ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี•ตอนที่ 15

จ้าวเหวินหลงออกโรง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
“ใครกันที่บอกว่าสวรรค์มีตา... แล้วใครกันที่มั่นใจเหลือเกินว่าคนอย่างหลินเฟยจะตกอับ?” น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งละลายในฤดูใบไม้ผลิเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานกว้างหน้าหมู่บ้าน สายตาของชาวบ้านนับสิบชีวิตหันไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว สะใภ้รองตระกูลหลินที่กำลังฉีกยิ้มกว้างถึงหูพลันชะงักกึก ความมั่นใจที่เคยพองโตเหี่ยวเฉาลงในพริบตาเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวผ่านกลุ่มชาวบ้านเข้ามา จ้าวเหวินหลงไม่ได้ดูร้อนรน เขาอยู่ในชุดเสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าทหารที่เก่าคร่ำแต่สะอาดสะอ้าน ไหล่กว้างผายออกราวกับเป็นกำแพงที่ไม่มีวันพังทลาย เขาเดินตรงมาหยุดยืนข้างกายหลินเฟยโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแลตัวร้ายที่กำลังตัวสั่นเทา “เหวินหลง... นี่มันเรื่องของครอบครัวข้า” สะใภ้รองพยายามเค้นเสียงแข็ง ทั้งที่มือไม้เริ่มสั่นระริก “ครอบครัวหรือ?” จ้าวเหวินหลงแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง “คนที่พยายามใส่ร้ายหลินเฟยด้วยข้อหาขโมยของจากโรงงานเพื่อหวังฮุบที่ดินทำกินของนางเช่นท่าน... นับว่าเป็น ‘ครอบครัว’ ที่น่ารังเกียจที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมาเลยทีเดียว” หลินเฟยยืนนิ่ง แผ่นหลังของเขาที่บังแดดให้เธอทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เคยมีมลายหายไป เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความอบอุ่นจางๆ จากตัวเขา กลิ่นเหมือนแดดอ่อนๆ และถ่านไม้ที่คุโชน มันช่างต่างจากกลิ่นเหม็นอับของความโลภในใจคนรอบข้างเหลือเกิน “เจ้ามีหลักฐานหรือไง!” สะใภ้รองแผดเสียงสู้ “หลินเฟยนางเอาเนื้อหมูชิ้นนั้นมาจากไหนในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้! ถ้าไม่ใช่ขโมยมาแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?” หลินเฟยขยับตัวก้าวออกมาจากหลังของจ้าวเหวินหลง เธอไม่ได้ดูหวาดกลัวแม้แต่น้อย ใบหน้างดงามที่เคยดูเหนื่อยล้าพลันเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย แววตาคมกริบสะท้อนภาพสะใภ้รองราวกับมองทะลุไปถึงไส้พุง “สะใภ้รอง ท่านลืมไปแล้วหรือว่าคนเราหากขยันขันแข็งและมีฝีมือ ย่อมหาหนทางรอดได้เสมอ เนื้อหมูชิ้นนั้นข้าแลกมาด้วยมันฝรั่งที่ปลูกเองกับมือ ท่านอยากไปดูแปลงผักหลังบ้านข้าไหมล่ะ? หรือว่าท่านอยากจะให้คนของโรงงานมาพิสูจน์กันที่นี่เลยว่า เนื้อที่ข้ามี กับเนื้อที่หายไปจากโรงงานของท่าน มันคนละเกรดกัน?” คำพูดของหลินเฟยราวกับสายฟ้าฟาด ชาวบ้านเริ่มหันไปซุบซิบกันอื้ออึง ใครๆ ก็รู้ว่าสะใภ้รองชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งหลินเฟยมานาน แต่ครั้งนี้ดูเหมือนนางจะเล่นกับไฟที่เผาตัวเองจนเกรียม จ้าวเหวินหลงก้าวขึ้นหน้าไปอีกก้าวหนึ่งเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้สะใภ้รองถอยกรูดไปสามก้าว “ในเมื่อท่านอยากพิสูจน์นัก ข้าเองก็มีสหายในโรงงานที่คอยดูแลบัญชีสินค้าอยู่พอดี จะให้ข้าไปตามเขากลับมาตรวจสอบความบริสุทธิ์ของหลินเฟยตอนนี้เลยไหมล่ะ? แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะ ถ้าผลปรากฏว่าท่านโกหก... โทษของการใส่ร้ายผู้อื่นให้เสื่อมเสียชื่อเสียงในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การขอโทษแล้วจบไปหรอกนะ” ความเงียบเข้าปกคลุมลานหมู่บ้านอีกครั้ง คราวนี้เป็นความเงียบที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก สะใภ้รองหน้าซีดเผือดเหมือนคนป่วยใกล้ตาย เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม นางไม่คิดว่าจ้าวเหวินหลงที่เคยเป็นเพียงทหารนิ่งเงียบจะกล้าออกมาปกป้องเด็กสาวที่ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวซวยอย่างออกหน้าออกตาขนาดนี้ “พวกเจ้า... พวกเจ้าสองคนมันตัวแสบจริงๆ!” สะใภ้รองตะโกนทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของชาวบ้านที่เริ่มตาสว่าง หลินเฟยถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอเงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้น “ขอบคุณค่ะ พี่เหวินหลง” เขาก้มลงมองเธอ สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงทันที “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอกหลินเฟย ข้าแค่พูดในสิ่งที่ควรพูด... แล้วก็ ข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากจะคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว” เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลหยาบๆ ที่มีรอยยับย่นออกมา แล้วยื่นให้เธอ “นี่คือสิ่งที่ข้าพบในยุ้งฉางของสะใภ้รองเมื่อคืนนี้ ตอนที่ข้าไปสืบดูพฤติกรรมของนาง... เจ้าคงไม่อยากเชื่อว่านางแอบซ่อนอะไรไว้บ้าง” หลินเฟยรับห่อกระดาษนั้นมา หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นรอยประทับตราสีแดงฉานบนแผ่นกระดาษที่หลุดออกมาจากห่อ มันไม่ใช่แค่ของขโมยธรรมดา แต่มันคือตราประทับลับของทางการที่หายไปเมื่อสัปดาห์ก่อน และถ้าสิ่งนี้ตกอยู่ในมือสะใภ้รอง... นั่นหมายความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การทะเลาะวิวาทของครอบครัว แต่มันกำลังจะกลายเป็นคดีความที่ไม่มีใครเอาตัวรอดได้ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำให้เลือดในกายของหลินเฟยเย็นเฉียบ “หยุดอยู่ตรงนั้น! ห้ามใครขยับ! เรามาที่นี่เพื่อตรวจค้นบ้านพักในข้อหา ‘ซ่องสุมสิ่งผิดกฎหมายของรัฐ’!” หลินเฟยหันไปมองจ้าวเหวินหลงด้วยความตื่นตระหนก ในขณะที่ชายหนุ่มคว้ามือเธอไว้แน่น สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันและตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “อย่ากลัว... ตามข้ามาทางหลังบ้าน ทันทีที่ข้าบอกให้วิ่ง เจ้าจงอย่าหันหลังกลับไปเด็ดขาด!” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หลินเฟยในเส้นทางที่ไม่ง่ายนี้เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาไปยุค 70 พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตติดตัว: สะบัดความจน สู่เส้นทางเศรษฐี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%