# ทะลุมิติสู่ยุค 70 ในร่างที่หิวโหย
“ถ้าแกยังกล้ากินข้าวเกินหนึ่งชามอีกแม้แต่คำเดียว คืนนี้ก็นอนในเล้าหมูไปซะ อีเด็กผลาญข้าวสุก!”
เสียงแหลมสูงบาดหูของสตรีวัยกลางคนดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก หลินเฟยสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่แสงแดดหรือเสียงนกร้องอย่างที่ใครหลายคนมักพบเจอ แต่เป็นกลิ่นสาบของฟางเก่าๆ กลิ่นอับชื้นที่ชวนให้สะอิดสะเอียน และความหิวโหยที่กัดกินจนกระเพาะบิดมวนราวกับมีใครเอามือมาขยำข้างใน
หลินเฟยพยายามลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเพดานมุงหญ้าคาที่พุพังจนเห็นท้องฟ้าสีเทาหม่นผ่านรูโหว่ ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วในอากาศที่หนาวเหน็บจนเข้าถึงกระดูก ร่างกายของนางในขณะนี้ผอมโซจนเห็นกระดูกซี่โครงชัดเจน มือที่วางอยู่บนตักหยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการทำงานหนัก
"นังตัวดี! หูหนวกหรือไง! ข้าถามว่าแกจะเอาหน้าด้านกินข้าวที่เหลืออยู่นั่นอีกทำไม ในเมื่อวันนี้แกยังไม่ได้ออกไปเก็บฟืนสักกิ่ง!"
'สะใภ้รองตระกูลหลิน' ในชุดผ้าหยาบสีตุ่นยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้า นางถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความรังเกียจ แววตาที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความชิงชังและการกดขี่ที่สั่งสมมานานนับปี
หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ความทรงจำที่สับสนปนเปค่อยๆ ไหลบ่าเข้ามาดั่งกระแสน้ำเชี่ยว นางไม่ใช่เด็กสาวกำพร้าผู้โง่เขลาคนนี้ แต่คือหลินเฟย นักธุรกิจหญิงที่เพิ่งจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในโลกยุคใหม่ ทว่าอุบัติเหตุเพียงเสี้ยววินาทีกลับพานางมาติดอยู่ในร่างของ 'หลินเฟย' เด็กสาววัยสิบแปดปีในยุค 1976 ยุคสมัยที่ความอดอยากแผ่ซ่านไปทุกหย่อมหญ้า
"ท่านป้า... ข้าไม่ได้กินข้าวชามนั้น ข้าเพียงแต่นั่งพัก" เสียงของนางแหบแห้งและสั่นเครือ แต่นัยน์ตาที่เงยขึ้นสบกับหญิงตรงหน้ากลับมีความนิ่งสงบอย่างประหลาด หลินเฟยพยุงตัวลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก แม้ร่างนี้จะอ่อนแอเพียงใด แต่จิตวิญญาณของนักสู้ไม่เคยยอมสยบให้ใคร
"พัก? ในบ้านตระกูลหลินไม่มีที่สำหรับคนขี้เกียจ!" สะใภ้รองพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของนางหวังจะลากไปหลังบ้าน ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วหยาบกร้านสัมผัสตัวหลินเฟย เสียงกริ่งใสๆ ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของนางทันที
*ติ๊ง! ระบบซูเปอร์มาร์เก็ตครบวงจรเปิดใช้งาน... สินค้าคงคลัง: ว่างเปล่า... พลังงานสะสม: 0...*
หลินเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น นี่คือของขวัญเพียงหนึ่งเดียวที่นางติดตัวข้ามมิติมาสินะ แต่น่าเสียดายที่มันยังอยู่ในโหมด 'ปิดตาย' เนื่องจากพลังงานไม่เพียงพอ นางต้องหาทางรอดก่อนที่จะถูกหญิงใจร้ายคนนี้ทารุณไปมากกว่านี้
"ป้าสะใภ้รอง หากท่านคิดจะตีข้าให้ตาย ข้าคงต้องขอเตือนว่า ในยามนี้ทางฝ่ายผลิตของหมู่บ้านกำลังตรวจสอบบัญชีเสบียงอยู่ หากท่านทำให้ข้าบาดเจ็บจนทำงานไม่ได้ ข้าคิดว่าท่านคงต้องเป็นคนรับผิดชอบเสบียงที่ขาดหายไปเองทั้งหมด" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด นางไม่ได้ตะคอก แต่ทุกคำพูดแฝงไปด้วยความหมายที่ทำให้สะใภ้รองถึงกับชะงัก
"นังเด็กนี่! แกกล้าขู่ข้าหรือ!" สะใภ้รองหน้าเปลี่ยนสีไปชั่วขณะ นางรู้ดีว่าสถานการณ์ในครอบครัวตอนนี้ตึงเครียดเพียงใด หากเกิดเรื่องฉาวโฉ่ขึ้นมา ชื่อเสียงของนางในหมู่บ้านย่อมได้รับผลกระทบ
"ข้าไม่ได้ขู่ แต่ข้ากำลังบอกความจริงท่านตามที่พี่สะใภ้สอนเสมอว่า 'ครอบครัวต้องพึ่งพาอาศัยกัน' หรือท่านจะบอกว่าท่านอยากให้คนในหมู่บ้านรู้ว่าท่านปล่อยให้หลานสาวอดตายจนไม่มีแรงทำงานให้ทีมผลิต?"
สะใภ้รองกำหมัดแน่น ขบกรามจนเสียงดังกรอด สายตาที่มองหลินเฟยเปลี่ยนไป จากความดูถูกกลายเป็นความระแวง นางไม่เคยเห็นหลินเฟยพูดจาโต้ตอบได้ฉะฉานเช่นนี้มาก่อน
"ดี! งั้นวันนี้ไม่ต้องกินอะไรทั้งนั้น ออกไปหาน้ำผึ้งป่าบนเขามาให้ข้าภายในเย็นนี้ ถ้าไม่ได้มา อย่ากลับเข้าบ้าน!" สะใภ้รองกระแทกเสียงก่อนจะสะบัดก้นเดินจากไป ทิ้งให้หลินเฟยยืนเคว้งคว้างอยู่กลางกระท่อมที่หนาวเหน็บ
หลินเฟยทรุดตัวลงนั่ง หายใจหอบถี่ ความหิวโหยเริ่มโจมตีหนักขึ้นเรื่อยๆ นางมองไปรอบๆ ห้อง เห็นเพียงหม้อดินเผาที่ว่างเปล่ากับฟางรองนอนที่เริ่มเน่าเปื่อย นางรู้ดีว่าการจะรอดในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อมีมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในตัว ต่อให้ต้องเผชิญกับพายุโหมกระหน่ำ นางก็พร้อมจะสู้จนถึงที่สุด
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นจากด้านนอกกระท่อม เสียงเปิดประตูไม้เก่าๆ ที่ดัง 'เอี๊ยดอ๊าด' ทำให้หลินเฟยต้องหันไปมอง ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารเก่าๆ ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งอยู่ในเงา ทว่าแววตาที่คมกริบนั้นกลับจับจ้องมาที่นางไม่วางตา
"เจ้า... คือคนที่สะใภ้รองจะส่งไปตายบนเขางั้นรึ?" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยถาม แต่ก่อนที่หลินเฟยจะได้ทันตอบโต้อะไร ร่างของชายหนุ่มก็ก้าวเข้ามาใกล้จนนางรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล เขาโยนห่อผ้าที่มัดไว้อย่างแน่นหนาลงบนพื้นไม้ เสียงกระทบของมันหนักแน่นจนหลินเฟยใจสั่น
"ในนั้นมีซาลาเปาไส้หมูที่เหลือจากมื้อกลางวัน... กินซะ ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจเอาไปโยนทิ้งให้หมาที่ท้ายหมู่บ้าน"
หลินเฟยมองซาลาเปาในห่อผ้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้มีกลิ่นอายของอันตรายแฝงอยู่ในความใจดีนั้น ความสับสนและโชคชะตาที่พลิกผันกำลังเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนี้เอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับหลินเฟยในก้าวแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 1
ทะลุมิติสู่ยุค 70 ในร่างที่หิวโหย
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!