คราบเขม่าสีดำบนปล่องไฟสแตนเลสขัดเงาของโรงงานแปรรูปอาหารหลินซื่อสะท้อนเงาใบหน้าของหลินเฟยในยามที่เธอกำลังกวาดตามองอาณาจักรที่เธอสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและมันสมอง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นครหลวงแห่งนี้เปลี่ยนผ่านจากเมืองอุตสาหกรรมที่โรยรา สู่มหานครแห่งความเจริญก้าวหน้า และเธอก็คือหนึ่งในเสาหลักที่ค้ำจุนเศรษฐกิจยุคใหม่นี้ไว้
ทว่า เสียงกระซิบสุดท้ายจากบทก่อนหน้ายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“เฟย... เฟยเอ๋อ... รีบหนีไป... พวกมัน... พวกมันไม่ได้มาตามตัวเจ้า... แต่พวกมันมาเพื่อ ‘ล่า’…”*
สะใภ้รองตระกูลหลินในวัยชราที่เส้นผมแซมขาวด้วยความเครียดแค้น นั่งทรุดกายอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบในโกดังร้าง ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองหลินเฟยด้วยความริษยาที่แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว ร่างกายของนางสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เป็นเพราะอำนาจและบารมีที่หลินเฟยถือครองอยู่ในเวลานี้ มันมากเกินกว่าที่หญิงแก่ผู้เห็นแก่ตัวคนหนึ่งจะจินตนาการถึง
"เจ้า... เจ้ามันปีศาจ หลินเฟย!" สะใภ้รองแผดเสียงแหบพร่า น้ำลายเหนียวหนืดไหลย้อยมุมปาก "ทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาลนี่... เจ้าเอามาจากไหนกัน! ต่อให้ทำงานจนตัวตายร้อยชาติก็ไม่มีทางสร้างโรงงานนับสิบแห่งนี้ได้! เจ้ามี... มีของวิเศษใช่มั้ยล่ะ!"
หลินเฟยไม่ได้แสดงสีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอก สวมเสื้อโค้ทผ้าแคชเมียร์สีเทาอ่อนรับกับผิวพรรณผ่องใสที่ได้รับการดูแลอย่างดี ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเยือกเย็นแต่เปี่ยมด้วยความฉลาดเฉลียว เธอปรายตามองหญิงแก่ผู้เคยเหยียบย่ำชีวิตเธอในอดีตด้วยความเวทนา
"ของวิเศษอะไรกันคะ สะใภ้รอง" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายสะท้านเฮือก "สิ่งที่ท่านเห็นในวันนี้ คือหยาดเหงื่อ แรงงาน และสมองของดิฉันกับสามี... สิ่งที่ท่านไม่มีวันเข้าใจ ตลอดชีวิตของท่านมีแต่ความโลภ คอยจ้องจะแย่งชิงของผู้อื่น จนหลงลืมไปว่า คุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ไม่ได้วัดกันที่การปล้นชิง แต่คือการสร้างสรรค์ต่างหาก"
จ้าวเหวินหลงก้าวออกมาจากเงาเสา เขายังคงรูปร่างสูงใหญ่ สง่างาม และแววตาดุดันดั่งทหารหาญ แม้จะปลดประจำการมานานหลายปีแล้วก็ตาม มือหนาจับด้ามปืนพกในเสื้อโค้ทหลวมๆ เพียงแค่เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำที่ล้อมรอบโกดังอยู่ สมุนรับจ้างเหล่านั้นก็ถอยร่นโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครกล้าสบตาพญามังกรแห่งตระกูลจ้าว
"คนของตระกูลหลินสายรองที่เหลือถูกควบคุมตัวไว้หมดแล้ว" จ้าวเหวินหลงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำกับภรรยา "รวมถึงหลักฐานการติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อฮุบที่ดินแปลงนี้ด้วย พวกมันไม่มีทางดิ้นหลุดไปได้อีก"
สะใภ้รองกรีดร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง เมื่อรู้ว่าแผนการสุดท้ายที่จะทำลายล้างหลินเฟยพังทลายไม่เป็นท่า การ ‘ล่า’ ที่นางเข้าใจ คือการส่งคนมาสังหารและแย่งชิงมิติลับซูเปอร์อมาร์เก็ตในตำนานที่นางเคยได้ยินเสียงลือเสียงเล่าลอความลับของมัน แต่นางโง่เขลาเกินกว่าจะรู้ว่า...
หลินเฟยไม่ได้พึ่งพามิติลับนั้นมานานหลายปีแล้ว
ในห้วงความคิดของหลินเฟย ห้วงมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตที่เคยเป็นดั่ง ‘ทางรอด’ เดียวในยุค 70 อันแร้นแค้น บัดนี้มันได้เลือนรางและว่างเปล่าลงอย่างช้าๆ จอแสดงผลโฮโลแกรมที่เคยสว่างไสว บัดนี้ขึ้นสถานะ *[ภารกิจสิ้นสุด: โลกปัจจุบันบรรลุความมั่งคั่งและยั่งยืน มิติลับถูกปิดการใช้งานถาวร]*
หลินเฟยรู้สึกใจหายเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่ความหวาดกลัว ตรงกันข้าม เธอกลับรู้สึกโล่งอกอย่างประหลาด
มิติลับนั้นเป็นเพียง ‘บันได’ ที่พระเจ้าประทานให้เธอใช้ก้าวข้ามหุบเหวแห่งความยากจนในอดีต แต่เมื่อเธอก้าวขึ้นมาสู่ยอดเขาแห่งความสำเร็จด้วยสองขาของตัวเองแล้ว บันไดเล่มนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป โลกแห่งความจริงในยุค 80 ปลายๆ นี้ มั่งคั่ง สมบูรณ์แบบ และเต็มไปด้วยผู้คนที่มีชีวิตชีวาที่เธอร่วมสร้างขึ้นมาด้วยมือของเธอเอง อาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตยุคอดีตเทียบไม่ได้เลยกับผลผลิตนับล้านตันจากไร่นาและโรงงานแปรรูปที่เธอปลุกปั้นขึ้นมาหล่อเลี้ยงผู้คนนับแสนในวันนี้
ความมั่งคั่งที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในหน้าจอโฮโลแกรมลึกลับ แต่อยู่ในบัญชีธนาคารนับร้อยล้าน อยู่ในรอยยิ้มของคนงานที่ลืมตาอ้าปากได้ และอยู่ในอ้อมแขนอันอบอุ่นของจ้าวเหวินหลงผู้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เธอเสมอมา
"พวกเราจบสิ้นแล้วจริงๆ หรือ..." สะใภ้รองพึมพำกับพื้นคอนกรีต ดวงตาเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมาย
"ท่านไม่ได้จบสิ้นเพราะดิฉันหรอกค่ะ" หลินเฟยย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับหญิงแก่ "ท่านจบสิ้นตั้งแต่เลือกที่จะทำลายผู้อื่นเพื่อความสุขของตัวเองต่างหากล่ะคะ"
หลินเฟยหันหลังให้ภาพความพ่ายแพ้ของตระกูลหลินสายรอง เธอเดินเคียงคู่ไปกับจ้าวเหวินหลงออกจากโกดังร้าง สู่แสงตะวันยามบ่ายที่สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำในแม่น้ำสายใหญ่ ละอองไออุ่นของฤดูใบไม้ผลิลอยอบอวล ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังอบใหม่จากร้านค้าในย่านการค้าที่สามีภรรยาตระกูลจ้าวเป็นเจ้าของ
ทุกอย่างสงบสุข สมบูรณ์แบบ และมั่นคง
ซูเปอร์มาร์เก็ตในมิติลับดับสูญไปแล้วอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าในความทรงจำสีจางๆ ที่ไม่มีวันหวนกลับมา ทว่า ในขณะที่หลินเฟยกำลังจะก้าวขึ้นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลคันหรูเพื่อกลับคฤหาสน์ตระกูลจ้าว สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษซองจดหมายสีน้ำตาลเข้ม เสียบไว้ที่ปัดน้ำฝนหน้ารถอย่างไร้ร่องรอยของผู้ส่ง
มือเรียวบางดึงซองจดหมายนั้นออกมาด้วยความแปลกใจ จ้าวเหวินหลงขมวดคิ้วมุ่นทันที ดึงร่างภรรยามาไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณนักรบ
หลินเฟยคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกช้าๆ ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีแดงฉานไม่ได้มาจากสะใภ้รองผู้โง่เขลา และไม่ใช่จากคนตระกูลหลินสายรอง แต่มันเป็นข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงในพริบตา—
*[ยินดีด้วยกับความสำเร็จในโลกนี้, หลินเฟย... แต่ลืมไปแล้วหรือยัง ว่าเจ้ายังเหลือ ‘หนี้ชีวิต’ อีกหนึ่งศพที่ยังไม่ได้ชำระในโลกเดิมก่อนที่เจ้าจะทะลุมิติมา?]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟันความจน และสร้างอาณาจักรแห่งความสุขมาด้วยกันจนถึงบทรองสุดท้ายนี้นะคะ
**- หลินฮวายุคปฏิรูป -**
ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 49
ความสำเร็จที่แท้จริง
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!