กริ่งก้านแฟ้มเอกสารกระดาษสีน้ำตาลตกลงกระทบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดัง *ปัง* สะท้อนก้องห้องสอบสวนของสถานีตำรวจคอมมูนอย่างไม่เกรงใจใคร
กลิ่นอับของหมึกพิมพ์เก่าและคราบเหงื่อไคลของมนุษย์ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นไอน้ำฝนที่เพิ่งซาลงไป ทว่าบรรยากาศภายในกลับร้อนระอุราวกับมีถ่านไฟแดงคุอยู่ใต้โต๊ะ สะใภ้รองตระกูลหลินนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวผอม ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความหยิ่งยโสบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ปากสั่นระริกจนแทบพูดไม่ออกเมื่อเอกสารตราครั่งสีแดงสดถูกกางออกตรงหน้า
"นี่มัน... นี่มันเรื่องเข้าใจผิดนะคะผู้กอง! ฉันเป็นญาติ เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน แค่หยิบยืมพืชผลในแปลงมาจัดการแทน ย่อมไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์หรอกค่ะ!" น้ำเสียงที่เคยใช้แว้ดๆ ด่าทอกล่าวหาคนอื่นในหมู่บ้าน ตอนนี้กลับสั่นเครือ แหบพร่า และเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หลินเฟยยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมผนังห้อง แสงไฟสีเหลืองส้มจากหลอดไฟนีออนดวงเก่าสาดกระทบใบหน้านวลเนียนที่เรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววสะใจในทันที ทว่ากลับมีความลุ่มลึกและเย็นชาอย่างที่สะใภ้รองไม่เคยเห็นมาก่อน ในมือเรียวบางของเธอยังคงกำรูปถ่ายใบเก่าที่ขอบรุ่ยจนเกือบขาดเอาไว้แน่น ภาพถ่ายของหญิงสาวหน้าตาเหมือนเธอกำลังยืนอยู่หน้าบ้านพักตากอากาศสุดหรูในต่างประเทศ—ภาพที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริงในยุค 70 นี้ ภาพที่ซ่อนปริศนาชาติกำเนิดของเธอเอาไว้ใต้เงาประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน
"การลักทรัพย์ ตัดไม้ทำลายทรัพย์สิน และการใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่รัฐ มีโทษทางอาญาชัดเจนในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 นะครับคุณสะใภ้รอง" เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มในชุดเครื่องสีเขียวเข้มขยับแว่นสายตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ไม่ใช่แค่เรื่องในครอบครัวอีกต่อไปแล้ว หลักฐานบัญชีรายรับ-รายจ่ายปลอม และลายมือชื่อปลอมแปลงที่คุณใช้แอบอ้างชื่อของสหายหลินเฟยไปเบิกเงินกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน... ทั้งหมดนี้มีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนา"
"ไม่จริง! นังเด็กนี่มันใส่ร้ายฉัน! มันร่วมมือกับพวกแก!" สะใภ้รองกรีดร้องสติแตก พยายามพุ่งตัวจะเข้ามาทำร้ายหลินเฟย ทว่ายังไม่ทันแตะชายเสื้อ จ้าวเหวินหลงที่ยืนสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอยู่เบื้องหลังก็ก้าวออกมาขวางไว้ด้วยท่าทีคุกคามเพียงเล็กน้อย ชายหนุ่มไม่ได้ใช้ความรุนแรง เพียงแค่สายตาคมกริบที่ตวัดมองมาก็ทำให้ผู้หญิงอกสามศอกถอยร่นด้วยความหวาดกลัว สัญชาตญาณดิบของอดีตทหารผ่านศึกแผ่รังสีความกดดันออกมาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะหนักอึ้ง
"ถอยไปเถอะค่ะสะใภ้รอง..." หลินเฟยเอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "กฎหมายไม่ใช่เครื่องมือให้ใครมาเหยียบย่ำ และความโลภของคุณ... วันนี้ต้องแลกมาด้วยอิสรภาพ"
สิ้นคำสั่งการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่สองนายก็เดินเข้ามาประกบตัวสะใภ้รองตระกูลหลินทันที เสียงกรีดร้องโหยหวนโวยวายดังลั่นโถงทางเดิน ขูดรีดความสมเพชเวทนาจากชาวบ้านที่มามุงดูอยู่ด้านนอก ความเป็น “คนใหญ่คนโต” ที่ครอบครัวนี้เคยอวดอ้างในหมู่บ้าน พังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยหลักฐานชิ้นเอกที่หลินเฟยรวบรวมมาจากมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต—ใบเสร็จ บันทึกเสียง และเอกสารลับที่ต่อให้ต่อรองด้วยเส้นสายใดก็ไม่มีทางหลุดรอด
เมื่อความวุ่นวายภายนอกสงบลง หลินเฟยทรุดตัวลงนั่งบนม้าไม้สำรอง ลมหายใจถอนออกยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยล้า เธอปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมเบาๆ กลิ่นหอมจางๆ ของซาลาเปานึ่งร้อนๆ ที่เธอแอบหยิบออกมาจากเครื่องอุ่นในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อประทังชีวิตระหว่างการสอบสวนลอยขึ้นมาแตะจมูก ช่วยบรรเทาความตึงเครียดในสมองได้บ้าง
จ้าวเหวินหลงยื่นแก้วกระบอกน้ำเหล็กใส่น้ำอุ่นให้เงียบๆ มือหนาหยาบกร้านตามประสาคนทำงานหนักเอื้อมมาแตะไหล่บางเบาๆ เป็นการปลอบโยน "เหนื่อยไหม?"
"นิดหน่อยค่ะ... แต่โล่งใจมากกว่า" หลินเฟยเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มบางๆ ให้ชายหนุ่ม แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าคมเข้มของเขาที่คอยยืนหยัดเคียงข้างเธอเสมอมา "อย่างน้อย คนที่ทำร้ายคนอื่นก็ต้องได้รับผลกรรมตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่คำขอโทษส่งเดชเหมือนที่ผ่านมา"
มือบางเผลอคลี่รูปถ่ายในมือออกมองอีกครั้ง แสงไฟนีออนกะพริบวูบวาบหนึ่งครั้งราวกับสัญญาณเตือนภัย ลายมือด้านหลังรูปถ่ายที่เธอเพิ่งสังเกตเห็น—ตัวอักษรภาษาอังกฤษหวัดๆ เขียนด้วยหมึกปากกาซึมยุคใหม่ที่ยังไม่ถูกผลิตขึ้นในประเทศจีนตอนนี้ด้วยซ้ำ: *“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... เฟยเฟย ความจริงกำลังรอเธออยู่หลังม่านหมอก”*
หัวใจของหลินเฟยกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงสันหลัง ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกห้องสอบสวนก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่เจ้าหน้าที่คนอื่นออกไปจัดการเรื่องบันทึกคดีข้างนอกกันหมดแล้ว ประตูไม้บานเก่าค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายชราในชุดสากลสีเทาเข้มสะอาดตา ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตาคมปลาบกลับจ้องตรงมาที่เธอราวกับรู้จักกันมานานนับชาติ—ชายผู้ถือร่มสีดำสนิททั้งที่ข้างนอกฝนหยุดตกไปนานแล้ว และที่สำคัญที่สุด... เขาห้อยจี้หยกรูปปั้นปลาคาร์พสีเขียวมรกตแบบเดียวกับสร้อยที่เธอซ่อนไว้ก้นลิ้นชัก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ
ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 41
ชัยชนะที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!