันไปเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งปลดประจำการยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังจ้าวเหวินหลง "จ้าว... จ้าวเหวินหลง? นี่เจ้า... เจ้ามีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องคนในครอบครัวฉัน!" สะใภ้รองกัดฟันกรอด พยายามเค้นเสียงให้ดูน่าเกรงขาม ทั้งที่หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ จ้าวเหวินหลงไม่แม้แต่จะปรายตาแล นางผู้หญิงปากร้ายตรงหน้า เขาก้าวมายืนข้างกายหลินเฟยอย่างสงบนิ่ง ทว่าไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างกายสูงใหญ่กลับทำให้บรรยากาศรอบข้างกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกคลุมไหล่ให้หญิงสาวที่ยังคงยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มทว่าหนักแน่น "ผมมาแล้ว... ไม่ต้องกลัว" "ครอบครัว?" จ้าวเหวินหลงทวนคำพลางหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คนที่วางแผนยัดเยียดข้อหาฉ้อโกงให้หลานสาวตัวเอง เพื่อหวังจะฮุบที่ดินทำกินกับสินค้าในร้าน... นี่เรียกว่าคนในครอบครัวงั้นหรือ? ถ้าทางอำเภอได้ยินเรื่องนี้เข้า ผมเกรงว่าคนที่จะต้องไปอยู่ในคุกมืดไม่ใช่เฟยเอ๋อร์หรอกนะ" คำพูดของเขาเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางวง สะใภ้รองหน้าซีดเผือดจนขาวจัด นางถอยหลังกรูดไปพิงกำแพงดินข้างลานหมู่บ้าน หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความอบอุ่นจากเสื้อคลุมของชายหนุ่มทำให้เธอดึงสติกลับมาได้ เธอหันไปมองเขา แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว "พี่เหวินหลง... ในรถเข็นคันนั้น มีเอกสารที่เธอพยายามยัดเยียดให้ฉันเซ็นยอมรับผิดเรื่องสินค้าขาดบัญชีค่ะ" หลินเฟยกล่าวพลางชี้มือไปยังรถเข็นไม้เก่าๆ ที่วางทิ้งไว้ข้างๆ จ้าวเหวินหลงไม่รอช้า เขาพยักหน้าให้สหายที่มาด้วยกันให้ไปจัดการ ข้อมูลหลักฐานถูกเปิดเผยออกมาท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านที่เริ่มตาสว่าง พวกเขาเริ่มเห็นชัดแล้วว่า ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายรังแกและจ้องจะทำลายล้างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว สะใภ้รองเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามจะหนี แต่ชายฉกรรจ์สองคนในกลุ่มของเหวินหลงก้าวออกมาขวางทางไว้อย่างทันท่วงที ราวกับกำแพงมนุษย์ที่ไม่มีทางข้ามผ่านได้ "จะรีบไปไหนล่ะครับ? ยังไม่ได้สะสางเรื่องที่โกหกว่าหลินเฟยไปขโมยของหลวงมาขายเลยไม่ใช่หรือ?" หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของสะใภ้รองที่กำลังจนมุม หลินเฟยก้าวเดินไปข้างหน้า สบตากับศัตรูคู่แค้นอย่างไม่หวั่นเกรง "ฉันเคยเตือนพี่สะใภ้แล้วใช่ไหมคะว่า คนเราทำอะไรได้อย่างนั้น ความโลภอาจทำให้คนตาบอดได้ แต่มันไม่สามารถบดบังความจริงที่กระจ่างอยู่เบื้องหน้าได้ตลอดไปหรอกค่ะ" ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์คลี่คลาย จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังแทรกเข้ามาจากทางเข้าหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านเดินนำหน้ากลุ่มคนในชุดเครื่องแบบของสำนักงานสอบสวนอำเภอด้วยท่าทีเร่งรีบและเคร่งเครียด สะใภ้รองหลินที่หมดทางสู้ กลับแค่นยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุก นางมองมาที่หลินเฟยด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายก่อนจะตะโกนลั่น "ดี! ในเมื่อพวกแกจะเอาฉันให้ตาย ฉันก็จะไม่ยอมตายคนเดียว! หลินเฟย แกคิดว่าซูเปอร์มาร์เก็ตนั่นมันขาวสะอาดนักหรือไง! คนที่คอยส่งของผิดกฎหมายให้แกน่ะ... มันคือใครกันแน่!" ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้น จ้าวเหวินหลงกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที เขากระชับแขนโอบไหล่หลินเฟยแน่นขึ้นราวกับต้องการปกป้องจากพายุที่กำลังจะถาโถมเข้ามา หลินเฟยหน้าซีดลงเล็กน้อยไม่ใช่เพราะกลัวสะใภ้รอง แต่เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยถึงนั้นเป็น 'ความลับ' ที่เธอพยายามปิดบังมาตลอด... และในจังหวะที่ผู้ใหญ่บ้านก้าวเข้ามาถึงตัว เขากลับไม่ได้ตรงมาที่สะใภ้รอง แต่กลับหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหลินเฟยพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ "หลินเฟย... มีคนแจ้งเบาะแสเรื่องสินค้าลึกลับที่ไม่มีที่มาที่ไปในร้านของเธอ ทางการขอให้เธอไปให้ปากคำเดี๋ยวนี้... และคนที่มีชื่อเซ็นรับรองสินค้าล็อตสุดท้ายที่ผิดกฎหมายนั่น ก็คือชื่อของ 'จ้าวเหวินหลง' ที่ยืนอยู่ข้างเธอนี่แหละ!" ความเงียบงันปรกคลุมไปทั่วลานหมู่บ้าน ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่เปลี่ยนจากความสงสารเป็นความระแวง จ้าวเหวินหลงก้มมองหลินเฟยด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เขากระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนมีเพียงเธอที่ได้ยิน "อย่ากลัว... ถึงเวลาที่เราต้องเปิดไพ่ใบสุดท้ายแล้ว" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางที่แสนระทึกใจของหลินเฟยและจ้าวเหวินหลงด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%