ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ•ตอนที่ 26

ประกาศกร้าวต่อสวรรค์

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงบังอาจเหยียบย่ำศิลาบรรพกาลแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย!" เสียงคำรามกึกก้องด้วยลมปราณระดับราชันย์เซียนสะท้อนก้องไปทั่วลานพิธีบูรพา แรงกดดันมหาศาลกดทับจนศิษย์สายในหลายร้อยคนต้องทรุดเข่าลงกับพื้นกระเบื้องหยกขาว ความหนาแน่นของกลิ่นอายความตายแผ่ซ่านตลบอบอวลจนแมลงบนยอดเขายังไม่กล้าส่งเสียงร้อง ทว่า ใจกลางลานพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยกฎเหล็กอันเข้มงวดนั้น กลับมีร่างโปร่งในอาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้านยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคง หลี่มู่เฉิน ไม่แม้แต่จะชายตามองผู้อาวุโสสูงสุดผู้กำลังเดือดดาลจนเส้นเลือดปูดโปーンบนขมับ เขายังคงใช้ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสรอยร้าวบนศิลาบรรพกาล ศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่บันทึกกฎเหล็กแปดร้อยข้อของสำนักมาเป็นเวลาหลายหมื่นปี บัดนี้กลับถูกคมกระบี่ไร้ลักษณ์กรีดเซาะจนเป็นรอยลึก สลักคำประกาศิตอันสามห่าวด้วยตัวอักษรปราณที่ทรงพลังจนสั่นสะเทือนฟ้าดิน *‘กฎสำนักมีไว้เพื่อผูกมัดคนอ่อนแอ แต่วิถีกระบี่ของข้า... มีไว้เพื่อแหวกสวรรค์’* "ศิษย์พี่ใหญ่... ท่านเสียสติไปแล้วหรือ!" เสียงหวานใสที่เจือความสั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นจากเบื้องบน เยี่ยจื่อซี ในชุดกระโปรงยาวสีม่วงอ่อนปักลายเมฆาเหมันต์ นางเหินกายลงมาจากตำหนักเซียนเก้าชั้นด้วยสีหน้าเย็นชาที่บัดนี้กลับซีดเผือด ดวงตาดอกท้อคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นางไม่เคยคิดเลยว่า บุรุษผู้สุขุมเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีผู้นี้ จะเลือกวิธีที่เด็ดเดี่ยวและไร้ทางถอยถึงเพียงนี้เพื่อท้าทายอำนาจของเจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโส หลี่มู่เฉินหันกลับมามองนาง แววตาที่เคยมืดมนและลึกล้ำดุจห้วงมหาสนธยาพลوอ่อนแสงลงชั่วขณะ เขารู้ดีว่าการกระทำในวันนี้หมายถึงอะไร การฝ่าฝืนกฎเหล็กขั้นสูงสุดมีโทษเพียงสถานเดียวคือ... ความตายภายใต้ทัณฑ์อัสนีเก้าสวรรค์ "จื่อซี..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่มั่นคงดุจภูผา "ข้าไม่อาจปล่อยให้พวกมันใช้กฎเหล็กงี่เง่าเหล่านี้ มาบั่นทอนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรของเจ้า และข้าก็ไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพตามที่พวกมันวางหมากเอาไว้" "ท่านบ้าไปแล้ว!" เยี่ยจื่อซีพุ่งกายเข้ามาประชิด แขนเสื้อพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่ระเบิดออก นางยื่นมือเรียวหมายจะคว้าแขนเสื้อของเขาเพื่อดึงรั้งให้ออกไปจากอาณาเขตอันตรายนี้ ทว่า ความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่นางพยายามสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอดกลับละลายหายไปสิ้นเมื่อสบเข้ากับแววตาที่แน่วแน่ของเขา "ท่านรู้หรือไม่ว่าผู้อาวุโสใหญ่เตรียมใช้ 'ค่ายกลกระบี่ผลาญวิญญาณ' เด็ดหัวท่านในทันทีที่ท่านก้าวล้ำเส้นนี้!" "รู้สิ... ทำไมข้าจะไม่รู้เล่า" หลี่มู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดินและโชคชะตา "แต่ในเมื่อพวกมันบังคับให้ข้าต้องเลือกเส้นทางที่ต้องเหยียบย่างบนซากศพของมวลมนุษย์และเทพยดา ข้าก็ยินดีที่จะใช้กระบี่ในมือ... แผ้วถางเส้นทางนี้ด้วยตัวของข้าเอง" ฉับพลัน ท้องนภากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้สาเหตุ เมฆทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่นหมุนวนเหนือยอดเขาหลักของสำนักกระบี่เมฆาคล้อย สายฟ้าสีทองคำขาวขนาดมหึมาฟาดผ่าลงมากลางลานพิธีจนพื้นหยกขาวแตกละเอียดเป็นจุล แรงระเบิดสะท้อนสะเทือนไปถึงรากเหง้าของภูเขา ทว่า ไม่มีผู้ใดกล้าขยับกายถอยหนี ทุกสายตาต่างจดจ้องไปยังร่างสองร่างที่ยืนอยู่ท่ามกลางพายุอัสนี "มู่เฉิน! เจ้ายังไม่คุกเข่าสำนึกผิดอีกหรือ!" เสียงประกาศิตของเจ้าสำนักที่เก็บตัวฝึกตนมาสามร้อยปีดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติอันว่างเปล่า แรงกดดันระดับเซียนแท้จริงกดทับลงมาจนอากาศรอบตัวกลายเป็นของแข็ง หลี่มู่เฉินกระอักโลหิตออกมาคำโต สีหน้าซีดเซียวลงถนัดตา แต่กระดูกสันหลังของเขากลับยังคงตั้งตรงราวกับกระบี่เหล็กกล้าที่ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด เยี่ยจื่อซีขยับกายมาบังเบื้องหน้าเขาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ปราณเหมันต์พันปีระเบิดออกจากร่างของนางจนเกิดเป็นเกราะน้ำแข็งใสปกป้องทั้งสองเอาไว้ นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองรอยแยกมิติเบื้องบนด้วยแววตาเย็นเยียบราวกับกระบี่คมกริบ "หากพวกท่านต้องการจะแตะต้องเขา... ก็ต้องก้าวผ่านศพของข้าไปเสียก่อน!" "จื่อซี! ถอยไป!" หลี่มู่เฉินตวาดเสียงเข้ม ยื่นมือไปกระชากร่างบางเข้ามาหลบด้านหลังอย่างรวดเร็ว แม้ร่างกายจะบอบช้ำจากการฝืนรับแรงกดดัน แต่รัศมีกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างของเขากลับยิ่งคมกล้าและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เขาก้าวเท้าออกไปข้างหนึ่ง ประสานอินด้วยมือเดียว กระบี่บินคู่กาย 'จันทร์ทมิฬ' ที่หลับใหลอยู่ในห้วงจิตวิญญาณส่งเสียงคำรามก้องกังวานราวกับพญามังกรที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการจำศีล อักขระปราณโบราณนับหมื่นตัวสลักลอยเด่นอยู่รอบกายเขา แสงสีเงินยวงสว่างเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดของท้องฟ้า "พวกท่านอยากได้คำตอบไม่ใช่หรือว่าข้าจะเลือกทางใด..." หลี่มู่เฉินแหงนหน้ามองฟ้า รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากคมคาย ก่อนที่เขาจะสะบัดมือออกไปอย่างไร้ความปรานี คมกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนฟ้า ผ่าผ่าเมฆทมิฬและสายฟ้าอัสนีออกเป็นสองเสี่ยงอย่างง่ายดายราวกับกระดาษ "นี่คือคำตอบของข้า!" สิ้นเสียงคำราม กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งก็ระเบิดออกมาจากจุดที่ลึกที่สุดของสำนัก แสงสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้ากลบรัศมีดวงอาทิตย์จนหมดสิ้น พร้อมกับการปรากฏกายของเงาร่างชราในชุดคลุมสีเลือดที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องบน... ผู้อาวุโสสูงสุดผู้เร้นกายมานับพันปี และในวินาทีที่เงาร่างนั้นปรากฏชัดเจน เยี่ยจื่อซีก็พลบันดาลความตกใจจนลมหายใจสะดุด เพราะกระบี่ในมือของผู้อ... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของชิงเสวี่ยเหมันต์มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%