เศษกระดาษสีหม่นในมือนั่นสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงบีบจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของหลินเฟย ตราประทับสีแดงชาดรูปนกเหยี่ยวสยายปีกที่มุมกระดาษนั้นเปรียบเสมือนลิ้นน้ำแข็งที่กรีดลงบนหัวใจของนาง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะปรากฏอยู่ในครัวบ้านไม้ซอมซ่อแห่งนี้
“หลินเฟย? เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมทำหน้าตาซีดเผือดเช่นนั้นเล่า”
เสียงทุ้มต่ำของจ้าวเหวินหลงดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้จนหลินเฟยได้กลิ่นหอมสะอาดของสบู่ก้อนและกลิ่นดินปืนจางๆ ที่ติดตัวเขามาเสมอ นางรีบซ่อนเศษกระดาษนั้นลงในแขนเสื้อด้วยความเร็วเหนือธรรมชาติ หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
จ้าวเหวินหลงขมวดคิ้ว เขาชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องที่ขอบกระดาษที่โผล่พ้นแขนเสื้อนางเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบดังผืนน้ำที่ไร้คลื่น “มีคนมาส่งจดหมายหรือ?”
“ไม่มีค่ะ... แค่เศษกระดาษที่ติดมากับปลาน่ะค่ะ คงเป็นขยะจากตลาด” หลินเฟยพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด นางหันไปเผชิญหน้ากับเขา พยายามฉีกยิ้มที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด “ท่านเองเถอะ กลับมาเสียมืดค่ำ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”
จ้าวเหวินหลงเงียบไปครู่ใหญ่ เขามองเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการอ่านทะลุเข้าไปในจิตใจ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปาก เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้นถี่ยิบราวกับคนร้อนรน มันไม่ใช่เสียงเคาะของผู้ที่มาหาปกติ แต่มันคือเสียงเคาะที่เป็นรหัสลับ—จังหวะหนักสามครั้ง หยุด แล้วอีกสองครั้งสั้น
ดวงตาของจ้าวเหวินหลงเปลี่ยนไปทันที ความอ่อนโยนที่เคยมีเลือนหายไปแทนที่ด้วยความแข็งกร้าวและเคร่งขรึมแบบทหารอาชีพ เขาหันไปมองประตู ก่อนจะหันกลับมาบีบไหล่หลินเฟยเบาๆ “อย่าออกมาข้างนอก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เข้าใจไหม?”
“เหวินหลง...” หลินเฟยคว้าแขนเสื้อเขาไว้ ความกังวลพุ่งพล่านในอก “ท่านจะไปไหน? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เขาไม่ตอบ เพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ที่ดูฝืนใจมาให้ ก่อนจะเดินไปเปิดประตู ร่างสูงใหญ่หายออกไปในความมืดของค่ำคืน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นไอความตึงเครียดที่อบอวลอยู่ในอากาศ หลินเฟยรีบวิ่งไปที่หน้าต่างแง้มม่านดูผ่านช่องไม้เก่าๆ นางเห็นชายร่างสูงในชุดสีเขียวขี้ม้าเข้มยืนรออยู่หน้าบ้าน รถจี๊ปคันหนึ่งจอดนิ่งสนิทโดยดับไฟหน้าไว้
การสนทนาเบาหวิวแต่เฉียบคมลอยเข้ามากระทบหู
“สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่ประเมินไว้ หน่วยข่าวกรองพบร่องรอยการเคลื่อนไหวของกลุ่มกบฏในเขตชายแดน มีบัญชีรายชื่อสายลับสองชั้นหลุดออกมา... และหนึ่งในนั้นมีชื่อของท่าน” ชายในชุดเขียวขี้ม้ากระซิบ
จ้าวเหวินหลงนิ่งไป ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงเรียบสนิท “ข้าปลดประจำการแล้ว เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับข้า”
“มันจะเกี่ยวกับท่านทันที เมื่อพวกมันรู้ว่าท่านคือคนเดียวที่ถือครองรหัสผ่านชุดสุดท้ายก่อนที่หน่วยของท่านจะถูกยุบไป!”
เสียงเครื่องยนต์รถจี๊ดคำรามขึ้น หลินเฟยเห็นจ้าวเหวินหลงหันกลับมามองบ้านของนางเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวขึ้นรถไป ทิ้งให้นางยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังบานหน้าต่าง ความเงียบที่ตามมานั้นน่ากลัวกว่าเสียงปืนเสียอีก
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง... สองชั่วโมง... สามชั่วโมง
หลินเฟยเดินวนไปวนมาในห้องครัว ความคิดฟุ้งซ่านแล่นพล่านในหัว บัญชีรายชื่อนั่น! เศษกระดาษที่นางพบในจานปลา มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือคำเตือน หรืออาจจะเป็นรหัสลับที่คนร้ายจงใจทิ้งไว้เพื่อล่อให้นางตกอยู่ในอันตราย? สะใภ้รองตระกูลหลินมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ นางเป็นแค่คนโลภในหมู่บ้าน หรือนางคือหมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองที่ซับซ้อนนี้กันแน่?
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูที่เบาหวิวและตะกุกตะกักดังขึ้น หลินเฟยสะดุ้งสุดตัว นางคว้ามีดทำครัวที่ลับจนคมกริบไว้ในมือแน่น หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ นางย่องไปที่ประตู พยายามฟังเสียงภายนอก
“ใครคะ?” นางถามเสียงสั่น
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงวัตถุบางอย่างถูกสอดเข้ามาใต้ช่องว่างของประตูไม้ หลินเฟยรอจนแน่ใจว่าไม่มีเงาคนอยู่ใกล้ๆ จึงค่อยๆ เปิดประตูออก สิ่งที่พบคือซองจดหมายสีน้ำตาลปิดผนึกด้วยขี้ผึ้งสีดำสนิท บนซองจดหมายมีลายมือที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ลายมือของจ้าวเหวินหลง
มือของนางสั่นเทาขณะแกะซองจดหมายออก ในนั้นมีเพียงกุญแจดอกหนึ่งกับกระดาษโน้ตสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า: *“ถ้าภายในรุ่งสางข้ายังไม่กลับมา ให้เปิดกล่องไม้ใต้พื้นเตาไฟ แล้วหนีไปที่สถานีรถไฟทางทิศเหนือ อย่าไว้ใจใคร แม้แต่เงาของเจ้าเอง”*
ยังไม่ทันที่หลินเฟยจะได้หายใจทั่วท้อง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงกระแทกประตูรั้วจนพังครืน นางเห็นเงาคนห้าหกคนในชุดดำสนิทถือกระบอกปืนยาวพุ่งตรงมาที่บ้านของนาง โดยมีร่างของสะใภ้รองตระกูลหลินเดินยิ้มร่าอยู่ข้างหลังชายชุดดำเหล่านั้น
“ค้นให้ทั่ว! นางนั่นแหละที่ซ่อนของไว้!” เสียงของสะใภ้รองตะโกนสั่งด้วยความสะใจ
หลินเฟยกัดฟันแน่น นางรีบมุดลงไปใต้เตาไฟด้วยความเร็วที่ทำเอาตัวเองยังตกใจ กุญแจในมือสั่นระริกขณะไขเข้ากับกล่องไม้ปริศนาใต้พื้นดิน ทันทีที่ฝากล่องเปิดออก แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ก็สว่างวาบขึ้น มันไม่ใช่ทองคำหรือเงินทอง แต่มันคือไฟล์ข้อมูลลับที่อาจเปลี่ยนชะตากรรมของคนทั้งประเทศได้!
ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะคว้าไฟล์นั้น เสียงประตูบ้านก็ถูกพังทลายลงพร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้ามาทางห้องครัว!
หลินฮวายุคปฏิรูปหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารี้ดเดอร์จะเอาใจช่วยหลินเฟยให้รอดพ้นจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ไปได้ด้วยกันนะคะ
ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 35
จ้าวเหวินหลงถูกเรียกตัวไปงานด่วน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!