ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ•ตอนที่ 27

หายนะจากเบื้องบน

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
รอยแยกมิติเบื้องบนฉีกกระชากออกราวกับผืนผ้าไหมราคาถูกที่ถูกมือมารขยี้อย่างไร้ความปรานี เสียงคำรามดังกึกก้องราวกับมังกรเพลิงนับหมื่นตัวกำลังแผดเผาผืนปฐพี กลิ่นอายโลหิตเข้มข้นคละคลุ้งไปทั่วห้วงนภาจนรัศมีสีทองแห่งตะวันถูกกลืนหายกลายเป็นสีชาดฉาน ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่เมฆา "นั่น... หรือว่าคือวิชา 'โลหิตสลายวิญญาณ' ที่สูญหายไปเมื่อสามพันปีก่อน..." เสียงของผู้อาวุโสท่านหนึ่งสั่นสะท้านจนแทบขาดห่วง เยี่ยจื่อซีพลบันดาลความตกใจจนลมหายใจสะดุด ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะท้านเฮือก ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยยามทอดมองไปยังเงาร่างชราในชุดคลุมสีเลือดเบื้องบน กระบี่เซียนในมือของนางสั่นระริก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกมาโดยสัญชาตญาณเพื่อต้านทานแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจากฟากฟ้า สิ่งที่ทำให้นางตื่นตระหนกไม่ใช่ความน่าสะพรึงกลัวของพลังระดับบรรพจารย์ แต่เป็นเพราะกระบี่ในมือของผู้อ... ...กระบี่เล่มนั้น คือ "กระบี่ผูกวิญญาณ" ที่สลักชื่อของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสำนัก! เหตุใดมันจึงไปอยู่ในมือของปีศาจเฒ่าผู้เร้นกายผู้นี้ได้เล่า? "ศิษย์น้อง ถอยไป." สุ้มเสียงทุ้มนุ่มทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งพันปีดังขึ้นข้างกาย หลี่มู่เฉินก้าวออกมาครึ่งก้าว บดบังร่างอรชรของเยี่ยจื่อซีไว้เบื้องหลังอย่างเป็นธรรมชาติ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปบนนภากาศด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย ท่าทีที่สงบนิ่งราวกับไท่ซานพังทลายต่อหน้าแต่มิเปลี่ยนสีหน้านี้ ทำให้อารมณ์ที่ปั่นป่วนของเยี่ยจื่อซีสงบลงได้อย่างน่าประหลาด "ศิษย์พี่ใหญ่..." เยี่ยจื่อซีพึมพำยามมองแผ่นหลังกว้างที่ดูมั่นคงดั่งขุนเขา "หึ... มดปลวกไร้ยางอาย บังaniอาจอาจหาญเหยียบย่ำเขตหวงห้ามของบรรพชน วันนี้ ข้า 'เฟิงชิงหยาง' จะใช้กระบี่โลหิตนี้ล้างบางพวกเจ้าให้สิ้นซาก!" เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังก้องกังวานสะท้านฟ้าดิน พร้อมกับร่างชราที่พุ่งทะยานลงมาจากรอยแยกมิติ พริบตานั้น ทัณฑ์สวรรค์เริ่มปรากฏขึ้นทั่วฟ้า! มวลเมฆสีดำทะมึนหมุนวนเป็นรูปอ่างน้ำวนขนาดมหึมา ใจกลางพายุหมุนปรากฏสายฟ้าสีม่วงเข้มขนาดเท่าลำต้นไม้ยักษ์ฟาดผ่าลงมาอย่างไร้ทิศทาง เสียงคำรามของฟ้าดินดังกัมปนาทจนแก้วหูของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาแทบปริแตก หลายคนกระอักเลือดคำโตทรุดฮวบลงกับพื้น แรงกดดันจากทัณฑ์สวรรค์และกลิ่นอายโลหิตหลอมรวมเข้าด้วยกัน บีบคั้นจนสรรพชีวิตต่างสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นี่ไม่ใช่ภัยพิบัติธรรมชาติธรรมดา... แต่มันคือ "ทัณฑ์สวรรค์สลายวิญญาณ" ที่เกิดจากการฝืนใช้พลังต้องห้ามเชื่อมต่อกับเขตแดนปรภพ! หลี่มู่เฉินแหงนเงยขึ้นมองมวลเมฆทัณฑ์สวรรค์ที่กำลังคำรามก้อง แววตาของเขาปรากฏประกายประหลาดล้ำ รัศมีกระบี่รอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับสีเลือดของท้องฟ้า ราวกับจันทรากระจ่างที่ทาบทับลงบนผืนสมุทรอันมืดมิด "วิชาโลหิตสลายวิญญาณอันใดกัน? แท้จริงแล้วเจ้าก็แค่เศษเสี้ยววิญญาณที่ถูกกักขังไว้ในคุกมืด ชิงร่างของบรรพชนผู้นั้นมาเพื่อใช้เป็นสะพานเชื่อมต่อแดนปรภพต่างหาก" สุ้มเสียงของหลี่มู่เฉินมิได้ดังมากนัก แต่กลับลอยฝ่าเสียงคำรามของสายฟ้าเข้าสู่โสตประสาทของทุกคนได้อย่างชัดเจน เงาร่างชราในชุดคลุมสีเลือดชะงักกึก ดวงตาที่ขุ่นมัวพลันฉายแววเหี้ยมเกรียมและตกใจระคนกัน "เจ้าเด็กเหลือขอ... รู้ได้อย่างไร!" "รู้หรือไม่อย่างไร หาใช่เรื่องสำคัญไม่" หลี่มู่เฉินกล่าวอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวดั่งหยกแตะลงบนด้ามกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาที่เหน็บอยู่ข้างกาย "สิ่งที่สำคัญคือ... การที่เจ้าบังaniอาจชักนำทัณฑ์สวรรค์ลงมาใกล้ตัวข้า รบกวนเวลาสงบสุขในการจิบชาของข้ากับศิษย์น้อง นี่คือความผิดที่แม้แต่ความตายก็ยังน้อยเกินไป" สิ้นคำพูด ร่างของหลี่มู่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย! "ระวัง!" ผู้อำนวยการร่างชราหรือปีศาจเฒ่าเฟิงชิงหยางเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณแห่งความตายแผดเผาขั้วหัวใจ มันตวัดกระบี่โลหิตในมือฟันไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าทันที *เปรี้ยง!* ประกายไฟสีเลือดและแสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ปะทะกันกลางอากาศจนเกิดคลื่นกระแทกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พื้นดินเบื้องล่างพังทลายยุบตัวลงเป็นหลุมลึกนับร้อยเมตร แรงปะทะนี้รุนแรงเสียจนเยี่ยจื่อซีต้องใช้กระบี่ปักลงกับพื้นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ถูกพัดปลิวไป นางมองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ในยุทธภพนี้ มีใครบ้างที่กล้าใช้กระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาปะทะกับกระบี่เซียนโบราณที่อาบด้วยโลหิตนับหมื่น? มีเพียงเขา... หลี่มู่เฉิน ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ลึกล้ำคนนี้เท่านั้น! "ฮ่าๆๆๆ ดี! ดีมาก! สมกับที่เป็นผู้กุมความลับของหุบเขาเซียนเร้นลับ!" เฟิงชิงหยางหัวเราะลั่นด้วยความบ้าคลั่ง เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากของร่างชรา "แต่ต่อให้เจ้าเก่งกาจเพียงใด วันนี้... พวกเจ้าทุกคนก็ต้องเป็นเครื่องสังเวยให้กับมหาทัณฑ์สวรรค์!" ทว่า ทันทีที่มันกล่าวจบ มวลเมฆทัณฑ์สวรรค์สีม่วงบนท้องฟ้าก็พลันหยุดนิ่งไปชั่วพริบตา... ก่อนที่สายฟ้าสีทองบริสุทธิ์สายหนึ่ง ซึ่งใหญ่โตมโหฬารจนปกคลุมรัศมีนับพันลี้ จะผ่าทะลวงลงมาจากจุดสูงสุดของนภากาศ พุ่งตรงไปยัง "เงาร่างประหลาด" ที่ซ่อนอยู่หลังรอยแยกมิติ ซึ่งไม่มีใครเคยสังเกตเห็นมาก่อน! ดวงตาของหลี่มู่เฉินหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้กันมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%