กลิ่นอายความอับชื้นของโกดังร้างหลังสถานีรถไฟอำเภอหนาน1 ผสมปนเปไปกับกลิ่นฝุ่นเก่าและคราบน้ำมันเครื่องอย่างน่าสะอิดสะเอียน
"ข้าว่าเจ้าเลิกดิ้นรนให้เสียเวลาดีกว่า หลินเฟย... สภาพของเจ้าในตอนนี้ ต่อให้มีปีกก็บินไม่พ้นเงื้อมมือของท่านรองหัวหน้ากวนหรอก"
เสียงหัวเราะแหลมเล็กที่คุ้นหูจนน่ารังเกียจดังขึ้นจากมุมมืด สะใภ้รองตระกูลหลินก้าวเท้าออกมา ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มจอมปลอมบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ ดวงตาเรียวรีมองสำรวจร่างของหลินเฟยที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ ด้วยเชือกป่านเส้นหนา ท่าทีของนางเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งราวกับผู้กำชัยชนะเบ็ดเสร็จ
หลินเฟยค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เส้นผมที่หลุดลุ่ยเคลียคลอข้างแก้มไม่ได้ทำให้ความสง่างามของนางลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่สะใภ้รองคาดหวัง ตรงกันข้าม มันกลับพินิจพิเคราะห์คู่สนทนาราวกับกำลังมองดูตัวตลกที่กำลังแสดงละครสัตว์ฉากใหญ่
"ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นสุนัขรับใช้ที่ยอมเอาอนาคตของครอบครัวตัวเองไปแลกกับเศษเงินสกปรกนี่เอง" หลินเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง
"นัง... นังปากดี!" สะใภ้รองหน้าถอดสี ก้าวเข้าไปเงื้อมมือหมายจะตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ฝ่ามือหยาบกร้านจะกระทบเข้ากับแก้มเนียน เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน
"พอได้แล้ว... เจ้าไม่มีมารยาทเอาเสียเลยนะ สะใภ้รองหลิน"
ฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาจากความมืดทีละก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทสีเข้มของเจ้าหน้าที่ระดับสูงปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมัน กวนเฉิง—ชายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในกรมพาณิชย์และอุตสาหกรรมอำเภอหนาน—แย้มยิ้มเย็นเยียบ ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตา ยิ่งขับเน้นความน่าเกรงขามและดิบเถื่อนออกมาอย่างชัดเจน
เขาก้าวเข้าไปใกล้หลินเฟย ใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเชยคางนางขึ้นบังคับให้สบตา
"ฉลาด ทันคน และทำอาหารได้เลิศรสจนสร้างชื่อไปทั่วอำเภอ... ไม่แปลกใจเลยที่เหวินหลงจะยอมหักหลังสหายเก่าเพื่อปกป้องเจ้า แต่น่าเสียดายนะหลินเฟย คนเก่งมักอายุสั้น เพราะมักจะไม่รู้ว่าสิ่งใดควรปล่อยวาง"
หลินเฟยแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางไม่ยอมหลบสายตาคมกริบคู่นั้นแม้แต่น้อย กลิ่นอายกดดันระดับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นไม่ได้ทำให้หัวใจของนางสั่นคลอนเลยสักนิด "ท่านกวนคงเหนื่อยไม่น้อยสินะ ถึงต้องลงทุนใช้วิธีสกปรกอุ้มข้ามาถึงที่นี่ เพียงเพราะกลัวว่าบัญชีลับการทุจริตในสหกรณ์ของท่านจะถูกเปิดโปงในงานประชุมใหญ่สัปดาห์หน้า"
รอยยิ้มบนใบหน้าของกวนเฉิงแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกราบกรานด้วยความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาทันที บรรยากาศในโกดังพลันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว... หลินเฟย" กวนเฉิงกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือหนาลดลงมาบีบไหล่มนแน่นราวกับจะหักให้แหลกคาบด "บัญชีนั่นอยู่ที่ไหน บอกข้ามาดีๆ ดีกว่า ไม่อย่างนั้น... อาหารรสเลิศจากซูเปอร์มาร์เก็ตวิเศษอะไรนั่นของเจ้า ก็คงไม่มีโอกาสได้ทำให้อร่อยอีกแล้ว"
ภายในจิตใต้สำนึกของหลินเฟย หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสของซูเปอร์มาร์เก็ตมิติลับปรากฏขึ้นแจ้งเตือนสัญญาณชีพและสถานะพลังงานอย่างต่อเนื่อง [คำเตือน: ตรวจพบระดับความเครียดและอันตรายสูงในพื้นที่ พลังงานสำรองพร้อมใช้งาน: แก๊สน้ำตาแรงดันสูง และอุปกรณ์สะกดรอย]
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นฝุ่นเข้าปอด แต่นัยน์ตากลับทอประกายเด็ดเดี่ยว นางไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่ปาฏิหาริย์ของมิติลับอย่างเดียวตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
"ท่านอยากได้บัญชีนั้นหรือ?" หลินเฟยเอ่ยยิ้มๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้าหยอกที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างประหลาด "เกรงว่าต่อให้ท่านพลิกแผ่นดินหา ก็คงหาไม่เจอหรอก... เพราะตอนนี้ มันเดินทางไปถึงโต๊ะทำงานของท่านผู้ว่าการมณฑลเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ"
"นังสารเลว!" กวนเฉิงบันดาลโทสะ ตบโต๊ะไม้ข้างตัวเสียงดังสนั่นจนฝุ่นตลบ มือข้างหนึ่งควักปืนพกสั้นออกมาจ่อตรงหน้าผากเนียนทันที "แกคิดว่าจะขู่ฉันได้งั้นรึ! ตายซะเถอะ!"
*เปรี้ยง!*
เสียงปืนดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วโกดังกว้าง สะใภ้รองกรีดร้องด้วยความตกใจจนล้มพับลงไปกองกับพื้น ทว่า... กระสุนนัดนั้นไม่ได้เจาะทะลุร่างของหลินเฟยอย่างที่ควรจะเป็น
เพราะในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ผนังไม้กระดานด้านหลังของโกดังกลับถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทกมหาศาล!
ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อแจ็คเก็ตทหารที่คุ้นเคยพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วดั่งพยัคฆ์ร้าย จ้าวเหวินหลงในยามนี้ดวงตาดำขลับคู่นั้นลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่หลินเฟยเคยเห็นมา มือแกร่งกระชับปืนไรเฟิลในมือ เล็งตรงไปที่ศีรษะของกวนเฉิงอย่างแม่นยำโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
"ถ้าไม่อยากสมองกระจายอยู่ที่นี่ ก็วางปืนลงซะ... กวนเฉิง"
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนน่ากลัวเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ที่ปิดล้อมรอบโกดังร้างแห่งนี้ไว้ทั้งหมดแล้วจากภายนอก
กวนเฉิงหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า เมื่อหันไปมองรอบด้านก็พบว่าลูกน้องของตนถูกจัดการจนหมดสติไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย สายตาคมของกวนเฉิงกลับเหลือบไปเห็นปุ่มชนวนระเบิดขนาดเล็กในมือซ้ายที่เขาซ่อนไว้ด้านหลัง
มุมปากของกวนเฉิงยกย่องขึ้นอย่างน่ากลัว ก่อนที่นิ้วโป้งจะกดลงไปบนปุ่มนั้นทันทีพร้อมเสียงหัวเราะลั่น!
"ฮ่าๆๆ คิดว่าพวกแกชนะแล้วงั้นรึ! ทุกคนต้องตายกันหมดนี่แหละ!"
*คลิก—!*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ระทึกใจที่สุดไปพร้อมกับหลินเฟยนะคะ
ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 38
จุดวิกฤต: การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!