ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 43

เตรียมงานวิวาห์แสนหวาน

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
“ของต้องห้ามชิ้นใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ซุกซ่อนอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตมิติอย่างนั้นหรือคะ?” หลินเฟยทวนคำพูดนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนกใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดซึมขึ้นตามขมับของเพื่อนบ้านผู้หวังดีที่วิ่งหน้าตั้งมาเคาะประตูจนแทบพังก็ตามที ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววขบขันระคนสมเพชระลอกหนึ่ง นางไม่ได้วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนตามคำเตือน แต่กลับค่อยๆ ใช้นผ้ากันเปื้อนสีสะอาดเช็ดมือที่เพิ่งนวดแป้งซาลาเปาออกอย่างใจเย็น บรรยากาศหน้าประตูบ้านตระกูลหลินในยามบ่ายแก่ๆ กลับเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด สะใภ้รองตระกูลหลินที่แอบซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้ไผ่ริมรั้วถึงกับลอบยิ้มเยาะจนแก้มแทบฉีก นางเป็นคนแอบส่งข่าวและใส่ร้ายป้ายสีไปทางกองกำลังตรวจสอบพัสดุจากตัวเมืองเอง ด้วยความหวังว่าครั้งนี้ 'นังตัวดี' หลินเฟยจะต้องถูกจับกุมตัวข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับพ่อค้าเถื่อนและกักตุนสินค้าหนีภาษี สมบัติและซูเปอร์มาร์เก็ตในตำนานที่หลินเฟยครอบครองอยู่จะต้องตกเป็นของพวกนางอย่างแน่นอน! “หลินเฟย เธออย่ามาทำใจดีสู้เสือนะ! เจ้าหน้าที่พวกนั้นมากันถึงสามคันรถจíp! พกปืนครบมือด้วย!” เพื่อนบ้านคนเดิมละล่ำละลักเตือนด้วยความหวังดี “ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะป้าหลิว แต่... บ้านของฉันสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายแน่นอนค่ะ เชิญป้าเข้าไปนั่งจิบน้ำชาในบ้านก่อนดีกว่า ข้างนอกแดดร้อน เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะคะ” หลินเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มละมุนละไม ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ทันใดนั้น เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นดินดัง ‘ปัง ปัง ปัง’ ก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับร่างของหัวหน้ากองกำลังตรวจสอบพัสดุวัยกลางคน หน้าตาบึ้งตึงสวมแว่นตากรอบดำ เดินนำหน้าลูกน้องในเครื่องแบบสีเขียวขี้ม้าตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านของนาง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างจับผิด “ใครคือเจ้าบ้าน! หลินเฟยใช่ไหม!” หัวหน้ากองกำลังตวาดเสียงกร้าว ใบหน้าถมึงทึงตั้งใจจะกดดันให้หญิงสาวหวาดกลัวจนมุม สะใภ้รองตระกูลหลินที่แอบมองอยู่แทบจะกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่ นางรอคอยวินาทีที่หลินเฟยจะคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตา ทว่า หลินเฟยกลับวางมือจากการนวดแป้ง นางเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง แววตาของนางนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าลึกล้ำจนน่ากลัว “ดิฉันเองค่ะ หลินเฟย เจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ มีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะท่านหัวหน้า ถึงได้ยกพลมาเสียยิ่งใหญ่เกรียงไกรเช่นนี้?” “มีคนแจ้งเบาะแสว่าเธอซุกซ่อน ‘ของต้องห้ามชิ้นใหญ่ที่สุด’ เอาไว้ในครอบครอง! เป็นสินค้าลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศผิดกฎหมายจำนวนมหาศาล! หลีกไป! พวกเราต้องเข้าตรวจค้นทุกซอกทุกมุมของที่นี่!” หัวหน้ากองกำลังพูดพลางส่งสัญญาณให้ลูกน้องพังประตูเข้าไป “ช้าก่อนค่ะ!” หลินเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงไม่ได้ดังแต่กลับทรงพลังจนทุกคนต้องชะงัก นางหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ “ก่อนที่พวกท่านจะค้นบ้านชาวบ้านตาดำๆ ช่วยดูเอกสารฉบับนี้ให้ดีเสียก่อนนะคะ ว่านี่คือตราประทับของหน่วยงานใด... และนี่คือลายเซ็นของใคร” หัวหน้ากองกำลังขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ แต่เมื่อก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น สีหน้าของเขาที่เคยถมึงทึงก็พลันเปลี่ยนสีทันที จากสีแดงก่ำกลายเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษ ไนโตรเจนในอากาศรอบตัวคล้ายจะแข็งค้าง ดวงตาสกปรกเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนแว่นแทบจะหลุดร่วง “นี่มัน... ตราประทับของ... ท่านเลขาธิการพรรคประจำมณฑลนี่!” หัวหน้ากองกำลังเสียงสั่นพร่า เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลังในพริบตาเดียว “ถูกต้องค่ะ” หลินเฟยแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้แย้มกลีบในฤดูใบไม้ผลิ แต่กลับทำให้คนมองรู้สึกหนาวสะท้านถึงไขสันหลัง “สินค้าทั้งหมดในร้านของฉัน ได้รับการอนุมัติเป็นกรณีพิเศษเพื่อใช้ใน ‘งานวิวาห์’ ของฉันกับสหายจ้าวเหวินหลง เพื่อแจกจ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน หากพวกท่านต้องการตรวจสอบ... เชิญตรวจสอบได้ตามสบายเลยนะคะ แต่ถ้าพบว่าไม่มีความผิดพลาดใดๆ เกรงว่า... รายงานการปฏิบัติหน้าที่ที่ไร้ประสิทธิภาพของพวกท่านในวันนี้ คงจะต้องไปอยู่บนโต๊ะทำงานของท่านเลขาธิการพรรคภายในเช้าวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอนค่ะ” สิ้นคำพูดของหลินเฟย ความเงียบงันราวกับป่าช้าก็เข้าปกคลุมบริเวณนั้นทันที บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างหันมองหน้ากันด้วยความเลิกลักระล้า สะใภ้รองตระกูลหลินที่แอบฟังอยู่หลังพุ่มไม้ถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด แผนการที่นางหวังจะยืมมือคนอื่นมากำจัดหลินเฟยพังทลายลงไม่เป็นท่า! “ฮ่าๆๆๆ! เข้าใจผิด! เป็นความเข้าใจผิดพลาดทางเทคนิคแน่ๆ ครับสหายหลินเฟย! พวกเราได้รับรายงานเท็จ ต้องขออภัยจริงๆ ที่มารบกวนเวลาอันมีค่าของคุณ!” หัวหน้ากองกำลังเปลี่ยนท่าทีทันทีราวกับพลิฝ่ามือ เขาทั้งโค้งคำนับและกล่าวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ ก่อนจะรีบโบกมือเรียกให้ลูกน้องถอยร่นออกไปจากบริเวณนั้นอย่างลนลานราวกับหนูตกท่อ หลินเฟยยืนมองกลุ่มคนเหล่านั้นถอยทัพกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน นางไม่ได้เอ่ยไล่ตามหลัง ปล่อยให้ความเงียบและความอับอายจัดการคนพวกนั้นเอง เมื่อวิกฤตการณ์ผ่านพ้นไป บรรยากาศรอบตัวก็กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ทว่าในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตและทั่วทั้งร้านอาหาร กลับเริ่มอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและแป้งสาลีที่หมักจนได้ที่ เพราะในที่สุด วันนี้ก็มาถึง... วันเตรียมงานวิวาห์แสนหวานที่นางและจ้าวเหวินหลงรอคอย จ้าวเหวินหลงก้าวเข้ามาจากหลังร้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชือกสีขาวสะอาดตาและกางเกงขายาวดูสะอาดสะอ้าน ดวงตาคมปลาบที่มักจะนิ่งขรึมเสมอ บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนและลึกซึ้งยามที่มองมาที่นาง เขายื่นมือหนาออกไปปัดเศษแป้งที่ติดอยู่ข้างแก้มของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ราวกับนางเป็นสิ่งของล้ำค่าที่เปราะบางที่สุดในโลก “เหนื่อยไหมครับ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างอบอุ่น “ไม่เหนื่อยเลยค่ะ มีคุณอยู่ทั้งคน... เรื่องแค่นี้จะไปสะเทือนอะไรได้ล่ะคะ” หลินเฟยเอียงแก้มซบลงกับฝ่ามืออุ่นของชายหนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์เมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ภายในร้านอาหารในยามเย็นถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงสดและผ้าแพรสีชมพูอ่อนที่หลินเฟยแอบหยิบออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ กลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของขนมเปี๊ยะไส้ถั่วไข่เค็มที่นางเพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นจากหม้อซาลาเปาลูกใหญ่ ความสุขและความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทุกอณูของห้อง อาหารมื้อพิเศษสำหรับการเตรียมงานวิวาห์กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านที่จริงใจ จ้าวเหวินหลงช่วยจัดเตรียมโต๊ะอาหารอย่างเงียบเชียบ มือหนาบรรจงคีบชิ้นเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สีแดงฉ่ำใส่ลงในชามข้าวของหลินเฟย พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่ชวนให้หัวใจเต้นระส่ำ “พรุ่งนี้... คุณจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในมณฑลนี้อย่างแน่นอนครับ” หลินเฟยส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขา นางกำลังจะอ้าปากเอ่ยแซ้าชายหนุ่มกลับ ทว่า... ทันใดนั้นเอง! เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะที่หน้าประตูร้านอาหาร ซึ่งในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ควรมีแขกเหรื่อคนใดมาเยือนอีกแล้ว จ้าวเหวินหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเตรียมเดินไปเปิดประตู ทว่า เมื่อประตูกลางถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของชายหนุ่ม ร่างของแขกผู้มาเยือนในชุดเสื้อคลุมกันหนาวตัวหนาเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำค้างยามค่ำคืนก็ก้าวเข้ามา แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน... และนั่นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินเฟยแข็งค้างในทันที “ไม่นึกเลยว่า... ลูกสาวอกตัญญูที่หนีออกจากบ้านไปวันนั้น จะสุขสบายถึงขั้นจัดงานวิวาห์ใหญ่โตในเมืองหลวงได้... หลินเฟย ลูกแม่ จำแม่คนนี้ได้หรือไม่?” หญิงวัยกลางคนหน้าตาคุ้นเคยเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ พร้อมกับก้าวเข้ามาในร้านโดยไม่ได้รับเชิญ! -------------------------------------------------------------------------------- (ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความสู้ชีวิตของหลินเฟยด้วยดีเสมอมานะคะ)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%