กลิ่นอับชื้นของฝนยามค่ำคืนยังไม่จางหายไปจากพื้นปูนซีเมนต์หน้าร้าน แต่สิ่งที่ทำให้อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง หาใช่สายลมภายนอกไม่ หากแต่เป็นเงาร่างที่เพิ่งก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ
"ไม่คิดเลยว่าแม่หญิงผู้แสนดีที่ชาวบ้านต่างสรรเสริญ จะซ่อนความมั่งคั่งไว้เบื้องหลังห้องสี่แคบๆ นี้... หลินเฟย เจ้าช่างเก่งกาจเสียจริงนะ"
เสียงหัวroอเยาะในลำคอของ "สะใภ้รองตระกูลหลิน" ดังขึ้น พร้อมกับดวงตาคู่รีที่กวาดมองไปทั่วชั้นวางสินค้าในมิติลับ ซึ่งบัดนี้ถูกเปิดเผยต่อหน้าคนนอกเป็นครั้งแรก รอยยิ้มของนางบิดเบี้ยว เต็มไปด้วยความริษยาและความโลภที่เอ่อล้นจนปิดไม่มิด นางถือวิสาสะหยิบกระปุกชาเขียวชั้นดีจากซูเปอร์มาร์เก็ตขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะแค่น
"ของพวกนี้... ต่อให้ตระกูลหลินขายนาทั้งแปลงก็ไม่มีปัญญาซื้อ เจ้าไปเอาเงินมาจากไหน นังเด็กเหลือขอ! หรือว่า... เจ้าแอบขายตัวแลกมา?"
หลินเฟยไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย นางยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ดวงตากลมโตนิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ในมือของนางยังคงถือตะหลิวไม้ที่ใช้ผัดอาหารเมื่อครู่ ความเงียบงันของนางไม่ได้แปลว่าหวาดกลัว ตรงกันข้าม มันคือความนิ่งสงบก่อนที่พายุลูกใหญ่จะโหมกระหน่ำ
"ปากของท่าน... ยังคงสกปรกไม่เปลี่ยนเลยนะคะ สะใภ้รอง" หลินเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เย็นยะเยือกจนอีกฝ่ายชะงัก "เข้ามาในเคหสถานของผู้อื่นยามวิกาล แถมยังหยิบจับข้าวของโดยไม่ได้รับอนุญาต นี่คือมารยาทที่ตระกูลหลินอบรมสั่งสอนท่านมา หรือเป็นเพราะสันดานดิบที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดกันแน่"
"นัง...!" สะใภ้รองหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้ามาหมายจะตบสั่งสอน แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะเฉียด "เปรี้ยง!"
เสียงกระแทกของกระทะเหล็กหนักอึ้งลงบนเคาน์เตอร์ไม้ดังสนั่นหวั่นไหว หลินเฟยขยับตัวเร็วจนแทบมองไม่ทัน รัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากร่างเพรียวบางนั้นทำเอาสะใภ้รองผงะถอยหลังไปสามก้าวโดยอัตโนมัติ
"จำไว้ให้ดี" หลินเฟยโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาดุดันราวกับพยัคฆ์สาวจ้องทะลวงเข้าไปในดวงตาที่ตื่นตระหนกของอีกฝ่าย "ที่นี่ไม่ใช่บ้านตระกูลหลิน และฉันไม่ใช่เด็กสาวอ่อนแอให้พวกท่านรังแกเหมือนในอดีตอีกแล้ว หากไม่อยากให้ฉันใช้สิทธิ์ตามกฎหมายข้อหาบุกรุกและข่มขู่... ไสหัวออกไปจากร้านของฉันซะ!"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ ประตูร้านก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง ร่างสูงใหญ่คุ้นตาในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนก้าวเข้ามา จ้าวเหวินหลงกวาดสายตาคมกริบมองสถานการณ์ภายในร้านเพียงปราดเดียว บรรยากาศรอบตัวเขาก็ลดอุณหภูมิลดต่ำลงจนน่ากลัว
เขายังไม่พูดอะไร เดินตรงดิ่งมาหยุดยืนเคียงข้างหลินเฟยอย่างมั่นคง ไหล่กว้างของชายหนุ่มบังร่างของนางไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับต้องการประกาศให้รู้ว่า ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีวันทำร้ายหญิงสาวผู้นี้ได้ต่อหน้าเขา
สะใภ้รองกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเจอสายตาดุจคมมีดของอดีตทหารหนุ่มผู้มีชื่อเสียงเรื่องความเด็ดขาด นางรู้ดีว่าหากขืนอยู่ต่อคงไม่เป็นผลดีแน่ จึงได้แต่กัดฟันกรอด ชี้หน้าคาดโทษด้วยความแค้นเคือง
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! ความลับเรื่องของแปลกประหลาดในมือแก ฉันจะเอาไปประกาศให้ชาวบ้านรู้ทั่วกัน!" พูดจบ นางก็สะบัดหน้าพรืดวิ่งหายออกไปในความมืดของสายฝน
เสียงปิดประตูดังปัง สะท้อนความเงียบงันกลับมาอีกครั้งในร้าน
หลินเฟยผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่ขมódเกร็งอยู่ในอกค่อยๆ คลายลง ร่างกายที่ตั้งรับมาตลอดเริ่มอ่อนล้า แต่มือเรียวกลับยังคงสั่นเทาเล็กน้อย นางวางตะหลิวลง ก่อนจะหันหลังกลับไปเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่เอ่อรันขึ้นมาด้วยความอัดอั้น
ทว่า... อ้อมแขนอบอุ่นและคุ้นเคยกลับสวมกอดนางเข้ามาจากด้านหลังเสียก่อน
จ้าวเหวินหลงไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ไร้ซึ่งคำพูดหวานเลี่ยน แต่กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นฝนจางๆ และความอบอุ่นจากแผ่นอกที่แนบชิด กลับเป็นสิ่งเดียวที่เยียวยาหัวใจที่เหนื่อยล้าของนางได้ดีที่สุด
"เหนื่อยแล้วใช่ไหม..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู อ่อนโยนจนหลินเฟยไม่อาจกลั้นความรู้สึกที่อัดแน่นไว้ได้อีกต่อไป
นางหันกลับไปซบหน้าลงกับอกเสื้อของเขา ปล่อยให้น้ำตาที่กลั้นมานานหยดเปื้อนเสื้อโค้ทหนา จ้าวเหวินหลงโอบกอดร่างบางไว้แน่น มือใหญ่ลูบกลุ่มผมนุ่มของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการถ่ายทอดความมั่นคงทั้งหมดที่มีให้แก่หญิงสาว
ในความเงียบงันของค่ำคืนนี้ ท่ามกลางกลิ่นหอมของอาหารและมิติลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ ทั้งสองต่างตระหนักดีว่า อดีตอันเจ็บปวดได้ผ่านพ้นไปแล้ว และอนาคตไม่ว่าจะมีอุปสรรคขวากหนามสักเพียงใด พวกเขาจะก้าวเดินเคียงข้างกัน... คืนดวงใจให้แก่กันและกันอย่างแท้จริง
ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่กับพวกเขาได้ไม่นาน
ขณะที่หลินเฟยกำลังหลับตาซึมซับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้นที่ด้านหน้าร้าน เป็นจังหวะเคาะที่แปลกประหลาดและชวนให้ขนลุกเกรียว
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
จ้าวเหวินหลงชะงัก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองบานประตูทันที หลินเฟยผละออกจากอ้อมอกเขาด้วยความตกใจ เมื่อเงาดำทึบที่ทาบทับอยู่หลังกระจกใส ไม่ใช่เงาของชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นรูปร่างของบุคคลที่ควรจะอยู่ในเรือนจำทางตอนเหนือเมื่อสามปีก่อน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันอบอุ่นและลุ้นระทึกนี้ไปด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะพร้อมสำหรับบททดสอบบทต่อไปในตอนหน้าค่ะ!
ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 44
คืนใจให้แก่กัน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!