"ถอยไป... เยี่ยจื่อซี เจ้าไม่มีสิทธิ์มาตายแทนข้า!"
สุ้มเสียงแหบพร่าทว่าเปี่ยมด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวดังลอดไรฟันที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตสีชาด หลี่มู่เฉินสะบัดกายยืนหยัดขึ้น ท่ามกลางซากปรักหักพังของมหาค่ายกลดาราดับสูญ ร่างกายของเขาในยามนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงของเทพเซียนผู้ทะนงตน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงฉาน บาดแผลฉกรรจ์นับไม่ถ้วนกรีดลึกจนเห็นกระดูกและเส้นชีพจรที่ขาดวิรัง ทว่านัยน์ตาคู่คมกริบกลับดุดันดุจพญามาร ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อเงื้อมมือมรณะเบื้องหน้า
เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือ 'อสูรบรรพกาลเก้าวิญญาณ' สิ่งมีชีวิตจากขุมนรกโลกันต์ที่ถูกปลุกขึ้นด้วยอักขระต้องห้าม มันแผ่ไอสังหารสีดำทมิฬปกคลุมท้องนภาจนมืดมิด รัศมีแรงกดดันระดับขั้นราชันย์สวรรค์บดขยี้มิติรอบด้านจนแตกร้าวเป็นรอยแยกสีดำสนิท และเป้าหมายของมันในวินาทีนี้ คือการปลิดชีพเซียนสาวผู้สง่างามราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขา
เยี่ยจื่อซีเซถอยหลังไปสองก้าว กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริก ปราณเซียนในร่างปั่นป่วนจนถึงขีดสุด นางเพิ่งฝืนใช้เคล็ดวิชาลับ 'หิมะโปรยเก้าชั้นฟ้า' สกัดกั้นการโจมตีระลอกแรกเพื่อปกป้องเขา แต่นั่นแลกมาด้วยการที่เส้นชีพจรปราณเกือบทั้งหมดแหลกสลาย มุมปากของนางมีสายโลหิตไหลริน สีหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ทว่าแววตาที่มองหลี่มู่เฉินกลับเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำใดออกมา
"ข้า... ไม่ยอมให้ท่านตาย" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างอรชรพยายามฝืนพยุงกายขึ้นยืนเคียงข้างเขา แม้เรียวขาจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ก็ตาม "ในเมื่อเราก้าวเข้าสู่เส้นทางบำเพ็ญนี้ด้วยกันแล้ว ชีวิตของท่าน... ย่อมมีค่ามากกว่าตัวข้า"
"เจ้าคนโง่!" หลี่มู่เฉินคำรามลั่นในลำคอ หัวใจที่ด้านชามานับพันปีกลับเจ็บแปล๊บขึ้นมาอย่างรุนแรงราวกับถูกกระบี่นับพันเล่มแทงซ้ำ จุดจบของการฝืนลิขิตสวรรค์คือความตาย แต่นางกลับเลือกที่จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อต่อลมหายใจให้เขา
โฮกกกก—!
เสียงคำรามสะเทือนเลื่อนลั่นของอสูรบรรพกาลดังกึกก้อง มันไม่ปล่อยให้ทั้งคู่ได้ร่ำลา กรงเล็บมหึมาที่อาบด้วยเปลวเพลิงสีนิลพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง เป้าหมายคือร่างของเยี่ยจื่อซีที่ไร้ซึ่งพลังป้องกัน!
ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยวลมหายใจ ร่างของหลี่มู่เฉินเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าแลบ ทะยานเข้าขวางหน้าหญิงสาวไว้ด้วยสัญชาตญาณดิบแห่งความรักและความปกป้อง
*ฉึบบึ้ม—!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกฉีกกระชากดังสนั่นหวั่นไหว กรงเล็บมหึมาทะลุผ่านแผ่นหลังของหลี่มู่เฉินอย่างโหดเหี้ยม โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นราวกับสายฝนโปรยปรายย้อมผืนปฐพีให้กลายเป็นสีแดงฉาน แรงปะทะมหาศาลซัดร่างทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศละทาง หลี่มู่เฉินกระแทกเข้ากับแท่นหินโบราณจนมันแหลกละเอียดเป็นผุยผง กระอักเลือดคำโตออกมาจนย้อมอาภรณ์ชุ่มโชก
"มู่เฉิน—!"
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความแตกสลายและร้าวรานดังมาจากเยี่ยจื่อซี นางลืมเลือนความเจ็บปวดทั้งปวง พุ่งกายเข้าไปประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของชายหนุ่มขึ้นมาอย่างลิบลี้ ลมหายใจของหลี่มู่เฉินแผ่วเบาราวกับเปลวเทียนในสายลม ร่างกายเย็นเฉียบจนน่าใจหาย นัยน์ตาที่เคยคมปลาบดุดันเริ่มพร่ามัวลงทุกขณะ
"อย่า... ร้องไห้..." หลี่มู่เฉินยกมือที่สั่นเทาขึ้นสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของนาง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่ซีดเซียว "เจ้าเป็นถึง... เซียนผู้เย็นชา... ไร้ความรู้สึก... การหลั่งน้ำตา... ไม่เหมาะกับเจ้าเลยสักนิด..."
"ข้าไม่เป็นเซียนแล้ว... ข้าไม่ต้องการเป็นอะไรทั้งนั้นถ้าไม่มีท่าน!" เยี่ยจื่อซีโอบกอดร่างชุ่มเลือดของเขาแน่น หยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังร่วงหล่นกระทบใบหน้าของชายหนุ่ม นางถ่าย
เทปราณเซียนเฮือกสุดท้ายทั้งหมดเข้าสู่ร่างของเขาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ ทว่ามันราวกับการงมเข็มในมหาสมุทร บาดแผลจากอสูรบรรพกาลแฝงไว้ด้วยไอทมิฬที่กัดกินทั้งร่างกายและวิญญาณ
อสูรบรรพกาลเก้าวิญญาณก้าวเดินเข้ามาใกล้ มันอ้าปากกว้างเตรียมปลิดชีพทั้งสองให้สิ้นซากในคราเดียว แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายปกคลุมราวกับความตายกำลังกวักมือเรียก
หลี่มู่เฉินมองภาพหญิงสาวที่กำลังร่ำไห้จนแทบขาดใจ แววตาของเขากลับทอประกายเด็ดเดี่ยวขึ้นมาวับหนึ่ง เขาขบกรามแน่นจนเลือดไหลซึม สำนึกแห่งกระบี่โบราณในห้วงสมุทรวิญญาณเริ่มสั่นสะท้านอย่างบ้าระห่ำ ปราณกระบี่เก้าสวรรค์ที่ถูกผนึกไว้ถูกกระตุ้นขึ้นด้วยเจตจำนงสุดท้ายที่จะปกป้องนาง แม้จะต้องเผาผลาญอายุขัยและดวงวิญญาณทั้งหมดที่มีก็ตาม!
ในวินาทีที่กรงเล็บมรณะกำลังจะพุ่งทะลวงศีรษะของเยี่ยจื่อซี หลี่มู่เฉินก็รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายผลักนางออกไปให้พ้นวิถี พร้อมกับที่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามฉาน เปลวเพลิงแห่งวิญญาณลุกโชนท่วมร่างของเขาอย่างน่าสะพรึงกลัว!
"หากเจ้าอยากได้ชีวิตนาง... ก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน!"
กระบี่โบราณในห้วงมิติพุ่งทะยานออกมารับมือกับอสูรด้วยอภินิหารอันตระการตา ทว่าในวินาทีที่กระบี่เล่มนั้นชักออกจากฝักอย่างสมบูรณ์ พื้นดินเบื้องล่างกลับแยกตัวออกเป็นเหวลึก ท้องนฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด และเงาร่างลึกลับอันทรงพลังผู้หนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น...
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และส่งพลังใจให้กันมาจนถึงบทนี้นะคะ
ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ•ตอนที่ 29
เสียสละเพื่อเธอ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!