โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องม่านหมอกสีนิลดุจหยดหมึกบนกระดาษแพรขาว—
ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วหุบเขาหมื่นวิญญาณ แรงกดดันระดับบรรพกาลกดทับจนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยแยกรูปใยแมงมุม ลมปราณเก้าสวรรค์ที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้กลับปั่นป่วนราวกับมหาสมุทรคลั่งที่พร้อมกลืนกินทุกสรรพชีวิต
หลี่มู่เฉินยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพายุอัคคีผลาญภพ อาภรณ์สีขาวของเขายับย่นและเปื้อนรอยเลือด แต่แววตานั้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดาราบนนภากาศ ร่างกายของเขากำลังสั่นเทา—มิใช่เพราะความหวาดกลัวต่อทัณฑ์สวรรค์เบื้องบน หากแต่เป็นเพราะพลังอันไร้ขอบเขตที่กำลังทะลักทะลายออกจากจุดตันฉีอย่างบ้าคลั่ง!
*“นี่น่ะหรือ... พลังที่แท้จริงของเทพบรรพกาล”*
เสียงทุ้มต่ำรำพึงกับตนเอง ขณะที่อักขระโบราณนับหมื่นตัวผุดขึ้นรอบกายของเขาอย่างเด่นชัด แต่ละตัวอักษรหนักอึ้งดุจภูเขาค้ำฟ้า แผ่ไอสังหารที่ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสสำนักมารที่รายล้อมอยู่รอบด้านต้องกระอักเลือดคำโตออกมาพร้อมกัน
เยี่ยจื่อซีซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก ใบหน้างามล่มเมืองซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งยามเหมันต์บัดนี้สั่นระริก นางมองแผ่นหลังของศิษย์พี่ใหญ่ที่นางรักหมดหัวใจ กระบี่เซียนในมือแทบจะรักษาสภาพไว้ไม่อยู่ยามเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันระดับนี้
"มู่เฉิน... พอได้แล้ว!" น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย มากด้วยความห่วงใยที่ถูกเก็บงำไว้ใต้ความเย่อหยิ่งมาเนิ่นนาน "ท่านกำลังฝืนใช้พลังที่เกินกว่าร่างมนุษย์จะรับไหว หากยังฝืนต่อไป เส้นชีพจรปราณของท่านจะแหลกสลายเป็นจุล!"
หลี่มู่เฉินมิได้หันกลับไปมอง นางยังคงสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในน้ำเสียงนั้น—ความห่วงใยที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าผลึกหิมะพันปี
เขายกมุมปากขึ้นยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดิน
"จื่อซี เจ้าก็รู้... ข้าไม่มีทางเลือกอื่น" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่ง ทว่ากังวานลึกลงไปในจิตวิญญาณของทุกคนที่ได้ยิน "หากวันนี้ข้าไม่ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ วิญญาณของพวกเราทุกคนในที่นี้ รวมถึงแผ่นดินเบื้องล่าง จะต้องกลายเป็นเถ้าถ่านใต้เงื้อมมือของมัน"
สิ้นเสียงของเขา ท้องนภาก็คำรามลั่นราวกับฟ้าถล่ม!
มวลเมฆสีดำทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ ใจกลางพายุนั้นปรากฏดวงตาสีเลือดคู่มหึมาจ้องมองลงมา—นั่นคือ "เนตรทัณฑ์สวรรค์" ที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาเป็นเวลาหมื่นปี! มันคือเจตจำนงของฟ้าดินที่ต้องการกวาดล้างสิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่อาจหาญบังอาจแตะต้องพลังระดับ "เทพจุติแท้จริง"
*เปรี้ยงงงงงง!*
สายฟ้าสีทองคำขาวสายหนึ่งผ่าลงมาตรงกลางศีรษะของหลี่มู่เฉินอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ความเร็วของมันเหนือล้ำยิ่งกว่าความคิด!
"ระวัง!" เยี่ยจื่อซีหวีดร้องสุดเสียง ร่างระหงพุ่งทะยานออกไปดุจดาวตก นางตวัดกระบี่สร้างม่านพลังน้ำแข็งเก้าชั้นขึ้นมารองรับสายฟ้าสายนั้นทันที
*ตูมมมม!*
แรงปะทะระเบิดออกเป็นวงกว้าง คลื่นกระแทกซัดร่างของเยี่ยจื่อซีจนกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบจว่ะ เลือดสีสดพุ่งทะลักออกจากมุมปากของนาง หยดลงบนพื้นหิมะขาวโพลนกลายเป็นดอกเหมืองแดงฉาน นางทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกตัวเอง ลมหายใจติดขัดอย่างรุนแรง
"จื่อซี!"
ดวงตาของหลี่มู่เฉินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเยือกเย็นทั้งหมดในใจพังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพที่หญิงสาวผู้สูงส่งและเย็นชาต้องมาบาดเจ็บเพราะปกป้องเขา จุดชนวนเพลิงโทสะสายหนึ่งให้ลุกโชนขึ้นในก้นบึ้งจิตวิญญาณ
โฮกกกกก—!
เสียงคำรามสะท้านภพดังออกมาจากลำคอของหลี่มู่เฉิน มันมิใช่เสียงของมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นเสียงคำรามของราชันสวรรค์ผู้หลับใหลมาเนิ่นนาน!
ร่างของหลี่มู่เฉินถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าครามและอักขระปราณทองคำ ดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายขึ้นเบื้องบนราวกับเทพสงครามจุติ แรงกดดันระดับที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวและแตกเป็นรอยร้าวสีดำแผ่ขยายออกไปอย่างไร้ปราณี
เหล่าผู้อาวุโสสำนักมารที่เคยองอาจ ต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ พลังปราณในร่างของพวกมันแตกซ่านราวกับแก้วที่ถูกทุบจนแหลก
นี่คือ... พลังเทพจุติแท้จริง!
หลี่มู่เฉินก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว แผ่นดินใต้ร่างก็ยุบตัวลงกลายเป็นหลุมลึกนับร้อยเมตร เขากวาดสายตามองเนตรทัณฑ์สวรรค์บนท้องฟ้าด้วยแววตาดูแคลน ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่ง
"ฟ้าดินกล้าดียังไง... มาขวางทางข้า"
เขายกมือขึ้นชี้ฟ้า กระบี่บินคู่กายพุ่งทะยานขึ้นสู่ห้วงนภาด้วยความเร็วที่แม้แต่กาลเวลาก็ยังต้องยอมสยบ ประกายกระบี่เดียวพาดผ่านท้องฟ้าผ่าม่านเมฆสีนิลออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดาย ราวกับกระดาษบางๆ
ทว่า ในวินาทีที่กระบี่กำลังจะพุ่งทะลวงเข้าสู่ใจกลางเนตรทัณฑ์สวรรค์นั้นเอง—
เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างไร้สุ้มเสียงตรงหน้าเยี่ยจื่อซีที่กำลังบาดเจ็บ มือเรียวยาวดุจกิ่งหลิวเอื้อมไปควอคอระหงของนางไว้ได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับคมมีดอาบยาพิษสีม่วงเข้มที่จ่อติดกับผิวเนื้ออ่อนของนางทันที!
"หยุดมือซะ... หลี่มู่เฉิน" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังลอดออกมาจากใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำ "หากเจ้าขยับแม้แต่ปลายนิ้วเดียว หญิงผู้นี้จะต้องดับสูญทั้งวิญญาณ!"
หลี่มู่เฉินชะงักกึก ร่างที่กำลังเรืองแสงด้วยพลังเทพแท้จริงหยุดนิ่งกลางอากาศ ดวงตาสีทองอร่ามกวาดมองไปยังเงาร่างปริศนานั้น ก่อนที่รังสีสังหารอันน่าสะพรึงกลัวจะทะลักออกมาจากร่างของเขาจนอากาศรอบข้างแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง
"เจ้า... ตาย..."
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่และส่งพลังใจให้กันมาจนถึงบทนี้นะคะ
---
**ชิงเสวี่ยเหมันต์**
ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ•ตอนที่ 30
พลังเทพจุติแท้จริง
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์พี่ใหญ่โปรดเมตตา ข้าไม่อยากเป็นว่าที่จ้าวปรภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!