"นี่เจ้ายังจะหน้าด้านเอาตัวรอดไปได้อีกนานแค่ไหนกัน หลินเฟย! ของในตู้กับข้าวร่อยหรอจนเห็นก้นตู้แล้ว ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ก็เตรียมตัวถูกขายไปเป็นเมียพ่อหม้ายหมู่บ้านข้างๆ ได้เลย!"
เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลหลินดังทะลุผ่านผนังดินเหนียวที่ผุพังเข้ามา หลินเฟยนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเตาที่เย็นเฉียบ มือเรียวบางของนางกำผ้าห่มผืนเก่าจนสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความอดทนที่ใกล้จะขาดสะบั้น นางเพิ่งทะลุมิติมาอยู่ในร่างที่ถูกรังแกจนแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่ในเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้ 'หลินเฟย' คนนี้มาสวมร่างแทนที่ นางก็จะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ใครขยี้เล่นอีกต่อไป
"ท่านป้าไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ถ้าข้าต้องอดตาย ข้าก็คงมีวิธีจัดการตัวเอง แต่คนปากจัดที่เที่ยวแช่งคนอื่นอย่างท่านป้า ระวังเถอะค่ะ... ผลกรรมจะตามทันเร็วกว่าที่คิด" หลินเฟยโต้กลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นชาจนคนฟังถึงกับชะงัก
"นังเด็กปากดี!" เสียงถีบประตูบ้านดังโครมคราม แต่หลินเฟยไม่ได้สนใจ นางเบนสายตามายังรอยประทับรูปดอกบัวที่ข้อมือซ้าย ซึ่งเริ่มร้อนผ่าวราวกับจะหลอมละลาย
ทันทีที่สะใภ้รองเดินกระแทกเท้าจากไป หลินเฟยก็รีบถอยกลับไปที่มุมมืดของห้อง นางยกข้อมือขึ้นเพ่งมอง ความร้อนนั้นเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าแล่นเข้าสู่สมอง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ฝาผนังบ้านดิน แต่เป็นภาพที่ทำให้ลมหายใจของนางแทบหยุดเต้น
ชั้นวางสินค้าเรียงรายเป็นระเบียบ แสงไฟสีขาวนวลจากหลอดฟลูออเรสเซนต์สว่างไสว แถวสินค้าอุปโภคบริโภคที่นางคุ้นเคยจากโลกก่อน... ซูเปอร์มาร์เก็ตครบวงจร!
หัวใจของหลินเฟยเต้นรัว นางก้าวขาเข้าไปในพื้นที่ว่างเปล่ากลางอากาศ กลิ่นสะอาดของน้ำยาทำความสะอาดและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเบเกอรี่อบใหม่เตะเข้าจมูก นางหยิบถุงข้าวหอมมะลิชั้นดีที่วางอยู่บนชั้นขึ้นมา น้ำหนักของถุงที่อยู่ในมือยืนยันว่านี่ไม่ใช่ภาพหลอน มันคือความจริง!
"นี่มัน... พลังของมิติลับงั้นหรือ?" นางพึมพำ ก่อนจะสายตาเหลือบไปเห็นป้ายราคาที่เปลี่ยนจากตัวเลขเป็น 'ค่าพลังงานชีวิต' นางไม่ได้ใช้เงินซื้อ แต่ใช้พลังงานจากร่างกายแลกเปลี่ยน
หลินเฟยรีบคว้าเนื้อหมูสามชั้นสดๆ และไข่ไก่หนึ่งแผงมาใส่ตะกร้า ทันทีที่นางคิดถึงการกลับออกไป สิ่งของเหล่านั้นก็ติดมือออกมาด้วย นางวางของลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ แววตาของนางเปลี่ยนจากความอ่อนแอเป็นความมุ่งมั่น นี่คืออาวุธที่จะทำให้นางสะบัดความจนทิ้งไปเสียที
ขณะที่นางกำลังสาละวนอยู่กับการจุดไฟเพื่อทำอาหาร กลิ่นหอมฟุ้งของหมูผัดซีอิ๊วก็โชยออกจากบ้านดินหลังเก่า ท่ามกลางความเงียบงันของหมู่บ้านยามค่ำคืน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนหยุดลงที่หน้าบ้าน
"ใคร?" หลินเฟยชักมีดทำครัวขึ้นมาทันที
เงามืดตรงหน้าก้าวเข้ามาในแสงจันทร์เผยให้เห็นใบหน้าคมสัน จมูกโด่งเป็นสัน และดวงตาที่ดุดันแต่ทว่าแฝงความห่วงใย จ้าวเหวินหลง... ชายที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว แต่เขากลับเป็นคนเดียวที่เคยยื่นก้อนแป้งให้นางเมื่อตอนที่นางหิวโหยจนเกือบสิ้นใจ
"กลิ่นอาหารทำเจ้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดรู้ไหม" เสียงทุ้มต่ำของเขากล่าวขึ้น มือหนาของเขาวางกระปุกยาลงบนโต๊ะ "คนในหมู่บ้านเริ่มระแคะระคายเรื่องที่เจ้ามีของกิน หากไม่อยากให้พวกป้าสะใภ้บุกมาปล้น เจ้าควรปิดหน้าต่างให้มิดชิดกว่านี้"
หลินเฟยมองเขานิ่ง นางสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา "ขอบใจนะ... แต่ท่านมาที่นี่ทำไม ดึกดื่นขนาดนี้ไม่กลัวเสียชื่อเสียงหรือคะ?"
จ้าวเหวินหลงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินจากไป แต่เขากลับหยุดเท้าลงแล้วหันมามองนางด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนนางใจสั่น "เพราะข้าเห็นเงาคนถือมีดดักซุ่มอยู่หลังบ้านเจ้าตั้งแต่หัวค่ำ... ข้าแค่มาดูให้แน่ใจว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่"
เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะหายลับไปในเงามืด ทิ้งให้หลินเฟยยืนงุนงงอยู่เพียงลำพัง ทว่าในจังหวะที่นางหันหลังกลับเพื่อจะปิดประตู สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับร่างของชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบที่ยืนซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้หน้าบ้าน พร้อมกับปืนที่เล็งตรงมาที่ห้องของนาง... และเขาก็คือคนของสะใภ้รองที่นางเพิ่งจะต่อปากต่อคำด้วย!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหลินเฟยในก้าวแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 2
ของขวัญจากฟ้า มิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!