"หลักฐานพวกนี้ หากส่งถึงมือหัวหน้าหน่วยตรวจสอบในวันนี้ รับรองว่าตระกูลหลินจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิดในหมู่บ้านนี้อีกตลอดกาลค่ะ"
เสียงของหลินเฟยเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้จ้าวเหวินหลงซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องละสายตาจากกองเอกสารขึ้นมามอง เธอไม่ได้ดูตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวบางกำลังรินน้ำชาส่งให้เขาด้วยท่าทีนิ่งสนิท ราวกับว่าสิ่งที่เธอกำลังจะทำไม่ใช่การทำลายล้างครอบครัวที่เลี้ยงดูมา แต่เป็นการเก็บกวาดขยะที่เน่าเฟะออกจากบ้าน
จ้าวเหวินหลงรับถ้วยชามา สัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากนิ้วมือของเธอ "การเปิดไพ่ใบสุดท้ายครั้งนี้ พวกเขาจะไม่มีทางตั้งตัวทัน ความโลภที่สะสมมานานหลายสิบปีของสะใภ้รอง จะกลายเป็นเชือกที่รัดคอตัวเอง"
"ความโลภน่ะเป็นเรื่องธรรมดาค่ะเหวินหลง แต่ความชั่วที่เอาชื่อเสียงของผู้อื่นไปแสวงหาผลประโยชน์ต่างหากที่ฉันรับไม่ได้" หลินเฟยพาดแขนลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ดวงตาคมกริบมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นร่างของสะใภ้รองตระกูลหลินกำลังยืนโต้เถียงกับชาวบ้านเรื่องส่วนแบ่งผลผลิตทางการเกษตร ท่าทางโอหังและสายตาที่ดูแคลนคนอื่นนั้นสะท้อนความเน่าเฟะในใจนางได้อย่างชัดเจน
ในซูเปอร์มาร์เก็ตมิติส่วนตัว หลินเฟยเพิ่งจัดการจัดเรียงเอกสารบัญชีลับที่คัดลอกมาจากสมุดบัญชีฉบับจริงของสะใภ้รองไว้เป็นระเบียบ ข้อมูลเหล่านั้นไม่ใช่แค่การยักยอกเงินทุนส่วนกลาง แต่มันคือหลักฐานการกักตุนสินค้าหายากและขายทำกำไรเกินควรในยุคที่บ้านเมืองกำลังรัดเข็มขัด เอกสารทุกหน้ามีลายเซ็นรับรองของคนในหมู่บ้านที่ถูกบังคับขู่เข็ญ ซึ่งบัดนี้พวกเขาพร้อมจะกลับใจเป็นพยานให้เธอแล้ว
"ฉันเตรียมอาหารไว้ให้คุณในตะกร้านั่น" หลินเฟยบุ้ยปากไปยังตะกร้าสานใบใหญ่ "ในนั้นมีน้ำตาลทรายแดงคุณภาพดีจากร้านค้าในเมือง และเนื้อหมูชิ้นงาม... เอาไปเป็นของกำนัลให้หัวหน้าหน่วย ท่านเป็นคนเข้มงวดเรื่องวินัย แต่ก็นับถือคนที่มีความกล้าหาญค่ะ"
จ้าวเหวินหลงลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเข้มดูมั่นคงดุจภูผา เขาเดินเข้ามาใกล้แล้ววางมือหนาลงบนไหล่ของเธอเบาๆ "รอฉันอยู่ที่นี่นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณโดดเดี่ยว"
เมื่อชายหนุ่มเดินจากไป หลินเฟยก็สูดหายใจลึก กลิ่นหอมจางๆ ของข้าวต้มที่เธอกำลังเคี่ยวในครัวเริ่มอบอวลไปทั่วบ้าน มันเป็นกลิ่นที่เตือนให้รู้ว่าชีวิตหลังจากนี้จะไม่มีความหิวโหยหรือความอัปยศอีกต่อไป เธอหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายที่เตรียมไว้ ออกไปแปะที่บอร์ดประกาศกลางหมู่บ้าน
เนื้อหาในประกาศไม่ใช่คำด่าทอ แต่เป็นตัวเลขและหลักฐานการกระทำผิดที่ถูกเขียนด้วยลายมือบรรจงและชัดเจน
ชาวบ้านเริ่มมารุมล้อม อ่านประกาศแล้วต่างพากันฮือฮา เสียงซุบซิบดังระงม บ้างตกใจ บ้างสมน้ำหน้า สะใภ้รองที่เพิ่งเดินผ่านมาถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นหลินเฟยยืนกอดอกยิ้มบางๆ อยู่ท่ามกลางฝูงชน นางกรีดร้องเสียงหลง พุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบตีด้วยความคลุ้มคลั่ง แต่กลับถูกชาวบ้านที่เริ่มตาสว่างรั้งตัวไว้
"นังตัวดี! แกทำอะไรลงไป! แกมันงูพิษ! ฉันเลี้ยงแกมานะหลินเฟย!" สะใภ้รองแผดเสียง ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธแค้น
หลินเฟยขยับยิ้มเย็น "เลี้ยงฉันหรือคะ? หรือว่าใช้ฉันเป็นเครื่องมือแสวงหาความสุขมาตลอดหลายปีกันแน่ สิ่งที่ฉันทำในวันนี้ คือการคืนความยุติธรรมให้ทุกคนที่เคยถูกคุณกดขี่ ไม่ใช่แค่ตัวฉันคนเดียว"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของกลุ่มชายในชุดเครื่องแบบของทางการก็ดังแทรกขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุม ทุกสายตาจับจ้องไปที่หัวหน้าหน่วยตรวจสอบที่เดินนำหน้าจ้าวเหวินหลงเข้ามา
"ใครคือคนชื่อหลินเหม่ย?" น้ำเสียงเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทำให้สะใภ้รองถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น
"ฉัน... ฉันเองค่ะท่าน... มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่าคะ?" สะใภ้รองพยายามเค้นเสียงสั่นเครือมาแก้ตัว
"เข้าใจผิดงั้นหรือ?" หัวหน้าหน่วยหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะชูเอกสารที่จ้าวเหวินหลงเพิ่งส่งให้เมื่อครู่นี้ขึ้น "หลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ ยังกล้าบอกว่าเข้าใจผิดอีกหรือ? คุมตัวนางไปสอบสวนที่สถานีเดี๋ยวนี้!"
ความวุ่นวายเกิดขึ้นในฉับพลัน หลินเฟยยืนมองเหตุการณ์นั้นด้วยความสงบ ในใจรู้สึกโล่งโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่า... ในขณะที่สะใภ้รองกำลังถูกลากตัวไป นางกลับหันมาสบตาหลินเฟยด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุก ก่อนจะตะโกนทิ้งท้ายออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า
"แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นหรือหลินเฟย? อย่าดีใจให้มากนัก เพราะความลับที่ฉันซ่อนไว้ไม่ได้มีแค่เรื่องบัญชีเงิน... แต่เป็นเรื่องที่พ่อแม่ที่แท้จริงของแกยังทิ้งอะไรบางอย่างเอาไว้ให้ และมันจะทำลายชีวิตแกยิ่งกว่าการที่ฉันติดคุกเสียอีก!"
หลินเฟยชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากลที่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน
จ้าวเหวินหลงรีบหันมาหาเธอ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "หลินเฟย... เธออย่าไปฟังคำยุยงของนาง"
"ไม่เหวินหลง... สายตาของนางตอนที่พูดประโยคนั้น... มันไม่ใช่คนโกหก" หลินเฟยพึมพำ ก่อนจะหันไปเห็นจดหมายฉบับหนึ่งที่สะใภ้รองทิ้งไว้ใต้ฝ่าเท้าหลังจากถูกลากตัวออกไป มันเป็นจดหมายที่ประทับตราประหลาดซึ่งหลินเฟยไม่เคยเห็นมาก่อนในยุคนี้
เมื่อเธอหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน สิ่งที่อยู่ข้างในกลับไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่ขอบรุ่ยจนเกือบขาด... รูปถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนเธออย่างกับพิมพ์เขียว กำลังยืนอยู่ข้างหน้าบ้านพักตากอากาศสุดหรูในต่างประเทศที่ไม่ควรจะมีอยู่ในยุค 70 นี้เลยแม้แต่น้อย!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาสำคัญนี้ไปพร้อมกับหลินเฟยนะคะ ขอให้ติดตามกันต่อค่ะ!
ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 40
เปิดโปงความชั่วร้าย
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!