ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 27

ความร่วมมือร่วมใจ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
“ถ้าคุณยังเอาแต่ใช้ไม้พายผุๆ นั่นกวนดินผสมฟางอยู่แบบนี้ อีกสามวันบ้านเราก็คงได้แค่โครงร่างที่พร้อมจะพังลงมาทับหัวเราตอนพายุเข้าค่ะ” หลินเฟยวางถ้วยน้ำสมุนไพรลงบนขอบหน้าต่างไม้ชั่วคราว สายตาคมกริบของเธอมองจ้าวเหวินหลงที่กำลังเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้าคมเข้มด้วยหลังมือ สองมือหนาของเขาสั่นเล็กน้อยจากการโหมงานหนักติดต่อกันหลายวัน แต่เขากลับไม่ปริปากบ่นสักคำ จ้าวเหวินหลงวางจอบในมือลงแล้วหันมามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า แววตาของเขาที่เคยนิ่งเฉยดุจผืนน้ำในฤดูหนาวกลับมีความอ่อนโยนวูบไหวขึ้นมา “ผมแค่ไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยเกินไป การสร้างบ้านใหม่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในยุคที่วัตถุดิบหายากแบบนี้... ผมกลัวว่าเงินเก็บของคุณจะหมดไปกับแค่ค่าอิฐค่าปูน” “ใครว่าเงินฉันหมดคะ?” หลินเฟยเลิกคิ้ว ย่างกรายเข้าไปใกล้เขา กลิ่นหอมจางๆ จากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติลับในตัวเธอที่แฝงมากับกลิ่นเหงื่อของชายหนุ่มทำให้บรรยากาศรอบข้างดูอบอุ่นอย่างประหลาด “บ้านที่มั่นคงคือรากฐานของธุรกิจที่ยั่งยืน ถ้าบ้านเราแข็งแรงพอจะเป็นโกดังเก็บของได้ วันพรุ่งนี้ฉันจะเริ่มแปรรูปเนื้อสัตว์ให้มากขึ้น เราจะไม่ได้แค่สร้างบ้าน แต่เรากำลังสร้างอาณาจักรเล็กๆ ของเราต่างหากค่ะ” จ้าวเหวินหลงมองใบหน้ามุ่งมั่นของภรรยาในนาม เขาไม่เคยคิดเลยว่าจากหญิงสาวที่เคยถูกคนในหมู่บ้านตราหน้าว่าหัวอ่อน จะกลายเป็นเสาหลักที่เข้มแข็งจนเขาเองยังต้องทึ่ง เขาคว้ามือเธอมาวางบนฝ่ามือที่หยาบกร้านของตน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ตกลง ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น ผมก็จะสู้ไม่ถอย” ทั้งคู่เริ่มแบ่งงานกันอย่างเป็นระบบ จ้าวเหวินหลงรับหน้าที่งานหนักในการขึ้นโครงสร้างบ้าน ส่วนหลินเฟยใช้ความสามารถในการจัดสรรทรัพยากร เธออาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสังเกตหยิบไม้กระดานคุณภาพดีและตะปูเหล็กกล้าจากมิติลับออกมาสลับกับของเก่า ทำให้โครงสร้างบ้านที่กำลังสร้างมีความแข็งแรงผิดหูผิดตา ยามค่ำคืนเมื่อแสงตะเกียงเริ่มริบหรี่ ทั้งคู่จะนั่งล้อมวงกินอาหารที่หลินเฟยปรุงขึ้นจากวัตถุดิบชั้นดีที่นำออกมาจากมิติลับ กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นยาจีนโชยไปทั่วบริเวณจนเพื่อนบ้านต่างพากันสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวายเพราะเกรงใจในมาดนักเลงของจ้าวเหวินหลง ทว่า... ความสุขมักมีมารมาผจญเสมอ ในวันที่โครงสร้างบ้านหลักเสร็จสิ้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วชั่วคราว “โอ้โห... นี่หรือจ๊ะบ้านของหลานสาวตัวดี? สร้างได้หรูหราผิดกับฐานะจังเลยนะ ไหนดูสิว่าไปเอาเงินก้อนโตมาจากไหนมาผลาญเล่นแบบนี้!” สะใภ้รองตระกูลหลินก้าวเข้ามาด้วยท่าทางโอหัง สองตาของนางกวาดมองไปรอบบ้านอย่างสำรวจราวกับกำลังตีราคาของทุกชิ้น หลินเฟยที่กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกถุงเมล็ดพันธุ์ในห้องเก็บของชั่วคราวชะงักมือทันที เธอเดินออกไปเผชิญหน้ากับนางด้วยท่าทีสุขุม เย็นชา ไม่สะทกสะท้าน “บ้านของฉันจะสร้างด้วยอะไร มันก็เป็นสิทธิของฉันค่ะ สะใภ้รอง... ไม่ทราบว่าวันนี้ลมอะไรหอบเอาท่านมาถึงที่นี่? หรือว่างานในบ้านตัวเองยังไม่พอให้ท่านจัดการ จนต้องว่างมาตรวจตราบ้านคนอื่นเขา?” สะใภ้รองแค่นหัวเราะ “หลินเฟย อย่ามาทำปากดี! ชาวบ้านเขาลือกันทั่วว่าเธอมักลับเอาของดีๆ มาซ่อนไว้ ถ้าเธออยากให้เรื่องนี้เงียบไป ก็จงแบ่งกำไรจากการขายอาหารพวกนั้นมาให้ตระกูลหลินบ้าง ในฐานะที่ฉันเป็นอาสะใภ้ของเธอ!” จ้าวเหวินหลงวางขวานในมือลงเสียงดัง ปัง! ร่างสูงใหญ่ก้าวมายืนขวางหน้าหลินเฟยทันที แววตาคมกริบของเขาดั่งคมดาบที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ที่มาล่วงเกินภรรยา “ถ้าไม่อยากให้ผมต้องใช้กำลังต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ก็เชิญออกไปจากบ้านของผมเดี๋ยวนี้” สะใภ้รองหน้าถอดสี ถอยหลังไปสองก้าวด้วยความหวาดกลัว แต่ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะหันหลังกลับ สายตาของนางเหลือบไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่าง—มันคือกล่องโลหะสีเงินประหลาดที่หลินเฟยลืมเก็บเข้ามิติลับตอนรีบออกไปต้อนรับ! นางชะงักกึก ความโลภพุ่งพล่านในดวงตา “นั่นมันอะไรน่ะหลินเฟย? ของแบบนั้นไม่มีขายในสหกรณ์หมู่บ้านแน่ๆ... แกไปเอาของจากตลาดมืดมาใช่ไหม!” หลินเฟยหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอรีบหันไปมองกล่องโลหะใบนั้นและเตรียมจะพุ่งตัวเข้าไปหยิบ แต่สะใภ้รองกลับเร็วกว่า นางพุ่งตัวเข้าใส่โต๊ะนั้นด้วยหมายจะยึดของประหลาดนั่นมาเป็นหลักฐานประจาน ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของสะใภ้รองสัมผัสลงบนฝากล่อง ร่างของนางก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อต ก่อนจะล้มตึงลงไปนอนกองกับพื้นดิน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมานพลางร้องโอดครวญราวกับเห็นผีร้าย จ้าวเหวินหลงและหลินเฟยต่างตกตะลึง พวกเขามองหน้ากันด้วยความสับสน เพราะมิติลับของหลินเฟยไม่เคยมีระบบป้องกันตัวแบบนี้มาก่อน หรือว่าจะมีใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—ที่คอยเฝ้ามองดูความลับของเธออยู่จากในเงามืด? ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่เย็นเยียบและไม่คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของหลินเฟยเพียงคนเดียว... *“ระวัง... คนที่แอบดูอยู่หลังพุ่มไม้ทางทิศตะวันออก... เขาไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา”* หลินเฟยหันขวับไปทางทิศตะวันออกทันที และที่นั่น เธอเห็นเงาสีดำสายหนึ่งวูบหายไปในความมืด พร้อมกับทิ้งเศษผ้าสีเทาที่มีตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานรัฐบาลที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อนเอาไว้บนกิ่งไม้! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวสุดเข้มข้นในวันนี้ไปกับหลินเฟยด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%