ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ•ตอนที่ 28

กอบกู้โลกเซียน

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องม่านเมฆา ดุจห่าฝนโลหิตที่ร่วงหล่นชะล้างแผ่นดินเซียนให้แปดเปื้อน ณ ใจกลางมหาค่ายกลดาราดับสูญ ร่างของจอมมารหนานกงเทียนผู้ถือครองอาญาสวรรค์กำลังแผ่ไอทมิฬมหาสมุทรเก้าชั้นฟ้าออกมาปกคลุมทั่วหล้า แรงกดดันระดับบรรพกาลบดขยี้ภูผาทั้งเก้าลูกให้กลายเป็นผุยผงในพริบตา ท้องนภากลายเป็นสีเลือดไร้แสงตะวัน ความหวังสุดท้ายของยุทธภพกำลังริบหรี่ดุจเปลวเทียนในสายลมพายุ หลี่มู่เฉินยืนหยัดอยู่บนซากปรักหักพังของตำหนักเซียน อาภรณ์สีขาวบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ทั้งโลหิตของศัตรูและของตนเอง ภายในร่างปราณแท้จริงปั่นป่วนจนเส้นชีพจรแทบขาดสะบั้น ทว่าดวงตาสีดำสนิทกลับคมกริบดุจคมกระบี่โบราณที่ผ่านการลับคมในไฟนรก เขาไม่ได้หวาดกลัวความตาย เพราะสำหรับเขาแล้ว ความตายเป็นเพียงการเดินทางกลับคืนสู่ห้วงนิทราอันยาวนาน—ทว่าเบื้องหลังเขายังมีนาง "มู่เฉิน... ถอยไป เจ้าไม่อาจรับมือมันด้วยสภาพนี้" เสียงหวานใสที่เคยเย็นชาราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดู บัดนี้เจือด้วยความสั่นเครือเล็กน้อย เยี่ยจื่อซีในชุดอาภรณ์สีม่วงอ่อนปลิวไสว กระบี่เซียนจันทราในมือสั่นระริก ปลายกระบี่หยดหยาดโลหิตสีฟ้าครามซึ่งเป็นพลังกำเนิดเซียนของนางเอง นางก้าวขึ้นมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่เขา แผ่นหลังบอบบางที่มักจะโดดเดี่ยวและทะนงตนเสมอ บัดนี้กลับยอมผสานจิตวิญญาณแห่งเซียนเข้ากับเขาอย่างไร้เงื่อนไข หลี่มู่เฉินหันไปมองสตรีที่ดื้อรั้นที่สุดในสามภพผู้นี้ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง ท่ามกลางความตายที่รายล้อม "ศิษย์น้อง... เจ้าเคยบอกว่าเกลียดการตายเคียงข้างข้ามิใช่หรือไฉนวันนี้จึงเปลี่ยนใจเล่า" "หุบปากของท่านเสีย หลี่มู่เฉิน หากวันนี้เราต้องดับสูญพร้อมกัน ข้าจะจดจำชื่อเจ้าไปทรมานต่อในปรภพ" เยี่ยจื่อซีกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน ทว่าดวงตาคู่สวยกลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้สุดชีวิต ความผูกพันที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้หลอมรวมหัวใจของคนทั้งสองให้กลายเป็นดวงเดียวกัน "ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นคู่รักพลាត់พรากที่น่าสมเพชเสียจริง! คิดว่ามดปลวกสองตัวจะต่อกรกับวิถีมารแห่งข้าได้งั้นหรือ?" เสียงคำรามสะท้านฟ้าของหนานกงเทียนดังขึ้น ร่างมหึมาของจอมมารพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับกระบี่มารทมิฬที่รวบรวมวิญญาณนับล้านดวงเข้ามาฟาดฟัน คลื่นกระบี่สีดำสนิทแหวกอากาศผ่ามิติออกเป็นสองเสี่ยง แรงกระแทกมหาศาลทำให้แผ่นดินใต้เท้าแยกตัวออกเป็นเหวลึกไร้ก้นบึ้ง "รวมจิตเป็นหนึ่ง ประสานกระบี่ผ่าสวรรค์!" หลี่มู่เฉินคำรามลั่น ประกายตาสว่างวาบด้วยแสงสีทองเจิดจ้า พลังวิญญาณทั้งหมดในร่างถูกรีดเร้นออกมาจนหมดสิ้น กระบี่เทวะในมือแผ่รังสีปราณกระบี่ทะลุทะลวงขึ้นสู่ชั้นฟ้า ในขณะเดียวกัน เยี่ยจื่อซีก็สะบัดมือประสานเคล็ดวิชาเซียนจันทราบริสุทธิ์ แสงสีเงินยวดยวงหลอมรวมเข้ากับปราณกระบี่ของหลี่มู่เฉิน เกิดเป็นอัสนีบาตสองสี ทองและเงิน ที่แผดเผาความมืดมิดทั้งหมดให้สลายกลายเป็นจุล *เปรี้ยง! ตูม!* แรงปะทะระดับทำลายล้างสั่นสะเทือนไปถึงรากเหง้าของสามภพ คลื่นกระแทกรูปโดมขยายตัวออกเป็นวงกว้าง กลืนกินภูเขาและป่าAนับหมื่นลี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง หลี่มู่เฉินและเยี่ยจื่อซีต่างกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน ร่างของทั้งคู่กระเด็นถอยหลังราวกับใบไม้ปลิดปลิว ทว่ามือของพวกเขายังคงกุมประสานกันแน่นไม่ยอมปล่อย หนานกงเทียนเองก็เซถอยหลังไปสามก้าว เกราะมารบนร่างแตกละเอียด สีหน้าของจอมมารแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก เมื่อพบว่าพลังของคนทั้งสองไม่ได้หักล้างกัน หากแต่เสริมส่งกันจนทะลุขีดจำกัดของมนุษย์และเซียน "พวกเจ้า... สารเลว!" หนานกงเทียนคำรามอย่างคลุ้มคลั่ง มันรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อปล่อยท่าไม้ตายสุดท้าย "ถ้าเช่นนั้นก็จงตายไปพร้อมกับโลกใบนี้เสียเถอะ!" ท้องฟ้าเบื้องบนเปิดออก เผยให้เห็นรอยแยกแห่งความมืดมิดที่กว้างนับพันลี้ อติตและอนาคตบิดเบี้ยว อุกกาบาตเพลิงนับล้านลูกกำลังพุ่งดิ่งลงมาหมายจะบดขยี้แผ่นดินเซียนให้หายไปจากสารบบ หลี่มู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึก, ประคับประคองร่างที่แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงของเยี่ยจื่อซีไว้ในอ้อมแขน สายตาของเขาจ้องมองไปยังรอยแยกแห่งความมืดเบื้องบนด้วยความเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความเข้าใจในสัจธรรมสูงสุด—การปกป้องโลกใบนี้ มิใช่หน้าที่ของสวรรค์ แต่เป็นภาระของคนผู้ถือกระบี่ "จื่อซี... เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่" หลี่มู่เฉินกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของโลกที่กำลังจะแตกสลาย เยี่ยจื่อซีเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่เปื้อนคราบเลือด เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดในรอบหมื่นปีของนาง "ข้าไม่เคยเชื่อใจใคร... นอกจากท่าน หลี่มู่เฉิน" สิ้นคำพูดนั้น หลี่มู่เฉินก็แผดเสียงคำรามก้องฟ้า เคลັດวิชากระบี่วิญญาณบรรพกาลขั้นสูงสุดถูกปลดปล่อย ร่างของเขาลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงแห่งวิญญาณเซียน พลังปราณทั้งหมดระเบิดออกราวกับดวงอาทิตย์ที่แตกดับ เพื่อหลอมรวมดวงจิตของเขาและนางเข้ากับกฎเกณฑ์ของฟ้าดิน เป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายที่จะผนึกหนานกงเทียนและกอบกู้โลกเซียนไว้ด้วยชีวิต แสงสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นเสียดฟ้า กลืนกินอุกกาบาตเพลิงและร่างของจอมมารหายลับไปในพริบตา ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วผืนแผ่นดิน รอยแยกบนท้องฟ้าค่อยๆ ปิดตัวลงอย่างเชื่องช้า ทว่าท่ามกลางความเงียบงันนั้น... ปราณกระบี่สายหนึ่งกลับสะท้อนก้องมาจากความว่างเปล่าเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงของหลี่มู่เฉิน และไม่ใช่เสียงของเยี่ยจื่อซี ทว่ามันคือเสียงกระบี่โบราณเล่มที่สาม—กระบี่ที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับจ้าวปรภพองค์ก่อน—กำลังขยับตัวลอยขึ้นมาจากก้นเหว มุ่งตรงมาปักลงตรงหน้าของหลี่มู่เฉินที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่เอ่ยขึ้นว่า... "หลี่มู่เฉิน... เจ้าทำลายค่ายกลได้ยอดเยี่ยมมาก สมแล้วที่เป็น 'ทายาท' คนต่อไปของข้า" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และส่งพลังใจให้กันมาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%